ตอนที่ 4
“เจ้าไม่รู้หรือ สามีกับแม่สามีของนางสิ้นใจในซากปรักหักพังในคืนที่เกิดแผ่นดินไหว แล้วรู้หรือไม่คืนนั้นเกิดอะไรขึ้น แม่สามีของนางโกรธที่นางขายขนมไม่หมด ไล่นางออกไปนั่งอยู่ข้างนอกกำแพงค่อนคืน ตอนเกิดแผ่นดินไหวพวกเขานอนอบอุ่นบนเตียงจนบ้านพังถล่ม สมน้ำหน้า...ตายๆ ไปเสียได้นางก็ถือว่าโชคดีแล้ว”
“ที่น่ารังเกียจไปกว่านั้นคืออะไรรู้หรือไม่ สามีของนางกลับเปลือยกายกกกอดญาติผู้น้องที่มาเยี่ยมช่วงนั้นพอดี หญิงชั่วชายเลวสองคนในห้องกกกอดเปลือยเปล่า! ตอนพาร่างของคนชั่วช้าสองคนนั้นออกมา พวกเขายังกกกอดไม่ปล่อยราวกับไม่รู้ว่าตัวเองตายไปแล้วเสียอย่างนั้น ชั่วช้าที่สุด! เซิงซื่อทำงานหนักหาเลี้ยงพวกเขางกๆ พวกเขาอยู่สุขสบายไม่เคยเห็นความดีของนาง คนเช่นนี้ตายไปยังไม่นับว่านางโชคดีอีกหรือ”
“ใช่ๆ ข้ายังรู้มาว่าแม่สามีของนางอ้างว่าเซิงซื่อไม่สามารถมีบุตร จะใช้สาเหตุนี้ให้บุตรชายรับญาติผู้น้องคนนั้นมาเป็นอนุ แถมวางแผนให้เซิงซื่อหาเลี้ยงพวกเขาทั้งสามคนอีก ไม่มีความเป็นคนเลย!”
หลังจากวันนั้นหวังเฉิงก็บังเอิญพบหญิงสาวบ่อยครั้ง ทุกครั้งที่เห็นเขาก็ได้แต่รู้สึกสงสาร ทว่าก็ไม่ได้พาตัวเข้าไปยุ่ง กระทั่งวันหนึ่งตอนที่เขากำลังกลับไปเยี่ยมบ้านเดิมของตน เขาพบว่าหญิงสาวกำลังไหว้สุสานของจูอวี้หลาน...
เดิมทีเขาเป็นคนตระกูลจูแต่ถูกย้ายมาคุ้มกันจวนตระกูลจาง หลังคุณชายจางควบรวมกิจการของสองตระกูลให้เป็นหนึ่งเดียว
ที่สำคัญไปกว่านั้น...เขายังเป็นคนที่ดูแลเรือนโสโครกที่ใช้คุมขังแม่นมฉินผู้ซึ่งเป็นแม่นมของจูอวี้หลาน!!
“ข้าเป็นเพื่อนกับสาวใช้คนสนิทของฮูหยินน้อยเจ้าค่ะ” นางบอกเขาเช่นนั้นตอนเขาเข้าไปถาม ท่าทีเขินอายสองแก้มแดงปลั่งของนาง ทำให้เขาเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นในใจ
กิริยาท่าทางของนางช่างน่ามอง ขนมที่นางให้มาก็อร่อยมาก ซาวปิ่งธรรมดาทว่ากลับตราตรึงในใจของเขานับจากนั้น
หวังเฉิงลอบไปมาหาสู่กับหญิงสาว กระทั่งนางบอกความลับหนึ่งให้ล่วงรู้ ...แม่นมฉินผู้นั้นอาจรู้ว่าฮูหยินน้อยฝังสมบัติบางส่วนเอาไว้ที่ไหน ด้วยมีทรัพย์สินบางอย่างที่สามีของนางกับคนตระกูลจางยังหาไม่พบ!!
รับใช้ผู้อื่นมานานเขาเองก็อยากมีชีวิตอิสระ เขากับนางวางแผนลอบพาแม่นมฉินออกมา แสร้งทำให้นางไว้วางใจ กระทั่งร่วมมือกันขุดศพไปฝังยังหลังจวนตระกูลจาง เปิดโปงการตายที่ไม่เป็นธรรมของจูอวี้หลาน!!
หวังเฉิงมั่นใจว่าทำได้แน่นอน ด้วยเขาเองก็เป็นหนึ่งในพยานสำคัญที่ล่วงรู้ว่าคนตระกูลจางใช้วิธีใดสังหารจูอวี้หลาน...
เขาอมยิ้มเมื่อมือใหญ่ลูบไล้เข้าไปในสาบเสื้อ ร่างอรชรที่สวมเพียงชุดตัวในกลับบิดเร่าทันที ผิวกายอวบอิ่มถูกเขาเคล้นคลึงหนักหน่วง ริมฝีปากควานหาริมฝีปากนุ่ม สอดปลายลิ้นเกี่ยวกระหวัด ปลุกเร้าจนนางสั่นระริก
“จีเอ๋อร์” เขากระซิบเสียงแตกพร่าหยัดกายขึ้นทาบทับคนงาม แม้นางเป็นหญิงม่ายสามีตายจาก หากแต่บทรักของนางกับเขาที่เข้ากันได้เป็นอย่างดี ก็ทำให้หวังเฉิงหลงใหลเซิงหลี่จีจนแทบคลั่ง
ชายหนุ่มวางแผนเอาไว้ว่าหลังทั้งสองได้สมบัติของจูอวี้หลานมา เขากับนางจะย้ายออกจากหนานโจว ไปใช้ชีวิตสงบสุขท้ายหมู่บ้านนอกกำแพงเมือง ซุกซ่อนเงินและของมีค่า ขายที่ดินของจูอวี้หลานแลกเป็นทอง ฝังเอาไว้ใต้พื้นบ้าน เสพสุขบนกองเงินกองทองที่ได้มาโดยไม่จำเป็นต้องทำงานหนัก
หวังเฉิงปลดเอี๊ยมออกจากร่างอวบอิ่ม กดกายทาบทับบดเบียดเสียดสี มือหนึ่งเลื่อนไล้ลงไปแตะต้องเกสรสาว จุ่มจ้วงปลายนิ้วนำทางสร้างความชุ่มฉ่ำ จุมพิตเกี่ยวปลายลิ้นอ่อนนุ่ม สอดเข่าดุนดันต้นขาเนียนให้แยกออกกว้าง
“อา...” ข้างหูได้ยินเสียงของนางครวญครางแผ่วเบา หวังเฉิงสอดสองมือลงกอบกุมสะโพกนิ่ม กดสะโพกสอบบดเบียดตัวตนร้อนผ่าวกับเกสรสาวชื่นฉ่ำ
