3
“เหตุใดข้าจึงต้องเป็นตัวร้ายด้วยเล่า?” นางเอ่ยถามเทพทั้งสองที่อยู่ตรงหน้าอย่างคับข้องใจ
“นางหนูเจ้ามาได้อย่างไรกัน? แต่ก็ไม่สำคัญหรอก กลับไปเสียที่นี่หาใช่ที่ ๆ วิญญาณควรจะมา”
“ชีวิตข้าที่ผ่านมา ข้าเป็นนางร้ายเพื่อให้ความรักของผู้อื่นยิ่งลึกซึ้งหรือเจ้าคะ” ยิ่งคิดยิ่งไม่เข้าใจ เหตุใดจึงต้องพบเจอกับเหตุการณ์เช่นนั้น
“เห้อ นางหนูข้าจะบอกเจ้า ไม่ใช่ว่าข้าลิขิตให้เจ้าเป็นตัวร้าย ทุกทางเลือกในชีวิตของเจ้าเป็นเจ้าที่เลือกมันด้วยตนเอง ข้าเพียงแค่ลิขิตเหตุการณ์บางเหตุการณ์ ชะตาของเจ้าส่วนหนึ่งมาจากการเลือกของเจ้า”
“ท่านหมายความว่า...”
“ใช่แล้วนางหนู เจ้าเป็นนางร้ายด้วยตัวของเจ้าเอง”
“แต่ว่าที่พวกท่านเอ่ยเมื่อครู่ว่าโชคชะตาของข้าถูกกำหนดให้ผิดหวังเล่า”
“โชคชะตาเพียงนำพาโชคหรือเคราะห์เข้าสู่ชีวิตเจ้า แต่หาใช่ทั้งหมด”
“เพราะเหตุใดหรือเจ้าคะ ข้าจึงต้องมาพบเจอเรื่องราวเช่นนี้”
“เจ้าอย่าได้โทษโชคชะตา ส่วนหนึ่งที่ชีวิตเจ้าเป็นเช่นนั้นในชาตินี้นั่นเพราะเจ้าเลือกผิดตั้งแต่ต้น
“เพราะข้ารักเขาหรือเจ้าคะ ความรักของข้าหรือที่ผิด”
“ไม่เพียงแต่ไม่รู้ว่าตนเดินทางผิด เจ้ายังคงเดินต่อไป แทนที่จะเลือกหนทางใหม่อย่างไรเล่า โชคชะตานำพาเรื่องราวต่าง ๆ เข้ามาในชีวิตเจ้าก็จริง แต่ทุกทางเลือกไม่มีใครสามารถขีดเส้นทางให้เจ้าได้นอกจากตัวเจ้าเอง”
หลี่ซูซินนึกย้อนกลับไปในชีวิต พบว่าเป็นนางที่ทำชีวิตของตัวเองพังทลายด้วยตัวเอง
มีหลายเหตุการณ์ที่นางสามารถเลือกหนทางอื่นได้ แต่นางกลับโง่งมนัก เขาหาได้รักนาง ไม่ว่าเมื่อใดท่าทีที่เขาแสดงออกต่อนางล้วนเต็มไปด้วยความชัดเจนว่าไม่รัก นางกลับโง่งมเลือกที่จะเฝ้าฝันว่าสักวันคนเขาจะมองเห็นนาง
เขาจะรักคนที่วางยากำหนัดเพื่อให้ตนเองแต่งเข้าไปได้อย่างไร
ตั้งแต่ต้นระหว่างนางและเขา ล้วนเป็นแผนการร้ายที่คิดแต่จะครอบครองโดยหาได้สนใจความรู้สึกของอีกฝ่ายว่ารู้สึกเช่นไร
ช่างเป็นตัวร้ายที่โง่งมนักเชียว
แต่มีสิ่งหนึ่งที่นางไม่เข้าใจ แม้ว่าตนเองจะร้ายกาจเช่นใดแต่ก็มิเคยเข่นฆ่าชีวิตผู้ใด
“แต่ว่าข้าเป็นนางร้ายแล้วอย่างไร เหตุใดข้าจึงต้องตายด้วยเล่า” นางยังอยากใช้ชีวิตต่อไป
“เห้อ นั่นก็เป็นสิ่งที่เจ้าเลือกอีกนั่นล่ะ ใครใช้ให้เจ้ากระโดดหน้าผาเล่า”
“ท่านเทพข้ามิคิดว่าตนเองจะตายนี่ ข้าเห็นในนิยายที่ข้าเคยอ่านยามที่ตัวเอกกระโดดหน้าผากลับรอดชีวิตตลอด”
“แต่เจ้าเป็นนางร้าย มิใช่ตัวเอก เฮอะ หากเจ้ารอคอยสักหน่อยก็จะมิต้องตายอยู่แล้ว ผู้ใดจะคิดว่าเจ้าจะผลีผลามถึงเพียงนั้น คนกำลังมาช่วย แต่เจ้ากลับกระโดดหน้าผาตาย”
หลี่ซูซินถกเถียงอยู่กับเทพชะตาจนไม่สามารถโต้แย้งสิ่งใดได้อีก จึงคิดจะยอมจำนนต่อชะตาไม่คิดเอ่ยขอสิ่งใดอีก แต่ยามได้ยินประโยคสุดท้ายกลับเรียกความสนใจทั้งหมดของนางกลับมาอีกครั้ง
“มีคนจะมาช่วยข้าหรือ เฉินอี้หานหรือเจ้าคะ”
“เจ้า!!! บัดนี้ยังโง่งมอีกหรือ เจ้าหนุ่มนั่นน่ะหรือจะแบ่งเวลามาสนใจเจ้า”
ความหวังเศษเสี้ยวหนึ่งถูกดับลงไปเสียมอดสนิท
“แล้วใครเล่าเจ้าคะ ใครกันที่มันจะมาช่วยข้า ยังมีผู้ที่อยากให้ข้ารอดชีวิตอีกหรือเจ้าคะ”
“ฮึ ไม่สำคัญอีกแล้วเจ้ารู้ไปก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร”
เมื่อได้ยินว่าเรื่องราวจะไม่เปลี่ยนแปลง ภายในดวงตาของหญิงสาววาววับไปชั่วขณะหนึ่ง
“ท่านเทพชะตา ข้ามีคำขอท่าน ข้าอยากเลือกทางเดินชีวิตใหม่ ข้าไม่อยากเป็นนางร้ายแล้วเจ้าค่ะ”
เทพชะตามองร่างโปร่งแสงของหญิงสาวที่เอ่ยคำขอออกมาอย่างหน้าด้านหน้าทน ทั้งที่ร่างโปร่งแสงถึงเพียงนี้ ก่อนจะส่ายหัวแล้วเริ่มร่ายคำพูดสั่งสอนมากมายออกไปอีกครั้ง
“เจ้าคิดว่าทุกครั้งที่ผิดพลาดเจ้าจะสามารถเลือกใหม่ได้ทุกครั้งหรือ อย่าลืมว่ายามนี้เจ้าหมดลมหายใจไปแล้ว แล้วในชีวิตของเจ้าที่ผ่านมาเจ้าเคยทำกรรมดีเท่าไหร่กัน หืม”
หลี่ซูซินมองเทพชะตาที่เอ่ยสั่งสอน นางมิได้โกรธเคืองเมื่อได้ยินคำสั่งสอนเฉกเช่นยามที่เป็นมนุษย์ที่ไม่ว่าผู้ใดเอ่ยตักเตือนนางไม่เคยฟัง แต่ยามนี้นางรู้สึกว่าถ้อยคำที่ท่านเทพเอ่ยถูกต้องทุกคำ
“จุดมุ่งหมายในชีวิตที่ผ่านมาของเจ้ามีเพียงเจ้าหนุ่มนั่น จนไม่สนใจโอกาสที่เข้ามา เจ้าละทิ้งตัวตนของตนเอง เจ้าละทิ้งครอบครัว และสิ่งที่เจ้าผิดพลาดที่สุดคือสิ่งใดรู้หรือไม่”
“.....”
“เจ้าไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง”
“....”
ลูกแก้วที่ตั้งอยู่บนโต๊ะค่อย ๆ สะท้อนแสงสีทองขึ้นมาทีละนิด ชายชราถอนหายใจมองวิญญาณหลี่ซูซินก่อนจะเอ่ยถ้อยคำสุดท้าย
“อย่าลืมเล่านางหนูหากแม้แต่ตัวเจ้าเองเจ้ายังไม่เห็นคุณค่า ไม่ถนอมความรู้สึกตนเอง เจ้าจะไม่มีวันเจอความรักที่เจ้าใฝ่หา...”
