ตอนที่ 4 นางมารน้อย
แม่ทัพผู้ห้าวหาญหัวเสียอย่างหนักที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามคาด เขาหมุนตัวกลับไปกระแทกตัวนั่งลงบนเก้าอี้ คว้าสุราทั้งกาขึ้นมาเทใส่ปาก
“เจ้ามันช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก! เพียงแค่เห็นหน้าเจ้า ข้าก็แทบจะอาเจียนออกมาอยู่แล้ว!” เขาพยายามยั่วยุ
มือข้างหนึ่งของกวานซูเหยียนกำแน่นที่ชายผ้า หัวใจเต้นโครมครามจนอึดอัดไปทั้งอก
ตัวจริงของเซียวหลิงเจาน่ากลัวกว่าทุกคำบรรยายในนิยาย เขามีรูปร่างสูงใหญ่ ดวงตาดุดันเย็นเยียบราวมัจจุราช ยิ่งตอนที่เขาขมวดคิ้วจ้องมองนางนิ่งอยู่เช่นนี้ นางไม่กล้าแม้แต่จะหายใจออกมาด้วยซ้ำ!
“ได้..ได้โปรดอย่าทำอะไรรุนแรงกับข้าเลย” หญิงสาวเอ่ยเสียงสั่นด้วยความหวาดกลัว นางรู้ดีว่าอย่างไรคืนนี้ต้องตกเป็นของเขา ขอให้นางรอดจากการถูกทุบตี ไม่ถูกเหยียบย่ำอย่างทารุณเหมือนในนิยายก็พอแล้ว
เซียวหลิงเจานิ่งมองนางอีกครั้งด้วยความรู้สึกแปลกใจ ข้างหูพลันได้ยินเสียงขยับตัวแผ่วเบาของนางกำนัลอาวุโสที่มาคอยสอดแนมคล้ายกำลังเร่งให้เขาเผด็จศึกให้สำเร็จ!
ชายหนุ่มลุกขึ้นอีกครั้ง ฝ่ามือหยาบหนาของเขาเอื้อมไปกระชากท่อนแขนเล็กดึงตัวนางเข้ามาใกล้ หวังว่าจะได้เห็นหญิงสาวขัดขืน แต่ร่างเล็กที่สูงเพียงอกของเขากลับสั่นเบา ๆ เหมือนนกตัวเล็กในฤดูหนาว
ชั่วขณะหนึ่งเซียวหลิงเจาผู้ยิ่งใหญ่ถึงกับทำอะไรไม่ถูก เพราะทุกอย่างมันผิดแผน!
แต่ก่อนที่เขาจะเลิกล้มความคิดก็ได้เห็นนางกลั้นหายใจแล้วเอนกายล้มลงบนเตียงอย่างเชื่องช้า
นางยื่นมือที่ถูกมัดมาเบื้องหน้าเขา พลางส่งสายตาอ้อนวอนให้ถอดมันออก
เข้าทางแล้ว!! นางกำลังหลอกล่อให้เขาปลดปล่อยนางให้เป็นอิสระแล้วจากนั้นคงเริ่มอาละวาดแน่! ชายหนุ่มคิดในใจพลางยิ้มเยาะ แผนที่เขาวาดไว้ในหัวกำลังจะกลับมาเข้ารูปเข้ารอยในไม่ช้า
รอยยิ้มมุมปากกับสายตาที่จ้องเขม็งมายังข้อมือของนาง ทำให้กวานซูเหยียนเสียวสันหลังวาบ
หรือว่าราชันซากศพผู้นี้เป็นพวกวิปริตนิยมความรุนแรง!!
ไม่ได้การแล้ว!! นางต้องทำให้เขาเห็นว่าการเข้าหอแบบคนปกติก็สามารถทำให้เขามีความสุขได้ แม้ว่านางจะต้องเป็นฝ่ายเสียสละก็ตาม!!
ทันทีที่ผ้าที่ผูกข้อมือถูกเขาเหวี่ยงลงไปกองกับพื้น หญิงสาวก็โผเข้าไปซุกตัวอยู่ในอ้อมอกใหญ่ ปลายนิ้วเรียวงามค่อยๆ ปลดผ้าคาดเอวและคลายเสื้อของเขาออกเผยให้เห็นแผงอกกว้างกำยำ
นางลูบไล้ไปบนรอยแผลเป็นเล็กใหญ่หลายรอยบนร่างเขาอย่างพิจารณา คล้ายกำลังตรวจสอบร่างกายทุกส่วนของอีกฝ่ายอย่างละเอียด
เมื่อเห็นว่าเซียวหลิงเจายังคงจ้องนางตาเขม็ง ร่างใหญ่แข็งเกร็งไม่หวั่นไหว หญิงสาวก็ยิ่งต้องรีบดำเนินการต่อก่อนที่เขาจะอารมณ์เสียขึ้นมา
นางรวบรวมความกล้าตัดสินใจคลายชุดแต่งงานสีแดงสดบนร่างของนางออกด้วยท่าทีเงอะๆ เงิ่นๆ
ชุดโบราณเหล่านี้ซับซ้อนเกินไปจนหญิงสาวเริ่มเหงื่อตก หากนางมัวแต่ชักช้าก็เกรงว่าจะทำให้อีกฝ่ายหงุดหงิด
“ท่านช่วย..ถอดให้ข้าได้หรือไม่” นางถามเสียงเบาราวกับยุงบินผ่านหู
เซียวหลิงเจายังคงปั้นหน้านิ่งเพื่อข่มกลั้นความสงสัยภายในใจ เขาเอื้อมมือมาคลายชุดให้นางอย่างไม่รีบร้อนพลางลูบคลำไปทั่วเรือนร่างงามเพื่อค้นหาอาวุธที่คาดว่านางจะซุกซ่อนเอาไว้ตามสัญชาตญาณของความไม่ไว้วางใจ
แต่สิ่งที่เขาไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นมันกลับเกิด!
กวานซูเหยียนไม่เพียงไม่ขัดขืน แต่นางกลับช่วยถอดเสื้อผ้าของนางทั้งหมดออกไปกองไว้ข้างเตียงราวกับต้องการเปิดเผยว่านางไม่ได้มีอาวุธใดๆ อยู่ในกายเลยสักชิ้น
ดวงหน้างามล่มเมืองขึ้นสีแดงจัดลามลงมาถึงลำคอ สตรีผู้นี้มองจากภายนอกก็ว่างามแล้วแต่ภายในกลับงามเย้ายวนยิ่งกว่า ผิวพรรณของนางขาวเนียนตัดกับรอยช้ำเขียวเป็นจ้ำหลายแห่งซึ่งทำให้ร่างงามดูน่าสงสารและน่าทะนุถนอมยิ่งกว่าเก่า
เดิมทีเขาก็ไม่ใช่บุรุษที่นิยมการใช้กำลังอยู่แล้ว เพียงแต่คิดว่าการจัดการกับสตรีป่าเถื่อนเช่นนาง เขาคงต้องออกแรงปราบพยศนางให้มากหน่อย
เมื่อเห็นหญิงสาวตรงหน้าโอนอ่อนผ่อนตามแต่โดยดี สัญชาตญาณตามธรรมชาติของบุรุษในตัวเขาก็ยิ่งถูกกระตุ้นหนัก เสียงหัวใจของเซียวหลิงเจาเริ่มดังขึ้นเองในอก มีบางจังหวะที่เหมือนจะขาดห้วงไปด้วยซ้ำ
อุณหภูมิในห้องหอเริ่มร้อนระอุขึ้น ลมหายใจของคนสองคนเริ่มผสานกันในความเงียบงัน ผ้าม่านบาง ๆ ที่ล้อมเตียงไว้สั่นไหวช้า ๆ อย่างอ่อนโยน
กวานซูเหยียนหลับตาพริ้ม ไม่ใช่เพราะวางใจว่าเขาจะไม่ได้ใช้ความรุนแรงแล้ว หากแต่เพราะยิ่งมองเขานาน นางก็ยิ่งไม่อาจต้านทานแรงสั่นไหวในอกตัวเองได้
เซียวหลิงเจาทั้งรูปงาม ทั้งหุ่นดี อย่าว่าแต่ได้สัมผัสเลย ชาติที่แล้ว ผู้หญิงเชยๆ อย่างนางมีหรือจะมีโอกาสได้เฉียดเข้าใกล้ผู้ชายหน้าตาดีเช่นนี้ เกิดใหม่ครั้งนี้ไม่ขาดทุนแล้ว!
ไหนๆ นางกับเขาก็จะได้ร่วมหอกันเพียงครั้งเดียว เช่นนั้นก็ขอฉวยโอกาสตักตวงความสุขครั้งแรกในชีวิตให้คุ้มค่าสักหน่อยเถอะ!!
นางหลับตาพลางลูบไล้ร่างกำยำนั้นอย่างเคลิบเคลิ้ม กล้ามเนื้อบนท่อนแขนและแผงอกนี่มันช่าง…
“กวาน ซู เหยียน เจ้ากำลังทำอะไร!” เซียวหลิงเจาพยายามฝืนเปล่งเสียงออกมาไม่ให้สั่น
สตรีไร้ยางอายผู้นี้กำลัง..ลูบคลำไปถึง..ส่วนนั้นของเขา!!
“เจ้า!..หาเรื่องตาย!!” ชายหนุ่มรีบพลิกตัวกดร่างเล็กลงบนเตียงคำรามเสียงต่ำ
กวานซูเหยียนไม่ปล่อยเวลาให้เสียเปล่า นางคว้ามือสองข้างของเขาเอาไว้แน่น ข้างหนึ่งดึงมาวางไว้บนทรวงอกนุ่ม อีกข้างยกขึ้นมาแนบแก้มของตน
เซียวหลิงเจาโมโหจนอยากสังหารคน นางไม่ใช่เพียงสตรีปากร้าย ป่าเถื่อนไร้ยางอายเท่านั้น แต่เป็นนางมารน้อยชัดๆ!
แต่..เหตุใดมือของตนจึงทำงานสวนทางกับความคิดกันเล่า!!
นางรู้สึกถึงสัมผัสอุ่นของปลายนิ้วที่ลากลงไปตั้งแต่ลำคอจนถึงทรวงอกชวนให้สั่นสะท้าน
ริมฝีปากของนางเม้มแน่นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะคลายออกอย่างสั่นระริกคล้ายจะเปล่งเสียง แต่สุดท้ายก็เลือกจะนิ่งเงียบ เพราะรู้ว่าไม่มีคำพูดใดหยุดเขาได้ และนางก็ไม่อยากให้เขาหยุด!
ปลายนิ้วนั้นยังคงเคลื่อนไหวไม่หยุด แม้บางครั้งดูเหมือนว่าเขาจะใช้แรงมากไปหน่อยแต่นางกลับรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก
เพียงลมหายใจจากเขาสัมผัสร่าง ก็ทำให้ผิวกายของหญิงสาวตรงหน้าเกิดปฏิกิริยาราวกับต้องสายลมหนาว เขากวาดตาผ่านปลายคางเล็กของนางมองเห็นแววสั่นไหวบาง ๆ ที่หางตา ริมฝีปากเม้มแน่นราวกับกลัวว่าจะหลุดเสียงครางออกมา
เซียวหลิงเจาหัวใจเต้นแรงไม่แพ้กัน เรือนกายนุ่มนิ่มใต้ร่างของตนในยามนี้ ทำให้สติของเขากระเจิดกระเจิงจนลืมไปแล้วว่าเคยชิงชังนางเพียงใด
ในเมื่อฮ่องเต้ส่งคนมาตรวจสอบถึงหน้าห้องหอ เช่นนั้นเขาก็สมควรต้องสนองมิใช่หรือ?!
ผ่านคืนนี้ไปแล้วค่อยส่งตัวนางไปอยู่ท้ายจวน!
ท่วงท่าของเซียวหลิงเจาเร่าร้อนรุนแรงขึ้น
กวานซูเหยียนรู้สึกเหมือนร่างกายของนางถูกเขาฉุดกระชากไปมาอยู่กลางสมรภูมิที่ไร้เลือด บางครั้งเจ็บ บางครั้งก็ทำให้นางตื่นเต้นและรู้สึกผ่อนคลายจนสมองพร่าเลือน
น้ำตาของนางเปียกชุ่มหางตาหลังจากที่ถูกเขาทรมานมาอย่างยาวนานจนกระทั่งสงครามในครั้งนี้สิ้นสุดลง
เซียวหลิงเจาเรียกบ่าวรับใช้เอาน้ำอุ่นเข้ามาในห้อง พอพวกนางกลับออกไป เขากลับตรงมาที่นางแล้วอุ้มนางขึ้นทั้งที่ร่างกายของนางไม่มีสิ่งใดปกคลุม
“ท่าน..” หญิงสาวร้องออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า พยายามใช้สองมือปกปิดร่างกายไว้ด้วยความอับอาย
เซียวหลิงเจาไม่กล่าวอะไร เขาก้าวขาลงไปในอ่างน้ำขนาดใหญ่พิงตัวกับขอบอ่างโดยวางร่างบางเอาไว้บนตัก หางตายังจับจ้องไปยังคนตัวเล็กที่ขดตัวอยู่ในอ้อมกอด
แพขนตาของนางกระพือไหว ใบหน้านั้นกลับดูไร้พิษสงเสียจนเขาอดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้ว
"เจ้าคือคนเดียวกับกวานซูเหยียนเมื่อหลายวันก่อนแน่หรือ?" เขาพึมพำเสียงเบาพลางบีบลำคอระหงของนางไว้แน่น
