บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 สมรสพระราชทาน

บนบัลลังก์มังกรซึ่งประดับด้วยหยกสลักและทองคำเหลืองอร่าม ฮ่องเต้หย่งจงจิ้งทอดพระเนตรนิ่งไม่เอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดออกมาอยู่นานหลายอึดใจ

ดวงพระเนตรสีดำเข้มใต้คิ้วเรียวหนามิได้ฉายแววโกรธเกรี้ยวหรือยินดี หากแต่เต็มไปด้วยความคิดซับซ้อน ราวกับสายน้ำลึกที่นิ่งเฉยก่อนจะเชี่ยวกรากหากมีคนเผลอ

“เซียวหลิงเจา…เจ้าเป็นผู้มีคุณูปการใหญ่หลวงต่อแคว้นฉู่ ศึกที่ไม่มีใครกล้าคิดจะชนะเจ้ากลับนำชัยมาได้ หากสตรีผู้นี้อยู่ภายใต้การปกครองของแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ ก็เท่ากับแคว้นเหลียงซานหมดสิ้นหนทางลุกฮือ" หย่งจงจิ้งเว้นจังหวะอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรับสั่งต่อ

"จะดีกว่าหรือไม่ หากข้าจะยกเมืองเป่ยให้แม่ทัพเซียวไว้ปกครอง พร้อมกับมอบเงินห้าแสนตำลึง และพระราชทานกวานซูเหยียนให้เป็นภรรยาของเจ้าเพื่อเป็นรางวัลแห่งชัยชนะในศึกเหลียงซาน!”

ม่านตาของหยางเหวินและเหล่าองครักษ์ที่คุกเข่าอยู่เบื้องหลังหดเกร็งขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

กวานซูเหยียนผู้นี้หากยกให้เป็นนางบำเรอของฝ่าบาทหรือองค์ชายสักพระองค์นั้นแตกต่างกับการที่ฮ่องเต้มอบนางให้เป็นฮูหยินของท่านแม่ทัพอย่างสิ้นเชิง!!

หากรู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ พวกเขาควรจะสังหารสตรีผู้นี้เสียตั้งแต่ที่วังหลวงแคว้นเหลียงซานไปให้จบๆ ไม่ควรให้นางกลายมาเป็นจุดอ่อนของท่านแม่ทัพในตอนนี้!!

ทั่วทั้งท้องพระโรงเงียบงันราวกับทุกเสียงสูญหายไปกับลมหายใจ ขุนนางหลายคนหลุบตาลงต่ำ ไตร่ตรองพระราชโองการนี้อยู่ในใจ

แววตาของเซียวหลิงเจาสงบราบเรียบแต่มือทั้งสองกำแน่นขึ้นเล็กน้อย

ชาวเหลียงซานเป็นกลุ่มคนที่ชาวแคว้นฉู่เกลียดชังเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การที่ฮ่องเต้พระราชทานสมรสให้เขารับนางเป็นภรรยาเอก เป็นการทำลายศรัทธาและความเชื่อมั่นของผู้คนที่มีต่อสกุลเซียวโดยแท้!

อีกทั้งสกุลเซียวมีเขาเป็นบุตรชายเพียงคนเดียว และบุตรชายที่เกิดจากภรรยาเอกของเขาเท่านั้นที่จะรั้งตำแหน่งผู้สืบทอดสกุลสายตรง

สายเลือดเหลียงซานครึ่งหนึ่งในตัวบุตรชายอาจเกิดปัญหาตามมาภายหลังหากเขาต้องการรับตำแหน่งขุนนางในแคว้นฉู่

การยกหัวเมืองเป่ยให้ตนปกครองก็ดูคล้ายว่าจะมีเหตุผลอยู่บ้าง เพราะเมืองเป่ยติดกับชายแดน ชาวเหลียงซานที่รู้ว่ากวานซูเหยียนได้เป็นฮูหยินของเจ้าเมืองหาใช่นางบำเรอ พวกเขาที่ไม่เหลือผู้นำที่แข็งแกร่งแล้ว ก็อาจยินยอมพร้อมใจจะสวามิภักดิ์แต่โดยดี

แต่เมืองเป่ยคือที่ใดเล่า? ยามนี้ทั่วทั้งเมืองแทบจะกลายเป็นเมืองร้างเพราะผู้คนตาพากันอพยพหนีสงครามไปอยู่ที่อื่นกันหมดแล้ว

หลังจากนี้อาจจะมีชาวบ้านทยอยเดินทางกลับไปยังถิ่นฐานเดิม แต่ก็ต้องฟื้นฟูบ้านเมืองกันใหม่ทั้งหมด เรื่องการเก็บภาษีครัวเรือนมาบำรุงเมืองก็ไม่ต้องคิด! บางทีเขาอาจต้องใช้เงินรางวัลห้าแสนตำลึงทั้งหมดที่ได้รับมา ในการเลี้ยงดูและสนับสนุนประชาชนให้ตั้งหลักให้ได้ก่อนด้วยซ้ำ มิเช่นนั้นตนก็จะได้ปกครองเพียงเมืองร้าง!

เห็นชัดว่าฮ่องเต้ให้ตำแหน่งแต่ไม่ให้กำลัง ทั้งยังจำกัดอำนาจและรายได้ของสกุลเซียวเอาไว้ในกรอบ

“ขอบพระทัยฝ่าบาท เซียวหลิงเจาน้อมรับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ!!” เขามิได้แสดงสีหน้าอะไร เพียงค้อมศีรษะรับพระราชโองการด้วยท่าทางเฉยชาท่ามกลางความโล่งใจของฮ่องเต้หย่งจงจิ้งและเหล่าองค์ชาย

กวานซูเหยียนเบิกตากว้างขึ้นไม่อาจเปล่งเสียงคัดค้านหรือออกความเห็นใดๆ แต่เพียงครู่เดียวแววตาของนางก็กลับสะท้อนประกายบางอย่างก่อนจะกลับมาเป็นปกติในเวลาอันรวดเร็ว

……….

พิธีสมรสพระราชทานของเซียวหลิงเจากับกวานซูเหยียนถูกกำหนดให้จัดขึ้นอย่างเร่งด่วนตามคาด

และถึงแม้พิธีแต่งงานในวันนี้จะเกิดขึ้นภายใต้พระราชโองการ แต่ภายในจวนตระกูลเซียวกลับไม่มีเสียงกลอง ไม่มีพิธีการโห่ร้องหรือขบวนรับตัวเจ้าสาวอย่างที่คู่สมรสทั่วไปพึงมี

ภายในห้องโถงใหญ่ประดับเพียงผ้าแพรแดงสองเส้นพาดเฉียงจากเสาไปยังมุมห้อง ข้างกายเซียวหลิงเจามีเพียงขุนนางเฒ่าจากกรมพิธีการมาทำหน้าที่เป็นนายพิธีให้เท่านั้น

ขันทีที่มานำราชโองการสมรสเป็นลายลักษณ์อักษรมามอบให้สกุลเซียว ยืนเป็นพยานอยู่เบื้องหลังฮูหยินใหญ่ถังลี่จูผู้เป็นมารดาของเขา

กวานซูเหยียนในชุดเจ้าสาวสีแดงสด มีผ้าโปร่งปิดบังใบหน้านั่งนิ่งอย่างสงบ นางถูกกรอกยาให้มึนงงไว้ล่วงหน้าเพื่อจะได้ทำพิธีให้สำเร็จ ปากและสองมือของนางยังคงถูกพันธนาการไว้ด้วยผ้าแพรสีแดงผืนใหญ่ถึงสองชั้น

พิธีการทั้งหมดถูกรวบรัดให้จบในเวลาไม่นาน พอเสร็จพิธีเจ้าสาวก็ถูกส่งตัวไปที่เรือนหอ แต่เจ้าบ่าวกลับเดินตามมารดาของเขาไปทางเรือนหลัง

“ตระกูลเซียวของเราแต่ไหนแต่ไรมาก็แต่งให้ภรรยาเพียงหนึ่ง ไม่เลี้ยงสตรีในเรือนหลังไว้สร้างความแตกแยก” ถังลี่จู หรือถังฮูหยินผู้เป็นมารดาของเซียวหลิงเจาเอ่ยขึ้นช้าๆ สีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด

ชายหนุ่มหยุดยืนนิ่ง ก้มศีรษะลงเล็กน้อยรอฟังอย่างใจเย็น

นางมองบุตรชายพลางถอนหายใจเบา ๆ ราวกับต้องการระบายความรู้สึกสับสนที่อยู่ในใจ

“ถึงนางจะเป็นคนเหลียงซานและเจ้าก็จำต้องยอมรับราชโองการ แต่ถึงอย่างไรการแต่งงานของเจ้ากับนางก็ครบถ้วนตามประเพณี หากเราไม่ร้ายกับนางเกินไปนักก็ไม่แน่ว่าภายหลังนางอาจเปลี่ยนแปลงเป็นดีขึ้นก็ได้ เจ้าคิดว่าอย่างไร”

เซียวหลิงเจายืนนิ่งสีหน้าดูเหมือนไม่ใส่ใจ แต่ดวงตาวูบไหวบาง ๆ

“เป้าหมายของลูกสำเร็จลงแล้วขอรับท่านแม่ ข้าได้แก้แค้นแทนท่านพ่อ ได้รับใช้บ้านเมืองอย่างสุดความสามารถ หลังจากนี้ข้าก็ไม่ได้คาดหวังสิ่งใดอีก” ชายหนุ่มแววตาอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้เป็นมารดา

“นางก็เป็นเพียงเครื่องมือที่ฮ่องเต้ใช้กำจัดอำนาจของสกุลเซียวทางอ้อมเท่านั้น ไม่มีความหมายใดกับข้า ข้าจะไม่มีวัน..”

เซียวหลิงเจายังกล่าวไม่ทันจบประโยค ขุนนางเฒ่าจากกรมพิธีการก็พานางกำนัลสูงวัยสามคนเดินตรงมาทางเขา

“ท่านแม่ทัพ ถังฮูหยิน" ชายชราโค้งตัวคำนับ

“ฝ่าบาทกำชับกับข้ามาว่าเพื่อความสัมพันธ์อันมั่นคงและเป็นการป้องกันเหตุไม่คาดฝันที่อาจเกิดจากทางฝ่ายแคว้นเหลียงซาน พระองค์มีพระประสงค์ให้ท่านกับฮูหยินเร่งมีบุตรด้วยกันให้เร็วที่สุด”

นางกำนัลนางหนึ่งยื่นถาดผ้าแพรสีขาวนวลมาตรงหน้าเซียวหลิงเจา

ชายหนุ่มยกมุมปากข้างหนึ่งขึ้นสูง ดวงตาคมหรี่ลง รังสีสังหารแผ่กำจายออกจากร่างจนขุนนางเฒ่าตัวสั่นไปเล็กน้อย

เมื่อครู่เขายังคิดอยู่ว่าจะไม่แตะต้องหญิงสาวป่าเถื่อนผู้นั้น กลับไม่คิดว่าฮ่องเต้จะยังไม่พอใจ!

ชื่อเสียงของตนเวลานี้มีน้ำหนักมากในใจพสกนิกรทั่วแผ่นดิน และนี่จึงเป็นสาเหตุใหญ่ที่หย่งจงจิ้งไม่กล้าปล่อยให้สกุลเซียวมีอำนาจมากไปกว่านี้

หากวันนี้เขาไม่ยินยอมร่วมหอกับนาง ฝ่าบาทอาจหาเรื่องตำหนิเขาและลงมือกำจัดสกุลเซียวให้เร็วยิ่งขึ้น

ในทางกลับกันหากตนลุ่มหลงในตัวกวานซูเหยียนและมีบุตรชายหญิงในเร็ววัน ความนับถือในใจผู้คนแคว้นฉู่ก็จะลดลงตามไปด้วย

“ฝ่าบาททรงพระกรุณากับสกุลเซียวยิ่งนัก! ข้าออกรบนานถึงสองปีบัดนี้เพิ่งแต่งหญิงงามเข้าจวนเหตุใดข้าจะไม่คิดอยากมีบุตรชายหญิงในเร็ววันกันเล่า!” เซียวหลิงเจาหัวเราะเสียงดังลั่นพลางหยิบผ้าแพรสีขาวที่ส่งมาจากวังหลวงติดมือไปด้วย

……….

ในอีกฟากหนึ่งของเวลาที่ห่างกันเกือบสองพันปี

“คุณคะอย่าหลับนะคะ! พยายามมีสติไว้ค่ะ!” เสียงพยาบาลในห้องฉุกเฉินคล้ายไกลออกไปทุกที

ในหูและสมองของกวานซูเหยียนมีทั้งเสียงและภาพสับสนปนเปกันวุ่นวายไปหมด

รถโดยสารเกิดอุบัติเหตุ ร่างของเธอถูกกระแทกอย่างรุนแรงจากพนักพิงด้านหน้า เลือดไหลลงมาปิดบังดวงตาจนพร่าเลือน ศีรษะปวดจนแทบจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ รถพยาบาล แสงไฟจากเตียงผู้ป่วยฉุกเฉินในโรงพยาบาล

“นัง..ชั่ว..เป็นเพราะ..แก" หญิงสาวผู้ที่กำลังถูกแพทย์และพยาบาลช่วยชีวิต รำพันออกมาคล้ายคนไม่ได้สติ

แต่คำพูดนั้นก็ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ทุกคนถึงกับอึ้งงัน

“อะ..อะไรนะคะ พวกเรากำลังช่วยคุณอยู่นะคะ เราไม่ได้ทำร้ายคุณ ใจเย็นๆ ไว้ก่อน”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel