บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 1 สตรีผู้รอดชีวิต

เปลวเพลิงสีชาดลุกโชนจนฟ้าค่ำแดงฉาน เสียงครวญครางของผู้คนผสานกับเสียงดาบกระทบกัน เกิดเป็นดนตรีแห่งความพินาศที่แผ่นดินเหลียงซานต้องจารึกไปชั่วกาล

วังหลวงแห่งแคว้นเหลียงซานอันโอ่อ่าซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นศูนย์กลางของความรุ่งเรือง บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงซากอิฐไหม้และเถ้าถ่าน ท้องพระโรงที่เคยสว่างโชติช่วงด้วยแสงจากโคมไฟเวลานี้เย็นเยียบและเต็มไปด้วยซากศพ

ธงแห่งราชวงศ์กวานหลุดจากเสา หีบสำริดลงยาสีน้ำเงินครามสลักลายมังกรห้าเล็บโอบเมฆที่เคยใส่ตราแผ่นดินล้มกลิ้งอยู่เคียงข้างเก้าอี้บัลลังก์ที่ถูกฟันจนแหว่ง

ใต้แสงโคมทองที่ทอดตัวลงมาจากเพดานสูงของท้องพระโรง ร่างสูงสง่าภายใต้ชุดเกราะสีดำลวดลายพยัคฆ์ขาวของเซียวหลิงเจาแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นฉู่ยืนอยู่กลางห้องอย่างองอาจ เงาของเขาทาบลงบนพื้นที่เต็มไปด้วยของเหลวสีแดง ราวกับพญาอสูรที่กำลังยืนมองชัยชนะของตนเองด้วยความภาคภูมิ

เขาถือตราแผ่นดินของแคว้นศัตรูเอาไว้มั่น พลางกระชับกระบี่ที่ยังเปื้อนโลหิตในมือขวา แม้จะมิได้เอ่ยวาจาแต่ทว่าผู้คนก็ยังรู้สึกถึงแรงกดดันที่กระแทกหัวใจ

"กวาดล้างจนหมดสิ้นแล้วขอรับท่านแม่ทัพ องค์ชายทั้งสองที่รอดไปเมื่อครู่ตอนนี้ก็สิ้นชีพอยู่ในกองเพลิง ขุนนางใหญ่ถูกสังหารทั้งหมด ที่เหลือคนของเราก็ควบคุมเอาไว้ได้หมดแล้ว” หยางเหวินองครักษ์คู่ใจของแม่ทัพหนุ่มรายงานพลางยืนก้มหน้าอยู่ด้านข้าง

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็ดังขึ้นจากปากท้องพระโรง

“ท่านแม่ทัพ! พบเชลยสองคนนี้ในหอชั้นในขอรับ!” เสียงทหารหนุ่มร้องรายงาน ก่อนจะลากร่างสตรีสองคนเข้ามา

คนหนึ่งสวมอาภรณ์ไหมสีม่วงที่ขาดรุ่งริ่ง เส้นผมดำขลับของนางหลุดลุ่ยกระเซอะกระเซิง คล้ายถูกกลืนไปกับเถ้าถ่านแห่งสงคราม ใบหน้ามีรอยเปื้อนเลือดแต่ยังงดงามจนยากละสายตา ส่วนอีกคนคือสาวใช้ในชุดสีเขียวที่พยายามเอาตัวบังนายหญิงของนางไว้สุดกำลัง

เซียวหลิงเจาเดินเข้าไปใกล้ร่างอ่อนแรงของสตรีที่คุกเข่าอยู่กับพื้น อาภรณ์ปักดิ้นสีทองของนางเปรอะเปื้อนฝุ่นดินและเถ้าถ่าน เขามองนางด้วยสายตาเย็นชาพร้อมกับยื่นมือออกไปเชิดคางนางขึ้น

“น่าสนใจ!”

งดงาม…นั่นคือคำแรกที่ผุดขึ้นในหัวเขา แต่สิ่งที่เขาสนใจมิใช่เพียงผิวเนื้อหรือโครงหน้า หากเป็นแววตาแข็งกร้าวหยิ่งทะนงที่มองขึ้นมา แววตาแบบนี้ปรากฏในสายเลือดราชวงศ์เท่านั้น!

“บังอาจ! อย่าแตะต้องตัวนางนะ!” นางกำนัลที่ถูกจับมาด้วยร้องพลางดิ้นรนพยายามจะเข้าไปขวางกั้น ทหารที่ยืนอยู่รีบคว้าตัวนางไว้

“ไม่ใช่เจ้าเพิ่งบอกกับข้าว่าองค์ชายและองค์หญิงถูกสังหารไปทั้งหมดแล้วหรือ แล้วนางเป็นใคร?” เขาหันไปถามหยางเหวินคนสนิท

หยางเหวินพิจารณาดวงหน้างามนั้นอยู่อีกอึดใจ สตรีผู้นี้อายุราวสิบเจ็ดหรือสิบแปดปี ดูจากเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับบนศีรษะแล้วนางไม่น่าจะใช่พระสนมหรือนางใน และยิ่งไม่ใช่องค์หญิงแห่งแคว้นเหลียงซานพระองค์ใดเลยเพราะเขาเห็นองค์หญิงทั้งสี่สิ้นใจตายไปต่อหน้าต่อตา

ในวังหลวงแคว้นเหลียงซานสตรีสูงศักดิ์ที่อยู่ในวัยนี้หากไม่ใช่พระสนมก็มีอยู่คนหนึ่ง..

“นางคือกวานซูเหยียน เป็นหลานสาวของอดีตฮ่องเต้องค์ก่อน แม้จะไม่ได้เป็นสายเลือดโดยตรงกับราชวงศ์ปัจจุบันแต่ก็นับว่าเป็นพระญาติและเป็นองค์หญิงแห่งราชวงศ์กวานคนเดียวที่เหลืออยู่ในเวลานี้ขอรับท่านแม่ทัพ” หยางเหวินตอบอย่างมั่นใจ

เซียวหลิงเจาแสยะยิ้ม เขาหันกลับไปมองสตรีที่กำลังกัดริมฝีปากจ้องมองเขาด้วยสายตาอาฆาตแค้นอย่างไม่กลัวเกรง

ร่างสูงยืดตัวขึ้นตรง

"งดงามเช่นนี้น่าจะเป็นที่พอพระทัยของฝ่าบาท คุมตัวพวกนางกลับไปแคว้นฉู่!!”

“ท่านแม่ทัพ…” ทหารผู้น้อยเอ่ยอย่างลังเล "พวกเราพบดอกไม้งามกลางซากวังก็มิคิดจะแตะต้อง แต่ตั้งใจจะนำนางมามอบให้กับท่าน..”

“น่ารังเกียจ!” เขาตอบเสียงเย็นแล้วหันหลังเดินจากไป โดยไม่หันกลับมามองสตรีที่กำลังกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งและสาบานว่าจะลงมือสังหารเขาด้วยมือของนางเอง!!

……….

เมืองหลวงแคว้นฉู่

เซียวหลิงเจาผู้บัญชาทัพใหญ่แห่งแคว้นฉู่ ควบม้านำหน้าขบวนทัพเข้าประตูเมือง เสียงฆ้องชัยและเสียงโห่ร้องด้วยความยินดีของประชาชนสองข้างทางดังระงมมาตั้งแต่หน้าประตูเมืองไปจนถึงกำแพงวัง

ด้านหลังของเขาตรงกลางขบวนมีกรงไม้หลังหนึ่งตั้งอยู่บนเกวียนขนาดใหญ่ ภายในกรงนั้นคือร่างของสตรีสองคน

กวานซูเหยียนองค์หญิงแห่งแคว้นเหลียงซาน สตรีผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียวจากราชสกุลศัตรู

นางกับนางกำนัลคู่ใจส่งเสียงกรีดร้องและก่นด่าไปตลอดทาง ดวงหน้างามเวลานี้เปรอะเปื้อนไปด้วยสิ่งของสกปรกที่ชาวแคว้นฉู่ขว้างปาเข้ามาในกรง ดวงตาขวางแข็งกร้าวจ้องมองผู้คนที่อยู่ด้านนอกด้วยความโกรธแค้น

“ลูกหลานเหลียงซาน! ประหารมันเสีย!”

“โสเภณีแห่งแคว้นศัตรู!”

“ตายไปเสียเถิด!” เสียงก่นด่าจากชาวบ้านดังขึ้นระงม

เด็กคนหนึ่งขว้างผลไม้เน่าใส่กรงมันกระทบข้อมือขาวของนางจนเลอะเทอะ สองหญิงสาวใช้ลำตัวกระแทกไปที่ลูกกรง ตะโกนด่าตอบโต้อย่างบ้าคลั่งราวกับสัตว์ป่าอย่างไม่ยินยอม

แท้จริงแล้วสงครามระหว่างสองแคว้นมีมายาวนาน ทหารและชาวบ้านแคว้นฉู่ต้องจบชีวิตลงไปไม่น้อยจากการรบที่โหดร้ายและทารุณผิดมนุษย์จากฝ่ายตรงข้าม

ชาวเมืองได้ยินมาว่าฮ่องเต้แคว้นเหลียงซานเป็นพวกป่าเถื่อน หลังจากที่ทหารของเขาสังหารศัตรูได้หนึ่งคนก็มักจะตัดชิ้นส่วนอวัยวะของศัตรูไปห้อยแขวนเอาไว้กับตัว สร้างความน่าหวาดหวั่นและบั่นทอนขวัญกำลังใจทหารแคว้นฉู่เป็นอย่างยิ่ง ทำให้การรบแต่ละครั้งในหลายปีที่ผ่านมาแคว้นฉู่จึงมักจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ

หลังจากที่ท่านแม่ทัพเซียวอวี้บิดาของเซียวหลิงเจาสิ้นชีพในสนามรบเมื่อสองปีก่อน เซียวหลิงเจาก็เข้าไปร่วมรบอย่างบ้าระห่ำและสังหารศัตรูไปได้มากมาย จนชื่อเสียงด้านความโหดเหี้ยมของเขายึดครองตำแหน่งบุรุษป่าเถื่อนจากฝ่ายตรงข้ามมาครอบครองไว้อย่างสมบูรณ์

และในปีนี้ ในที่สุดแคว้นฉู่ภายใต้การนำของแม่ทัพใหญ่เซียวหลิงเจาก็ได้รับชัยชนะกลับมา

ท้องพระโรง วังหลวงแคว้นฉู่

กวานซูเหยียนกับนางกำนัลถูกจับเปลี่ยนเสื้อผ้าและลากตัวเข้ามาในท้องพระโรงโดยที่มีผ้าปิดปากเอาไว้ นั่นเป็นเพราะตลอดทางที่พวกนางถูกควบคุมตัว สตรีทั้งสองก็ก่นด่าทหารแคว้นฉู่ด้วยถ้อยคำหยาบคายราวกับไม่ใช่สตรีในรั้วในวัง จนองครักษ์หยางเหวินทนไม่ไหวต้องสั่งให้ทหารปิดปากพวกนางเอาไว้ก่อนที่จะส่งตัวมาเข้าเฝ้าฮ่องเต้

“ถวายบังคมฝ่าบาท แคว้นเหลียงซานล่มสลายแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เสียงทุ้มต่ำน่าเกรงขามของเซียวหลิงเจาดังขึ้น

ฮ่องเต้หย่งจงจิ้งเหลือบตาเพียงนิดเดียวขันทีข้างพระวรกายก็รีบเดินลงไปรับตราแผ่นดินแคว้นเหลียงซานจากแม่ทัพเซียวที่ชูไว้เหนือศีรษะ

“ได้ยินว่าเจ้าไว้ชีวิตราชสกุลกวานไว้หนึ่งชีวิตงั้นรึ?” ฮ่องเต้ทอดพระเนตรไปยังสตรีสองนางที่ถูกทหารสี่นายใช้กระบองกดร่างเอาไว้

เซียวหลิงเจาลุกขึ้นยืนช้าๆ ก่อนจะจิกเส้นผมของกวานซูเหยียนขึ้นมาให้ฮ่องเต้มองเห็นหน้าได้ชัด

“สตรีผู้นี้คือหลานสาวของฮ่องเต้องค์ก่อนแห่งแคว้นเหลียงซาน แม้นางจะมิได้มีอำนาจในราชสำนักแต่ก็มีสายเลือดสูงศักดิ์ จะดีเพียงใดหากเราแสดงให้เห็นว่าแม้เชื้อพระวงศ์ของศัตรูก็ยังต้องสยบแทบบาทพระองค์!" เขาเหวี่ยงร่างนั้นลงไปนอนกองกับพื้นอีกครั้ง

"อีกทั้ง...พระองค์ทรงโปรดสตรีเยาว์วัย รูปโฉมงดงาม หากฝ่าบาทจะทรงรับไว้เป็นนางบำเรอ ก็จะเป็นทั้งรางวัลชัยและเครื่องเตือนใจแก่ผู้ที่ยังคิดหาญกล้าพ่ะย่ะค่ะ”

บรรยากาศในท้องพระโรงระอุร้อนขึ้นเล็กน้อย ขุนนางทั้งหลายต่างนั่งนิ่ง มือที่ถือพัดยังหยุดไหวราวกับสายลมเองก็ไม่กล้าพัดผ่านบารมีของชายผู้หนึ่งที่ยืนกลางห้องอย่างองอาจ

ทุกคนรู้ดี เซียวหลิงเจาไม่เคยออมมือ! ไม่ว่าจะกับศัตรูหรือสตรี!

ทั้งๆ ที่เขาตั้งใจนำนางมาถวายให้ฮ่องเต้แต่กลับไม่ทะนุถนอมร่างงามนั้น ซ้ำยังตั้งใจทำให้นางรู้สึกอับอายต่อหน้าผู้คน

ช่างเลือดเย็นดีแท้!!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel