ตอนที่ 6 อยากมานาน
ขณะเดียวกันเสียงพูดคุยจากบ่าวไพร่ก็ดังขึ้นเข้าหูของพวกนาง
“คนพวกนั้นคิดจะส่งหญิงสาวเข้ามาทีเดียวถึงสี่คน! ไม่เข็ดหลาบกันบ้างหรือไร! คราวก่อนก็โดนตะเพิดกลับไปรอบนึงแล้ว หน้าด้านชะมัด!”
“แต่ข้าว่านะ..หากคุณชายยอมรับอนุมาสักคนก็คงจะดี ข้าอยากเห็นสตรีผู้นั้นอกแตกตาย” สาวใช้อีกคนกล่าวพลางปิดปากหัวเราะ
"นั่นสิ..แต่เสียดายที่คุณชายไม่ยอม แถมยังโมโหหนักเลย ตอนนี้ก็สั่งให้ส่งตัวฮูหยินไปอยู่เรือนกูหยวนแล้วด้วย”
เสียงซุบซิบเหล่านั้นดังเซ็งแซ่ ก่อนจะมีใครบางคนพูดขึ้นอย่างเย็นชา
“ก็นางนั่นแหละ ตัวหายนะ! อยู่ที่ใดก็พาแต่เรื่องวุ่นวายไปที่นั่น!”
เมิ่งหรูที่ยืนฟังอยู่ถึงกับเลือดขึ้นหน้า ดวงตาวาวโรจน์ด้วยโทสะ "ปากเสีย! องค์หญิงของข้าไม่เคยปรารถนาจะมาอยู่ที่นี่ด้วยซ้ำ! เกี่ยวอะไรกับพวกเรากันเล่า!” นางแทบจะพุ่งเข้าไปเอาเรื่อง แต่กวานซูเหยียนยื่นมือออกมาห้ามไว้เสียก่อน
“ข้าสั่งไว้ว่าอย่างไรเมิ่งหรู!” หญิงสาวส่งเสียงดุ นางรู้ดีว่านางกำนัลผู้นี้ไม่ต่างจากสุนัขผู้ซื่อสัตย์ที่พร้อมจะขย้ำศัตรูได้ทุกเมื่อ แต่นางไม่ต้องการเช่นนั้น
“ฮูหยินน้อย ท่านแม่ทัพสั่งพวกเรามา อย่าทำให้พวกเราลำบากใจเลย ตามพวกเราไปดีๆ เถิดขอรับ!” หัวหน้าทหารที่เดินมาพร้อมกับบ่าวในจวนเอ่ยเสียงแข็ง
กวานซูเหยียนปรายตามองสัมผัสความไม่เป็นมิตรของคนเหล่านี้ได้อย่างชัดเจน “ได้สิ! นำทางข้าไป”
นางยอมรับอย่างว่าง่าย เพราะรู้ดีว่าหลังจากนี้ หากได้ไปอยู่ท้ายจวน ขอเพียงนางไม่ก่อเรื่อง ไม่โวยวาย
และไม่คิดฆ่าใครตามบทเดิมในนิยายอีก ชีวิตนางก็จะปลอดภัย
ยิ่งพวกเขาไม่สนใจนางหรือลืมนางไปเลยก็ยิ่งดี! เพราะนั่นหมายความว่า..จะไม่มีใครขวางทางเมื่อนางต้องการหาทางหนีไปจากที่นี่!
แต่ยังไม่ทันที่ก้าวเท้าออกจากเรือน ก็มีเสียงแหลมแทรกขึ้นขัดจังหวะ
“เดี๋ยวก่อน! คุณชายสั่งให้เชิญฮูหยินน้อยไปอยู่เรือนกูหยวน แต่ไม่ได้บอกให้เอาข้าวของใด ๆ ติดตัวไปด้วยมิใช่หรือ?!”
เสียงนั้นมาจากหญิงสาวคนหนึ่งที่ยืนอยู่กลางกลุ่มบ่าวรับใช้
สตรีผู้นั้นอายุราวยี่สิบต้น ๆ รูปร่างอรชร ผิวพรรณขาวนวลไม้แพ้หญิงงามในวังหลวงแคว้นเหลียงซาน นางเบ้ปากน้อย ๆ แววตาเย้ยหยัน
กวานซูเหยียนหรี่ตาลงเล็กน้อย คาดเดาตัวตนของสตรีตรงหน้า
หญิงสาวที่ยืนพูดเมื่อครู่น่าจะเป็นหนึ่งในสาวใช้อุ่นเตียงที่เหล่าขุนนางผู้ใหญ่เคยมอบให้เซียวหลิงเจาตั้งแต่เมื่อเขายังเป็นเด็กหนุ่ม
และพวกนางเหล่านี้แหละ ที่จะกลายเป็นมือไม้สำคัญในการกลั่นแกล้งฮูหยินที่ไม่เป็นที่โปรดปรานในเรือนหลังอย่างนาง!
สายตาของกวานซูเหยียนเยียบเย็นลงเพียงชั่ววูบ ก่อนนางจะปรับสีหน้ากลับมาเรียบเฉยดังเดิม
“อย่างนั้นหรือ… ถ้าเช่นนั้นก็คงต้องให้ท่านแม่ทัพกลับมายืนยันด้วยตัวเองเสียก่อนกระมัง ว่าห้ามข้าแม้แต่จะนำผ้าห่มติดตัวไป”
สตรีนางนั้นแสดงสีหน้าไม่พอใจทันที
“อย่างหยิ่งผยองไปนักเลยฮูหยินน้อย! คุณชายเกลียดที่สุดก็คือคนจากแคว้นเหลียงซานเช่นท่าน! หากเรียกคุณชายกลับมาที่นี่ บ่าวคิดว่าไม่ใช่พวกเราหรอกที่เดือดร้อน แต่เป็นฮูหยินเองเสียมากกว่า!”
นางแค่นหัวเราะเย้ย “มีที่ซุกหัวนอนก็บุญแล้ว อย่าหวังจะเอาอะไรติดมือไปเลยเจ้าค่ะ!”
คำพูดนั้นเต็มไปด้วยการดูแคลน แน่นอนว่าสายตาทุกคู่ที่จ้องมายังนางก็มีเพียงความสะใจและสมน้ำหน้า
กวานซูเหยียนมองพวกเขาทีละคน สายตานิ่งเย็นอย่างคนที่อยู่เหนือความโกรธ
หากครั้งนี้นางยอมง่าย ๆ คงจะแปลกไปหน่อยกระมัง ตัวละครนี้เดิมทีก็ขึ้นชื่อเรื่องดุร้าย ปากกล้าและไม่เคยยอมใครอยู่แล้วมิใช่หรือ?
“เพี๊ยะ!!” นางฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าสาวใช้ผู้นั้นเต็มแรง!
ทุกคนชะงักงัน ไม่คิดว่าฮูหยินน้อยที่เมื่อครู่ยังดีสงบเสงี่ยมดีกลับลงมือได้รวดเร็วยิ่งนัก!
“แน่นอนข้าคือคนเหลียงซาน และข้าก็คือฮูหยินที่ฮ่องเต้แคว้นฉู่พระราชทานให้นายเจ้า! นี่หรือคือวิธีที่คนแคว้นฉู่อบรมสั่งสอนบ่าวต่ำต้อยในจวน!”
อวี้เซียงหญิงสาวผู้โอหังเมื่อครู่ยืนนิ่ง ใบหน้าซีดเผือดไปในพริบตา นางลืมไปได้อย่างไรว่าชาวเหลียงซานป่าเถื่อนดุร้ายเพียงใด!
กวานซูเหยียนแค่นยิ้ม มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
ไม่เสียแรงที่นางอ่านนิยายแนวชิงรักหักสวาทเทือกนี้มาไม่น้อย คำพูดและท่าทางแบบสตรีโบราณนางเลียนแบบได้สบาย และนางก็อยากทำแบบนี้มานานแล้ว! นางอยากตบพวกตัวประกอบปากดีเช่นนี้เต็มๆ มือสักรอบ ครั้งนี้ได้ทำสมใจสักที!
นางก้าวชาออกไปอีกก้าว จ้องอวี้เซียงเขม็ง
"ไปเรียกเขามาสิ!” นางแค่นหัวเราะ “ท่านแม่ทัพอารมณ์แปรปรวน เขาอยู่กับข้าถึงสามวันสามคืน หากพรุ่งนี้เขาเกิดเปลี่ยนใจอยากเรียกข้ากลับ แล้วพบว่าพวกเจ้าทำให้ข้าลำบาก... พวกเจ้าคิดหรือว่าจะรอด?”
คำพูดนั้นเล่นเอาทุกคนหน้าถอดสี เพราะนั่นคือความจริง!
อวี้เซียงรีบหลบสายตา ตัวนางเองก็เป็นเพียงสาวใช้อุ่นเตียงที่คุณชายไม่เคยแตะต้อง มีหรือจะกล้าเสนอหน้าไปเชิญคุณชายมาที่นี่!
“หลบไป! พวกเจ้าทำให้พวกเราเสียเวลาแล้ว ฮูหยินจะนำสิ่งใดไปด้วยก็เอาไปเถิดขอรับ” หัวหน้าทหารชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะอนุญาตอย่างไม่เต็มใจ
เมิ่งหรูรีบฉวยห่อผ้าสองห่อใหญ่ที่เตรียมไว้ล่วงหน้ามาถือไว้ ขณะที่กวานซูเหยียนสูดลมหายใจลึก พร้อมแล้วที่จะเปลี่ยนชะตาชีวิตของตัวละครนี้
พวกนางสองคนเดินตามหลังบ่าวรับใช้สตรีสามคนไปยังเรือนหลัง โดยมีทหารอีกสองสามคนตามมาดูให้เห็นกับตาเพื่อกลับไปรายงานให้ท่านแม่ทัพรับรู้
ระหว่างทาง นางก็กวาดสายตามองรอบด้านด้วยความสนใจ ลานหินกว้าง ต้นเหมยริมทางที่เริ่มผลิดอก ผนังแกะลายเมฆยาวตลอดแนวกำแพง ประตูและหน้าต่างที่แกะสลักด้วยลวดลายวิจิตรบรรจง ทุกอย่างงดงามเกินจินตนาการ
“ของจริงเป็นเช่นนี้นั่นเอง” แววตาของหญิงสาวสะท้อนประกายสดใสอย่างคนที่เพิ่งได้เห็นโลกใบใหม่
บ่าวรับใช้ที่เดินนำหน้าแอบเหลือบตามองนางด้วยความแปลกใจ
ฮูหยินต่างแคว้นผู้นี้ ไม่มีร่องรอยของความคับแค้น หรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย นี่หรือคือท่าทีของสตรีที่เพิ่งแต่งงานแล้วถูกสามีขับไล่ให้ไปอยู่ท้ายจวน?
พวกนางจำได้ดีถึงภาพตอนที่ขบวนทัพกลับเมืองหลวง ในวันนั้นองค์หญิงกับนางกำนัลยังถูกขังอยู่ในกรง และใช้แรงทั้งหมดพุ่งชนกรงด้วยความเดือดดาลจนเลือดไหล นางก่นด่าสาปแช่งชาวแคว้นฉู่ทุกคนที่พบเห็น
แม้ตอนนี้มือและปากของฮูหยินน้อยจะไม่ได้ถูกพันธนาการ แต่นางกลับไม่มีทีท่าจะทำร้ายผู้ใด และทำราวกับกำลังออกมาเดินเล่นชมสวนเสียอย่างนั้น?
ทหารสองนายที่เดินตามหลังมาก็หันมามองสบตากันอย่างไม่เข้าใจ
หนึ่งในนั้นกระซิบเบา ๆ “แน่ใจหรือว่านางคือคนเดียวกับหญิงบ้าในกรงนั่น? ข้าเห็นกับตาเลยนะ ตอนนั้นนางบ้าคลั่งราวกับสุนัขป่า”
อีกคนพยักหน้า “ข้าก็ไม่เข้าใจ ทีแรกยังคิดว่าต้องมัดนางไปส่งที่เรือนกูหยวนเสียอีก”
เมิ่งหรูได้ยินถึงกับกลอกตา แต่ในใจก็อดสงสัยตามไม่ได้
องค์หญิงของนางกำลังแย้มยิ้มสดใส มีชีวิตชีวาขึ้นทุกย่างก้าว
นางบ่นพึมพำเบา ๆ “หากไม่มีโอกาสได้อยู่ใกล้ท่านเขย แล้วจะลอบสังหารได้อย่างไร? องค์หญิงจะดีใจอะไรนักหนาเนี่ย!”
กวานซูเหยียนได้ยินเสียงพึมพำนั้นก็เพียงหัวเราะในลำคอ
ในนิยายฉบับดั้งเดิม นางก็ไม่ยินยอมพร้อมใจจริงๆ นั่นแหละ แล้วผลที่ได้ก็คือนางถูกโบยไปถึง 20 ที!!
“เมิ่งหรู..เจ้าต้องหัดเรียนรู้จากข้าเสียใหม่ การเดินไปด้วยตนเองย่อมดีกว่าถูกผู้อื่นหามไปโยนทิ้งไว้ท้ายจวนหลายเท่านัก!”
เมิ่งหรูย่นปากไม่ได้ดังใจ แล้วแอบหันไปถลึงตาใส่บ่าวสตรีสองคนด้านข้างแทนจนพวกนางสะดุ้ง
ไม่นานพวกนางก็ถูกพามาถึงจุดหมาย
ภาพที่เห็นตรงหน้าก็คือ ตัวเรือนไม้ชั้นเดียวดูทรุดโทรมมากเมื่อเทียบกับเรือนอื่น ๆ ในจวนสกุลเซียว
หลังคาและผนังบางส่วนมีตะไคร่เขียวจับแน่น พุ่มไม้ที่ปลูกไว้เพื่อประดับและบดบังสายตาจากด้านนอกไม่ได้รับการดูแลจนเลื้อยพันกันไม่เป็นทรง
เมิ่งหรูย่นคิ้วทันทีที่เห็นสภาพโดยรอบ “นี่หรือเรือนที่ให้พวกเราพำนัก!”
“อย่างน้อยก็มีหลังคา ไม่ต้องกลัวฝนรั่วก็ถือว่าดีแล้ว” กวานซูเหยียนพูดพลางมองไปรอบ ๆ อย่างใจเย็น
