บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 5 นับไม่ถ้วน

วันก่อนนางยังเป็นนางมารร้ายในคราบนักสู้แววตาเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นอยู่เลย แต่ตอนนี้กลับจ้องมองเขาด้วยสายตาวิงวอน มิต่างกับนางมารน้อยที่หมายยั่วใจคน

“หากว่านี่เป็นเพียงการเสแสร้ง ก็นับว่าเจ้าทำได้ดีเลยทีเดียว” เขากล่าวก่อนจะเลื่อนมือลงไปที่ทรวงอกกลมแล้วบีบแรงๆ คราหนึ่ง

คนตัวเล็กที่บอบช้ำมาทั้งคืน พอถูกบีบแรงๆ อีกครั้งนางก็ต้องสูดปาก

“ข้าเจ็บ..”

"แรงไปหรือ?" เขาเอ่ยเสียงเบาแต่ในดวงตากลับมีร่องรอยร้อนแรงกรุ่นอยู่

กวานซูเหยียนกะพริบตาถี่ๆ กล่าวตามจริงนางเตรียมตัวเตรียมใจไว้ไม่น้อยว่าต้องเผชิญกับช่วงเวลาอันสุดแสนหฤโหดตามต้นฉบับในนิยาย

แต่เซียวหลิงเจาไม่ได้ทุบตีหรือทำให้นางได้รับบาดเจ็บเลยสักแผล นั่นอาจเป็นเพราะนางไม่ได้ขัดขืนจึงไม่เจ็บตัวเท่าใดนัก

หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าบุรุษที่ได้ชื่อว่าโหดเหี้ยมที่สุดบนแผ่นดิน สายตาเต็มไปด้วยคำขอบคุณ และความอ่อนหวานนั้นก็ทำให้เซียวหลิงเจาชะงักค้าง

ร่างนุ่มนิ่มกับกลิ่นกายของหญิงสาวกทำให้เขาห้ามใจเอาไว้ไม่ไหว สุดท้ายเขาก็พ่ายแพ้ต่อสัญชาตญาณ

“สตรีเช่นเจ้า สมควรได้รับความทุกข์ทรมาน!” น้ำเสียงนั่นแข็งกร้าวจนทำให้กวานซูเหยียนใจสั่นวาบ

ในนิยายต้นฉบับ เซียวหลิงเจาจะร่วมรักกับนางเพียงครั้งเดียวแล้วก็ส่งตัวนางไปอยู่เรือนเก่าท้ายจวนทันทีมิใช่หรือ? แล้วนี่มันอะไรกัน!

ดวงตาของหญิงสาวทอดมองชายหนุ่มด้วยความสงสัยปนหวั่นไหว โดยที่ไม่รู้เลยว่า พายุร้ายกำลังจะซัดเข้ามาหานางอีกหลายระลอกอย่างไม่หยุดยั้ง!

ทางด้านนอกห้องหอ เมิ่งหรูถอนหายใจเป็นรอบที่ร้อยแปดสิบเจ็ด นางนั่งกอดเข่าอยู่หลังเสาไม้ใกล้ประตูห้องหอ สายตาจับจ้องไปที่นางกำนัลสูงวัยจากวังหลวงอีกสามนางที่ไม่ยิ้ม และจะขยับตัวเฉพาะเมื่อจำเป็นเท่านั้น

พวกนางยืนหลังเหยียดตรง หุบปากเงียบคล้ายหุ่นไม้แกะสลัก แววตาเยือกเย็นเฉยชา ราวกับเคยผ่านหน้าที่นี้มานับไม่ถ้วนจนชินชาเสียแล้ว

"อายุขนาดนี้กันแล้วยังยืนขาแข็งกันได้ตั้งแต่เที่ยงคืนยันฟ้าสาง! ไม่ง่วง ไม่หิว ไม่ปวดขากันเลยหรือไร" เมิ่งหรูเหลือบมองพวกนางแล้วหันกลับมาพึมพำคนเดียวอีกรอบ

ดวงตาแฝงความวิตกกังวลของหญิงสาวเหลือบไปทางประตูห้องหอที่ปิดสนิท และดูเหมือนจะไม่มีวี่แววว่ามันจะเปิดออกมาแม้แต่นิดเดียว

ผ่านไปครึ่งค่อนคืนขณะที่เมิ่งหรูเริ่มจะนั่งไม่ติด ในที่สุดก็เริ่มมีความเคลื่อนไหวบางอย่างจากในห้องหอ

"นำน้ำอุ่นเข้ามา" เสียงทุ้มต่ำของบุรุษดังขึ้น สาวใช้ในจวนสกุลเซียวที่ไม่รู้ว่าเมื่อครู่พวกนางไปยืนอยู่ที่ใด จู่ๆ ก็แบกถังน้ำอุ่นผลักประตูเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว

เมิ่งหรูรีบลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่ประตูบ้าง แต่นางกลับถูกสายตาเย็นชาจากนางกำนัลสูงวัยสามคนห้ามปรามเอาไว้

ผ่านไปสักพักสาวใช้ที่หายเข้าไปด้านในออกทยอยเดินออกมากันทีละคน พร้อมกับส่งผ้าแพรสีขาวที่พับเอาไว้เรียบร้อยให้กับนางกำนัลหลวงผู้หนึ่ง พอได้รับผ้าผืนนั้นไปแล้วทั้งสามก็เดินหายออกจากบริเวณไป สร้างความโล่งใจให้เมิ่งหรูอยู่ไม่น้อย

นางมองตามกลุ่มนางกำนัลหลวงที่เดินจากไปอย่างสงบ แล้วหันกลับไปมองประตูบานที่ปิดสนิทลงอีกครั้งด้วยหัวใจที่ว้าวุ่น บอกตนเองว่าอีกเดี๋ยวแม่ทัพเซียวคงจะออกจากห้อง และองค์หญิงของนางคงต้องการให้มีคนเข้าไปปรนนิบัติหลังจากที่ผ่านการร่วมหอเป็นครั้งแรก

ทว่า...เวลาผ่านไปอีกยาวนาน

หนึ่งคืน..สองคืน..สามคืนผ่านไป

บ่าวรับใช้ผลัดเปลี่ยนกันนำสำรับอาหารเข้าไปเงียบ ๆ วันละสามเวลา บางครั้งพวกนางก็ยกถังน้ำกับผ้าปูเตียงชุดใหม่ บางครั้งเป็นชุดเสื้อผ้าของบุรุษและสตรี ทุกสิ่งถูกส่งเข้าไปไม่มีขาดตกบกพร่อง

เมิ่งหรูนั่งรอยืนรออยู่หน้าห้องหอทั้งวันทั้งคืน พอง่วงก็เผลองีบหลับ ตื่นขึ้นมาก็ยังไม่เห็นท่านแม่ทัพกับองค์หญิงของตนเดินออกมาจากห้องเลยแม้แต่ก้าวเดียว!!

ในที่สุดรุ่งเช้าของวันที่สี่หญิงรับใช้ผู้ภักดีก็ได้เห็นเซียวหลิงเจาสะพายดาบใหญ่เดินออกมาจากห้องหอ ด้านนอกมีทหารองครักษ์หกนายยืนรอเขาอยู่ด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก พวกเขาหยุดคุยกันอยู่ชั่วครู่แล้วจึงพากันเดินลับสายตาไป

หญิงสาวรีบวิ่งเข้าไปหาองค์หญิงของนางทันที

พอผลักประตูเข้าไปนางก็ได้กลิ่นอายรักคละคลุ้งจนรู้สึกโกรธขึ้นมา ก่อนจะรีบไปเปิดหน้าต่างทุกบานออกเพื่อให้อากาศถ่ายเท

“องค์หญิง..” นางส่งเสียงเรียกกวานซูเหยียนเบาๆ

ร่างเล็กที่อยู่ในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิงลืมตางัวเงียขึ้นมา สีหน้าอ่อนแรงแต่ยังฝืนยิ้มสู้

“เมิ่งหรู..ข้าบอกเจ้าแล้วว่าผ่านคืนนี้ไปพวกเราก็จะเป็นอิสระ”

“นี่มันคืนเดียวเสียเมื่อใดกันเล่าเพคะ! คนชั่วนั่นมันรั้งตัวท่านไว้ถึงสามคืน”

กวานซูเหยียนเบิกตาโพลง หัวสมองสับสนมึนงงไปหมด

“สามคืน!!” นางทวนคำ

ในนิยายต้นฉบับ เซียวหลิงเจามีเพียงคืนเดียวเท่านั้นที่อยู่กับนาง จากนั้นก็ไล่ให้นางไปอยู่ท้ายจวน

แต่ครั้งนี้…

นางยกนิ้วขึ้นนับอย่างครุ่นคิด ก่อนจะรีบหดมือกลับแทบไม่ทัน เพราะจำนวนครั้งที่นางกับเขา..มันนับไม่ถ้วนแล้วจริง ๆ!!

กวานซูเหยียนสูดหายใจลึก “เมิ่งหรู เจ้ารีบดูสิว่าในเรือนนี้มีอะไรกินได้บ้าง รีบค้นเอามาให้หมด” หญิงสาวยันกายขึ้น ร่างกายปวดระบมจนต้องห่อปากยับย่น

“ของกิน? ตอนนี้หรือเพคะ?” เมิ่งหรูขมวดคิ้วด้วยความงุนงง

“ใช่! เดี๋ยวนี้เลย ทั้งของกินของใช้ อะไรที่แบกไหวเก็บไปให้หมด พวกเรามีเวลาไม่มากแล้ว”

ในนิยาย หลังจากเซียวหลิงเจาออกจากห้องหอไปแล้ว นางจะถูกส่งไปอยู่ท้ายจวน

นางต้องนอนป่วยเพราะพิษไข้จากความป่าเถื่อนของเขาอยู่ถึงสามวันเต็ม โดยไม่มีคนดูแล ไม่มีข้าวน้ำสักหยดจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ครั้งนี้นางต้องเตรียมตัวให้พร้อม

เมิ่งหรูรีบวิ่งวุ่นไปทั่วเรือนหอ ตามคำสั่งของกวานซูเหยียนโดยไม่กล้าซักถามสักคำ

บนโต๊ะยังมีกาน้ำชาอยู่ใบหนึ่ง ข้าง ๆ กันนั้นมีถาดผลไม้ที่เริ่มแห้งเหี่ยว กับขนมมงคลรูปดอกเหมยที่ยังไม่ได้แตะต้อง วางเรียงอยู่เคียงสุราขวดเล็กสองสามขวด

นอกจากนั้น ยังมีผ้าห่มผืนใหม่ เสื้อผ้าสตรีที่บ่าวรับใช้เพิ่งนำมาส่งเมื่อวันก่อนวางกองรวมกันอยู่ในตู้ไม้หอม

เมิ่งหรูไม่รอช้า นางเปิดตู้ทุกบาน ค้นหาทุกซอกทุกมุม กวาดตาดูทุกสิ่งที่กินได้ หรือใช้ได้ ไม่ว่าผลไม้ ขนม น้ำชา สุรา อ่างล้างมือ หรือแม้แต่สำรับอาหารที่เพิ่งถูกส่งเข้ามาเมื่อเช้านางก็กวาดเรียบ

นางจัดการหยิบผ้าห่มผืนหนาออกมาสองผืน ใช้มันห่อสิ่งของเหล่านั้นมัดแน่นด้วยเชือกไหมสีแดงที่เคยใช้ประดับห้องหอ

ไม่นานนัก ห่อผ้าขนาดใหญ่สองห่อก็วางซ้อนกันอยู่กลางพื้น

“เก็บหมดแล้วเพคะ”

กวานซูเหยียนพยักหน้าเบา ๆ

“ดี..หลังจากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ห้ามเจ้าโวยวาย ห้ามเปิดปากด่าใครอีก เข้าใจหรือไม่”

เมิ่งหรูได้แต่ก้มหน้ารับคำด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ เข้าใจว่าที่องค์หญิงต้องทำเช่นนี้ ก็เพียงเพราะนางกำลังวางแผนลอบสังหารแม่ทัพเซียวในภายหลังอยู่เป็นแน่!

เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วยาม เสียงโวยวายจากลานหน้าจวนก็ดังขึ้นราวกับเกิดเหตุปล้นกลางวันแสก ๆ

ไม่นานนักบ่าวรับใช้ก็วิ่งพล่านเหมือนมดแตกรังมาถึงเรือนนาง เรือนหอของกวานซูเหยียนกลายเป็นจุดศูนย์กลางของความชุลมุนวุ่นวายนั้น

“เริ่มแล้วสินะ” หญิงสาวถอนหายใจออกมาเบาๆ

ฉากนี้คือตอนที่นางกำลังจะถูกส่งไปอยู่เรือนร้างท้ายจวน

ตามต้นฉบับเดิม เหล่าขุนนางในราชสำนักต่างเชื่อว่าเซียวหลิงเจายอมรับกวานซูเหยียนเป็นภรรยาเอกเพียงเพราะต้องปฏิบัติตามราชโองการเท่านั้น และอีกไม่นานก็ต้องทอดทิ้งหรือหาทางลอบสังหารนางแน่

เจ้าบ่าวเจ้าสาวเพิ่งออกจากเรือนหอ แต่หลายคนก็ยังเร่งส่งบุตรีของตระกูลเข้ามาในจวน!

มองข้ามหัวนางกันชัดๆ!

ยังดีที่คนเหล่านั้นถูกเซียวหลิงเจาปฏิเสธอย่างไม่ไว้หน้าแม้แต่คนเดียว นั่นก็เพราะสกุลเซียวมีกฎ บุรุษตระกูลนี้จะแต่งสตรีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นในชั่วชีวิต

แต่อีตาบ้านั่นกลับหงุดหงิดอารมณ์เสียแล้วพาลมาลงที่นางนี่สิ!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel