ตอนที่ 8 ต่างความคิด
ในเรื่องเดิม ไม่ว่านางจะร้ายกาจเพียงใดเซียวหลิงเจาก็ไม่อาจสังหารนางได้ เพราะนางคือฮูหยินที่ฮ่องเต้พระราชทานมาให้เขา
แต่สถานะนั้นก็ไม่อาจปิดกั้นโทสะและความเกลียดชังของเซียวหลิงเจาได้เลยแม้แต่น้อย
เขาถูกฮ่องเต้วางแผนกำจัดอย่างแนบเนียน โดยสร้างข่าวปลุกปั่นให้ประชาชนเชื่อว่าแม่ทัพเซียวลุ่มหลงภรรยาต่างแคว้นจนอาจคิดก่อกบฏไปเข้าข้างเหลียงซาน ส่วนนางก็สร้างปัญหาให้ไม่หยุดหย่อน
ดังนั้นเขาจึงทำสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่า คือการทรมานนางแต่ไม่ยอมให้นางตาย!
ภายหลังพอนางรู้ตัวว่าตัวเองตั้งครรภ์ก็วางแผนใหม่ หันไปทำตัวสงบเสงี่ยมเลี้ยงดูบุตรชายจนเติบใหญ่เพียงเพื่อหวังจะให้เขามาสังหารบิดาตนเอง นั่นคือการแก้แค้นที่ดีที่สุดในความคิดของกวานซูเหยียน!
สุดท้าย “นางร้ายกับบุตรชายทรพี” จะมีจุดจบอันสวยงามรึ? นิยายเรื่องนั้นชื่อเรื่องว่าราชันซากศพนะ!
แน่นอนว่านางกับลูกก็คือสองคนในซากเหล่านั้น!
ฉายาราชันซากศพที่เขาได้มานั้นไม่ได้มาเพราะความโชคดี ไม่ใช่เพราะตำนานเล่าขานเกินจริง แต่เพราะเขาคือผู้เหยียบศพขึ้นเป็นผู้ชนะบนสนามรบจริง ๆ
นั่นคือเหตุผลที่นางยอมทุกอย่างเพื่อให้ตนเองรอดชีวิต เพราะต่อหน้าเขา นางก็เป็นเพียงมดตัวเล็กๆ ตัวหนึ่งที่เขาจะบดขยี้เมื่อใดก็ทำได้
กวานซูเหยียนพลิกตัวเล็กน้อย ยกมือขึ้นวางทาบหน้าท้องเรียบแบนของตน
นางจะไม่ยอมให้เนื้อเรื่องดำเนินไปเช่นนั้นเป็นอันขาด!
หากทุกอย่างจะเป็นไปตามนิยายต้นฉบับ อีกไม่นานนางก็จะเป็นแม่คน ลูกของนางจะต้องไม่ถูกเลี้ยงดูอยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ ทางที่ดีคือนางต้องหาทางหนีออกไปจากที่นี่ให้ได้ก่อนที่เขาจะรู้ว่านางตั้งครรภ์!
…
อีกด้านหนึ่ง ภายในเรือนชั้นในที่เงียบสงบ เซียวหลิงเจากำลังแต่งกายเพื่อเริ่มภารกิจในเช้าวันใหม่
หยางเหวินองครักษ์คู่ใจก็เข้ามารายงานข่าวที่ทำให้เขาต้องแปลกใจ
“ท่านแม่ทัพ ฮูหยินน้อยย้ายเข้าไปอยู่ในเรือนกูหยวนโดยไม่ขัดขืนแม้แต่น้อยเลยขอรับ”
มือที่กำลังผูกสายคาดเอวของเขาหยุดชะงัก ดวงตาคมคมหันมามององครักษ์คู่ใจช้า ๆ
“ไม่อาละวาดเลยงั้นรึ”
“ขอรับ นางดูสงบกว่าที่ข้าน้อยคิดไว้มาก ทหารที่ติดตามไปรายงานว่าฮูหยินน้อยวางตัวสำรวม มีมารยาทแม้กระทั่งกับแม่นมหวัง และยังทำความสะอาดเรือนด้วยตนเองอีกด้วยขอรับ”
คิ้วเข้มของเขาขมวดเล็กน้อย
“หญิงน่าตายนั่น..นางกำลังวางแผนบางอย่างแน่” เขาพึมพำ
หยางเหวินเงยหน้าเล็กน้อย “ข้าน้อยก็คิดเช่นนั้นขอรับ สตรีผู้นั้นดุร้ายราวกับสัตว์ป่า ไม่มีทางเปลี่ยนท่าทีเป็นคนดีได้ภายในคืนเดียวได้แน่หากไม่มีแผนชั่วซุกซ่อนอยู่ ท่านแม่ทัพจะให้ข้าไปสังหารนางเลยดีหรือไม่ขอรับ”
“สังหารนางไม่ได้ ฝ่าบาทคงเตรียมการไว้แล้วว่าหากข้าสังหารนางก็เท่ากับขัดขืนพระราชโองการ เราจะไม่เดินตามแผนของเขา”
หยางเหวินชักสีหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด “เช่นนั้นท่านแม่ทัพคิดว่าเราควรทำเช่นไรกับนางดี”
“ระยะนี้ยังไม่ต้องทำอะไร แค่คอยจับตาดูนางทุกฝีก้าวก็พอ” น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งในเหมันต์ “ถ้านางคิดทำอะไรผิดปกติ รายงานข้าในทันที”
“รับคำสั่งขอรับ!” หยางเหวินรับคำแล้วหมุนกายออกจากเรือนไปทันที
…
อีกฝั่งหนึ่ง ในเรือนใหญ่ของจวนสกุลเซียว ถังลี่จูกำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะน้ำชา สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล ขณะฟังรายงานจากแม่นมหวัง
“นอกจากจะไม่ก่อเรื่องแล้วฮูหยินน้อยยังทำความสะอาดเรือนด้วยตนเองอีกด้วยนะเจ้าคะ”
ถังลี่จูขมวดคิ้ว หัวใจสั่นไหววูบหนึ่ง
“จริงหรือแม่นมหวัง…หรือว่าข่าวพวกนั้นจะพูดกันเกินจริงไปเสียหน่อย”
แม่นมหวังมองเจ้านายตัวเองอย่างลังเล
“บ่าวก็คิดว่าฮูหยินน้อยดูเหมือนจะตั้งใจประพฤติตัวดีเจ้าค่ะ แต่พื้นเพเดิมของนาง..”
ถังลี่จูเม้มริมฝีปาก
“ชาวเหลียงซานแล้วอย่างไร ตอนนี้นางก็เป็นภรรยาของลูกข้าเป็นคนสกุลเซียวของพวกเราแล้ว ผู้อื่นจะตำหนิอย่างไรก็ช่างเถิด”
แม้จะไม่ได้เต็มใจรับองค์หญิงต่างแคว้นผู้นี้มาเป็นสะใภ้ แต่ถึงอย่างไรบุตรชายตนก็เข้าพิธีกับนางไปแล้ว สกุลเซียวยอมรับภรรยาเพียงหนึ่ง จะดีจะชั่วอย่างไรนางก็คือสะใภ้ หลังนิ่งคิดอยู่นาน ในที่สุดถังฮูหยินก็หันไปสั่งการ
“ให้คนเตรียมอาหารและยาบำรุงร่างกาย ส่งไปที่เรือนกูหยวนด้วย…ในนามข้า”
“แต่คุณชายสั่งห้ามมิให้ผู้ใดส่งข้าวส่งน้ำให้นางนะเจ้าคะ บ่าวเกรงว่าหากท่านทำเช่นนั้น คุณชายจะฉวยโอกาสลงโทษนางเพิ่ม”
ถังฮูหยินถอนหายใจ
“บิดาของเขาสิ้นชีพเพราะคนเหลียงซาน จะไม่ให้เจาเอ้อร์ชิงชังนางได้อย่างไร แต่ในเมื่อนางประพฤติตัวดีข้าก็ยังหวังว่าชีวิตคู่ของพวกเขาจะลงเอยกันได้ในที่สุด เจ้าหาทางส่งของไปให้นางอย่าให้เขารู้ก็แล้วกัน"
…
วังหลวงแคว้นฉู่ ภายในท้องทรงพระอักษรที่ปิดประตูสนิท เสียงรายงานของขันทีอาวุโสดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบ
“แม่ทัพเซียวมิได้สังหารกวานซูเหยียนทิ้ง ทว่า..กลับคลุกอยู่ในเรือนหอร่วมกับนางตลอดสามวันสามคืนพ่ะย่ะค่ะ”
เสียงหัวเราะของฮ่องเต้หย่งจงจิ้งดังขึ้นอย่างพอใจ องค์ชายใหญ่ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ พลอยหัวเราะตามด้วยท่าทีเยาะเย้ย
“ฮ่าๆๆ เซียวหลิงเจาเอ๋ย เซียวหลิงเจา…ข้ายังคิดว่ามันจะหลงกลสังหารนางทิ้งเสียอีก” ฮ่องเต้ยกจอกชาอย่างอารมณ์ดี ขณะดวงตาเต็มไปด้วยเลศนัย “เสียดายนัก! หากมันกล้าลงมือ ข้าก็มีเหตุเล่นงานตระกูลเซียวได้”
“แต่ตอนนี้ดูเหมือน…แผนที่สองของเสด็จพ่อจะได้ผลยิ่งกว่านะพ่ะย่ะค่ะ การปล่อยข่าวว่าแม่ทัพเซียวลุ่มหลงหญิงงามจนหลงลืมหน้าที่ จะค่อย ๆ บั่นทอนชื่อเสียงอันสูงส่งของตระกูลเซียวได้ดียิ่งกว่าโทษทัณฑ์ใด ๆ”
ฮ่องเต้หย่งจงจิ้งหัวเราะหึ ๆ อย่างผู้ได้ชัย
“เขาทำเช่นนี้ยิ่งดี ทีแรกยังคิดว่าจะต้องลงแรงสร้างข่าวปลอมอีกไม่น้อย ไม่คิดว่าแม่ทัพเซียวผู้ยิ่งใหญ่กลับลุ่มหลงในอิสตรีจริงๆ ที่แท้ก็ชอบของแปลก ฮ่าฮ่าๆ”
องค์ชายใหญ่หัวเราะดังลั่น “เมื่อชื่อเสียงสกุลเซียวถูกทำลายจนไม่เหลือชิ้นดี กองทัพทหารใต้บังคับบัญชาของพวกเขาก็จะสั่นคลอนโดยไม่ต้องชักดาบแม้แต่น้อย…เสด็จพ่อทรงพระปรีชายิ่งนัก”
ฮ่องเต้ตวัดสายตามองโอรสของตนสีหน้าไม่พอใจนัก “ใครใช้ให้พวกองค์ชายเช่นเจ้าไม่เอาไหนกันเล่า ยามนี้ชื่อเสียงของเซียวหลิงเจาอยู่เหนือองค์ชายทั้งห้าไปแล้ว หากข้าไม่ช่วยรีบกำจัด ภายหลังพวกเจ้าก็คงถูกเขาช่วงชิงอำนาจไปแน่!”
..........
เรือนกูหยวน
สตรีสองคนนั่งล้อมวงอยู่ตรงโต๊ะไม้ขาผุไปข้างหนึ่ง บนโต๊ะมีถ้วยข้าวสวยที่เหลือจากเมื่อวานอยู่หนึ่งถ้วยกับขนมมงคลชิ้นเล็กๆ อีกครึ่งชิ้น
“พวกนั้นตั้งใจจะปล่อยให้เราอดตายชัดๆ! ดูสิเจ้าคะ ป่านนี้ยังไม่มีใครมาดูดำดูดี!”
กวานซูเหยียนมองข้าวถ้วยเดียวนิ่งๆ ใช่ว่านางจะไม่รู้ล่วงหน้า แต่อาหารในเรือนหอก็มีเพียงเท่านี้ เมื่อวานนางกับเมิ่งหรูก็แบ่งข้าวหนึ่งถ้วยกินกันทั้งวัน วันนี้จึงเหลือเพียงข้าวเก่าถ้วยสุดท้าย ซึ่งต้องรีบกินให้หมดก่อนที่มันจะบูดอีกด้วย
เมิ่งหรูยังบ่นไม่เลิก
“ฮูหยินไม่ต้องกังวล ข้างนอกยังมีต้นผักป่าหรือพวกเห็ดมาต้มกินได้ แต่ข้าวนี่สิ บ่าวจนใจจริง ๆ เจ้าค่ะ”
กวานซูเหยียนถอนหายใจอีกครั้ง ความสามารถด้านการเอาตัวรอดของนางต่ำเตี้ยเรี่ยดินเกินกว่าจะช่วยเหลืออะไรเมิ่งหรูได้
“เอาเถอะ เมื่อวานข้าก็สุภาพกับแม่นมหวังไม่น้อย นางอาจจะนำข่าวไปบอกแม่สามี แล้วท่านแม่จะเมตตาส่งข้าวสารมาให้บ้าง”
เมิ่งหรูหันมาพูดอย่างไม่ไว้หน้าใคร “บ่าวก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมฮูหยินถึงยังพูดจาดีๆ กับพวกเขา คนพวกนี้มันต้องสู้กันให้รู้แพ้รู้ชนะกันไปข้างหนึ่งถึงจะถูกสิเจ้าคะ!”
กวานซูเหยียนกลอกตา นิยายเรื่องนี้จะป่าเถื่อนอันใดกันนักหนา คำก็จะสู้สองคำก็จะสังหาร ไม่รู้ว่านางจะสั่งสอนเมิ่งหรูให้เป็นสตรีอ่อนหวานได้สักวันหรือไม่
นางรีบทำท่าปิดปากนางแล้วหันมองไปนอกประตู
“อย่าพูดดังไป เจ้าไม่เห็นหรือว่ามีบ่าวรับใช้คอยเดินวนเวียนอยู่รอบๆ บางทีอาจมีใครคอยแอบฟังอยู่ก็ได้”
“อยากฟังก็ฟังไปสิเจ้าคะ บ่าวจะด่าทุกวันให้พวกมันหูแตกเลยทีเดียว!”
กวานซูเหยียนส่ายหน้าอย่างจนใจ พลางเริ่มครุ่นคิด
ปกติคนทะลุมิติมาอย่างนาง ควรมีของวิเศษติดตัว หรือไม่ก็มีมิติพิเศษ มีระบบ มีไอเท็มอะไรสักอย่างมิใช่หรือ?
นางลองหลับตา รวบรวมสมาธิ รอให้ประตูมิติผุดขึ้นมา หรืออาจจะได้ยินเสียงระบบ
…เงียบสนิท
“ไม่มีสักอย่างเลยหรือ!” นางบ่นเองคนเดียว