เพราะผู้ที่เห็นคุณค่าในตนเอง รักตนเองมากพอ จะไม่ปล่อยให้ผู้ใดทำร้ายความรู้สึกได้
หลี่ซูซินตั้งใจฟังเทพชะตาสั่งสอนอย่างตั้งใจเพราะรับรู้ถึงน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังดีและเอื้อเอ็นดูได้ หญิงสาวยังไม่เข้าใจถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น นางมิคิดว่าจะได้โอกาสกลับไปแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาด นางมองเทพชะตาที่โบกมือพร้อมกับแสงสีฟ้าพัดพามายังจุดที่นางอยู่จึงรู้สึกว่าตนเองถูกดูดไปยังห้วงหนึ่ง
เมื่อรู้สึกตัวอีกทีก็ยามฟื้นขึ้นจากเหตุการณ์ตกน้ำ
ท่านเทพชะตาข้าเป็นอุปสรรคของเหล่าตัวเอก สิ่งนั้นข้าสามารถทำต่อไปได้ แต่หากให้ข้าดิ้นรนไขว่คว้าความรักที่แม้แต่เศษเสี้ยวเขายังไม่มอบให้
ข้าไม่ทำอีกแล้ว
เมื่อนึกย้อนกลับไปสิ่งที่นึกเสียใจ และเสียดายมีไม่น้อยเลย
คนที่นางโกรธและนึกเกลียดชังที่สุดมิใช่ใครอื่นแต่เป็นตัวนางเอง
และยามนี้นางก็รักตัวเอง และหวงแหนโอกาสที่ได้มา
ขอบคุณที่ให้โอกาสคนเช่นนางได้กลับมาแก้ไขความผิดพลาด
ตำหนักเทพชะตา
“ซือมิ่ง ทำเช่นนี้ดีแล้วหรือ” เทพที่นั่งเงียบมาตั้งแต่ต้นมองใบหน้าของสหายอย่างค้นหาถึงสาเหตุที่เทพชะตาที่ยึดถือกฎเกณฑ์ยอมผ่อนปรนให้กับผู้หนึ่งได้
“ไม่ใช่ข้าที่มอบโอกาสให้นาง”
“...”
“เป็นโชคชะตาที่นางควรได้ต่างหากที่เอ่ยร้องขอ”
เทพแห่งโชคชะตา แม้ว่าอยากช่วยเหลือมากเท่าใด แต่ทุกสิ่งทุกอย่างต้องไม่ขัดต่อสวรรค์ โชคชะตาของเทพซินฮวาร่ำร้องเพื่อนางมา เขาเพียงขีดเขียนไปตามโชคชะตาเท่านั้น
เขามองหน้าสหายเทพก่อนจะขอตัวกลับตำหนักตนเอง ซือมิ่งเอ๋ย
ซือมิ่ง ในใจเจ้าเองก็อยากจะช่วยเหลือพวกเขาอยู่แล้วต่างหาก มิเช่นนั้นคงมิดึงดวงวิญญาณนางมายังตำหนักของตนเองหรอก เขาเดินออกมาพร้อมรอยยิ้มมิได้เปิดโปงสหายเทพแต่อย่างใด
เรื่องราวของเทพที่ต้องไปวนว่ายตายเกิดเพราะก่อเรื่องชิงตัวเจ้าบ่าวในงานแต่งงานของเทพสงครามกับเทพธิดาบุตรสาวเทียนจวิน จนเกิดการปะทะจนทำให้ดอกบัวเทพที่รอการจุติที่เสียหายจนเทียนจวินกริ้วจนลงโทษให้ลงไปเผชิญวิบากกรรมในโลกมนุษย์เก้าชาติหากไม่สมหวังในรักก็ให้เข้าสู่วัฏจักรสงสารเวียนว่ายตายเกิด
นี่เป็นชาติที่เก้าของเทพสาว เขาเชื่อว่าเหล่าเทพทั้งหลายล้วนแล้วแต่แอบเข้าข้างนาง
แปดชาติที่ผ่านไปล้วนแต่จบลงด้วยความผิดหวัง
ชาติที่เก้า พวกเขาช่วยได้เพียงเท่านี้ ตามหาวาสนาของตนเองให้พบ อย่าได้ปล่อยให้เมฆหมอกมาบดบังสิ่งที่ควรมองเห็นอีก
เทพซินฮวา...เทพสาวที่ได้ชื่อว่างดงามเหนือใครในชั้นฟ้า แต่กลับตกหลุมรักเทพสงครามจนนำพาไปสู่หายนะ
