ตอนที่ 7 ขาทองคำ
นางได้ยินเสียงกวาดพื้นและเสียงพูดคุยกันเบา ๆ ดังมาจากด้านใน เมื่อพวกนางเดินเข้าไปก็เห็นสตรีสูงวัยคนหนึ่งกำลังควบคุมสาวใช้วัยเยาว์สองคนให้เช็ดโต๊ะและปัดฝุ่น พอเห็นนางเดินเข้ามา ทั้งสามก็รีบหันมาคำนับทันที
“คำนับองค์หญิง บ่าวคือแม่นมหวัง เป็นบ่าวจากเรือนฮูหยินใหญ่เพคะ”
กวานซูเหยียนยิ้มตอบกลับอย่างสุภาพ “แม่นมไม่ต้องมากพิธี เรียกข้าว่าฮูหยินก็ได้ ท่านแม่ส่งเจ้ามาดูแลที่นี่หรือ?”
คำถามนั้นเหมือนถามตามมารยาท แต่ในใจนางรู้อยู่แล้ว ในจวนนี้คนเดียวที่มีเมตตาต่อนางจริง ๆ ก็มีเพียงถังลี่จู มารดาของเซียวหลิงเจาเท่านั้น
แต่เสียดาย..กวานซูเหยียนในนิยายเป็นนางร้ายอันดับต้นๆ วันแรกที่ได้พบแม่นมหวัง ทั้งที่เพิ่งถูกโบยมายี่สิบทีจนแทบยืนไม่ไหว นางกลับยังเย่อหยิ่ง อาละวาดใส่หญิงชราผู้นี้ ทั้งด่าทอ ทั้งลงมือผลักจนอีกฝ่ายล้มลงต้องซมซานกลับเรือนใหญ่ไปทั้งน้ำตา
แล้วผลที่ตามมาน่ะหรือ?..หึ นางถูกอวี้เซียงสาวใช้อุ่นเตียงผู้นั้นลากไปสั่งสอนจนสลบไปเลยทีเดียว!
ตั้งแต่นั้นนางก็ไม่ได้มีโอกาสพบหน้ามารดาของเซียวหลิงเจาเลยสักครั้ง แต่อีกฝ่ายก็ยังคงเมตตาคอยแอบส่งคนมาหยิบยื่นอาหารดีๆ ให้กิน หลายครั้งยังเป็นคนห้ามปรามมิให้เซียวหลิงเจาลงโทษนางรุนแรงเกินไปอีกด้วย
แต่เนื้อเรื่องกำลังจะเปลี่ยนแล้วล่ะ!
หากจะเอาชีวิตรอดในถ้ำเสือ นางก็ต้องรู้จักเลือกข้างให้เป็น และ “ขาทองคำ” อย่างถังฮูหยิน คือต้นไม้ใหญ่ที่ต้องกอดไว้ให้มั่นที่สุด จะได้มีคนช่วยเหลือนางยามที่เซียวหลิงเจาบันดาลโทสะ
แม่นมหวังผู้นี้ นางจะล่วงเกินไม่ได้เป็นอันขาด!
หญิงชราชะงักไปเพียงเสี้ยวอึดใจ และกลับมามีสีหน้าเป็นปกติอย่างรวดเร็ว
นางได้ยินผู้อื่นพูดกันไปทั่วว่าองค์หญิงต่างแคว้นผู้นี้กิริยาป่าเถื่อน ไม่มีความเป็นกุลสตรี แต่หญิงงามตรงหน้ากลับสุภาพอ่อนหวานกว่าที่นางคิดไว้มากนัก
“เจ้าค่ะ” แม่นมหวังตอบพร้อมพยักหน้า “เดิมทีฮูหยินใหญ่สั่งไว้ว่า หากฮูหยินน้อยพร้อมเมื่อใด ก็ให้จัดการต้อนรับตามธรรมเนียมและรับน้ำชาคารวะให้เรียบร้อย แต่…” นางหยุดไปครู่หนึ่ง เหมือนลังเลว่าจะพูดต่อดีหรือไม่ ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ
“แต่มีเรื่องให้คุณชายขุ่นเคืองใจจนบันดาลโทสะเสียก่อน แล้วยังพาลเดือดร้อนมาถึงท่านอีก ฮูหยินใหญ่ก็ไม่กล้าขัดใจ จึงสั่งให้บ่าวมาทำความสะอาดเรือนกูหยวนนี้ไว้รอท่านแทนเจ้าค่ะ”
“แม่นมหวัง ข้าขอบคุณในความกรุณาของท่านแม่ยิ่งนัก” กวานซูเหยียนพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ขอฝากคำขอโทษจากข้าไปถึงท่านแม่ด้วยเถิด ที่ข้าไม่อาจไปยกน้ำชาคารวะได้ตามธรรมเนียม”
แม่นมหวังเงยหน้าขึ้นมองสตรีตรงหน้าด้วยความตื่นตะลึง สีหน้าที่เต็มไปด้วยความจริงใจนั้นทำให้นางรู้สึกอบอุ่นขึ้นในอกทันที
“เจ้าค่ะ บ่าวจะนำความไปบอกฮูหยินใหญ่ให้เองเจ้าค่ะ หากนางได้ยินเช่นนี้คงปลื้มใจนัก”
กวานซูเหยียนยิ้ม “ดีแล้ว แม่นมก็ไม่ต้องลำบากอยู่ต่อ ข้ามีสาวใช้มาด้วย ไม่กล้ารบกวนท่านให้ต้องเหนื่อยไปมากกว่านี้แล้วล่ะ”
“เจ้าค่ะ เช่นนั้นบ่าวจะกลับไปก่อน ว่าแต่..ยามนี้คุณชายยังไม่หายโมโห ฮูหยินน้อยก็อย่าเพิ่งน้อยใจไปเลยนะเจ้าคะ บ่าวกับฮูหยินใหญ่ย่อมช่วยออกปากแทนท่านอยู่แล้ว อดทนหน่อยนะเจ้าคะ”
แม่นมหวังประสานมือคำนับอีกครั้ง ก่อนจะกลับไปพร้อมกับคนอื่นๆ ทิ้งให้สตรีทั้งสองอยู่กันตามลำพังตามคำสั่งของเซียวหลิงเจา
พอเสียงฝีเท้าของกลุ่มคนหายลับไปจากลาน เมิ่งหรูก็โยนห่อผ้าที่แบกเอาไว้ลงบนพื้น
“ฮึ่ย! บ่าวไม่เชื่อหรอกว่าถังฮูหยินอะไรนั่นจะจริงใจ!” นางชี้นิ้วไปทางประตูด้วยใบหน้าเดือดดาล
“ทำเป็นมารยาทดี นึกว่าข้าจะหลงกลหรือไร! ถ้าคิดว่าบ่าวแก่ๆ คนหนึ่งจะลวงข้าได้ล่ะก็ ฝันไปเถอะ!”
กวานซูเหยียนส่ายหน้า ก่อนเอานิ้วจิ้มหน้าผากเมิ่งหรูเบา ๆ “เก่งนักนะ! แต่ก็ยังดี อย่างน้อยเจ้าก็ไม่โวยวายต่อหน้าผู้อื่น”
เมิ่งหรูกลอกตาแล้วเปลี่ยนเป้าหมายทันที “ก็เพราะแม่ทัพโฉดผู้นั้นแหละเพคะ!” นางกัดฟันกรอด “กล้าดียังไงถึงขับไล่องค์หญิงให้มาอยู่เรือนท้ายจวนเช่นนี้ บ่าวจะล้างแค้นมันให้ได้!”
“เรามีกันอยู่สองคน เจ้าโวยวายไปจะสู้ใครเขาได้เล่า” นางถอนหายใจยาว “ลืมเรื่องแก้แค้นไปก่อนเถิด มาหาทางเอาตัวรอดกันดีกว่า”
เมิ่งหรูก็ยังไม่ยอมแพ้ ยืนกอดอกเชิดหน้า “เอาตัวรอดไม่ยากหรอกเพคะ บ่าวไม่กลัวอดตาย แต่ถ้าองค์หญิงคิดจะลุกขึ้นแก้แค้นจริง ๆ งั้นเราต้องหนีออกจากจวน! กลับไปเหลียงซาน รวบรวมทัพที่เหลือแล้วกลับมาถล่มจวนสกุลเซียวให้สิ้นซาก!”
กวานซูเหยียนดีดนิ้วไปที่หน้าผากนางอีกครั้ง
“เจ้าเลิกเรียกข้าว่าองค์หญิงได้แล้ว ราชวงศ์กวานล่มสลายไปแล้ว คนของเราก็ตายไปหมดแล้ว”
นางมองไปรอบเรือนก่อนเอ่ยเสียงต่ำลง
“และก็เลิกคิดเรื่องหลบหนีเสียเถิด ที่นี่คือจวนแม่ทัพใหญ่…เจ้าคิดจริงหรือว่า รอบกำแพงจวนจะไม่มีทหารเฝ้าอยู่? พวกเขาจะปล่อยให้เราเดินออกจากจวนไปง่ายๆ งั้นรึ?”
เมิ่งหรูอึ้งไปครู่หนึ่ง แต่ก็ยังส่งเสียงฮึดฮัดไม่เลิก
กวานซูเหยียนก็นิ่งเงียบไปอึดใจ หากไม่พูดกับเมิ่งหรูให้รู้เรื่องว่านางไม่ได้คิดจะล้างแค้น ไม่อยากตายเปล่า สตรีผู้นี้ก็คงจะไม่หยุดง่ายๆ
นางอุตส่าห์เปลี่ยนชะตากรรมให้เมิ่งหรูรอดชีวิตมาอยู่เป็นเพื่อนนางได้ทั้งที จะปล่อยให้นางวู่วามจนต้องถูกสังหารไปอีกรอบไม่ได้แน่
“เมิ่งหรู ฟังข้าให้ดี..ข้าสัญญา…ว่าสักวันหนึ่ง ข้าจะพาเจ้าออกจากจวนสกุลเซียวให้จงได้”
นางกำนัลผู้ซื่อสัตย์เบิกตาโพลง สีหน้าลิงโลดใจ ในที่สุดองค์หญิงของนางก็กลับมาเป็นคนเดิมแล้ว!
“แต่ไม่ใช่วันนี้ และไม่ใช่ในเร็ววันนี้ด้วย”
“หา!!” เมิ่งหรูเตรียมอ้าปากจะเถียงต่อแต่กวานซูเหยียนไม่เปิดโอกาสให้นางพูด
“ตอนนี้เจ้าต้องหยุดก่อเรื่องทุกอย่างที่ทำให้เป็นอันตรายต่อชีวิตของเราสองคน เจ้าเข้าใจหรือไม่? อีกอย่าง ห้ามสบถ ห้ามพูดคำหยาบ เราจะเปลี่ยนเป็นคนใหม่ ข้าไม่ใช่องค์หญิงสูงศักดิ์อันใดทั้งนั้น และข้าก็แค่อยากมีชีวิตที่สงบเรียบง่าย ถ้าเจ้าไม่พอใจก็ไม่ต้องอยู่กับข้า เจ้าก็หนีไปได้เลย”
เมิ่งหรูกัดฟันแน่น แล้วในที่สุดก็พยักหน้า “องค์หญิงเห็นบ่าวเป็นอะไรกัน บ่าวย่อมเชื่อฟังองค์หญิงอยู่แล้วเพคะ”
กวานซูเหยียนยิ้มบาง “ดีมาก”
เพียงเท่านั้น อารมณ์เกรี้ยวกราดที่อบอวลอยู่ในเรือนก็คล้ายสลายไป เมิ่งหรูเดินกลับไปหยิบผ้าขี้ริ้วที่สาวใช้ก่อนหน้าทิ้งเอาไว้ แล้วเริ่มลงมือทำความสะอาดเรือนต่อ
กวานซูเหยียนเองก็ถลกแขนเสื้อขึ้นเล็กน้อย เริ่มหยิบของที่ฉวยเอามาด้วยออกมาวางลงทีละชิ้นอย่างเป็นระเบียบ
และก็เป็นไปตามที่นางคาด วันนั้นทั้งวันไม่มีผู้ใดในจวนสกุลเซียวเฉียดกายมายังท้ายจวนเลยสักคน ทั้งเรือนเงียบวังเวงราวถูกตัดขาดจากส่วนอื่นของจวนโดยสิ้นเชิง
เมิ่งหรูมองซ้ายขวาด้วยสายตาขุ่นเคือง “พวกเขาตั้งใจจะให้องค์..เอ่อ..ให้ฮูหยินอดตายน่ะสิ!!”
หญิงสาวเพียงยิ้มมุมปาก ไม่ได้กล่าวอันใด
ในนิยายก็เป็นเช่นนี้ เขาโยนนางมาท้ายจวนโดยไม่คิดสนใจว่านางจะอยู่หรือตาย…เป็นวิธีตัดปัญหาที่หยาบคายเสียจริง
“อดเมื่อใดเล่า ของพวกนี้อย่างน้อยก็กินได้ถึงพรุ่งนี้อีกวัน หลังเรือนมีบ่อน้ำเก่าไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำดื่ม เตาไฟก็มี ไม้ฟืนก็หาได้ไม่ยาก ดีกว่าถูกจับขังอยู่ในกรงเป็นไหนๆ"
“ดีนักที่ฮูหยินสั่งให้บ่าวขนของมาให้หมด ตอนนี้เรามีทั้งถ้วยชาม กาน้ำชา หลังเรือนยังมีครัวกับของใช้เก่าๆ อยู่อีกหลายชิ้นเจ้าค่ะ"
“ใช่..นี่ก็ดีมากแล้ว เอาไว้พรุ่งนี้เราค่อยช่วยกันคิดว่าเราจะหาเสบียงอาหารมาจากที่ใดได้อีก ข้าเชื่อว่าพวกเขาจะไม่มายุ่งกับพวกเราอีกหลายวันทีเดียวเลยล่ะ”
เมื่อดวงอาทิตย์ลับฟ้า อากาศก็เย็นลงรวดเร็ว เมิ่งหรูปูผ้าห่มใหม่ที่ขนมาด้วยลงบนเตียงไม้เก่าแก่อย่างภูมิใจ
“ฮูหยินรีบนอนเถิด บ่าวจะคอยระวังให้เองเจ้าค่ะ” นางกล่าวพลางปูผ้าห่มอีกผืนลงบนพื้นหน้าเตียง
กวานซูเหยียนไม่ตอบ เพียงแต่ล้มตัวเงยหน้ามองเพดานไม้อย่างเลื่อนลอย
