2
หลี่ซูซินนึกย้อนไปยังความผิดพลาดในชาติก่อนของตนเองนั้นคงเริ่มต้นจากความดื้อรั้นของตัวนางเอง
“หากท่านกล้ารับหญิงผู้นี้เข้ามาในจวน” หลี่ซูซินเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความคับข้องใจปนความผิดหวัง เมื่อสายตามองเห็นมือใหญ่ของบุรุษที่นางหลงรักกอบกุมมือเล็กของสตรีนางนั้นไว้ราวกับประกาศในนางได้รู้ว่าไม่ว่านางคิดเช่นไรก็จะไม่สามารถขัดความต้องการของเขาได้
“ได้เฉินอี้หาน หากเจ้ามั่นใจว่าสตรีนางนี้จะอยู่รอดปลอดภัย”
“หลี่ซูซินเจ้าไม่มีสิทธิ์มาข่มขู่ข้า หากนางเป็นอะไรแม้เพียงนิดเจ้าเองก็อย่าหวังว่าจะอยู่ดีมีสุข” แม่ทัพหนุ่มที่ได้ยินถ้อยคำข่มขู่ เขาเองก็หาใช่ลูกพลับนิ่มที่จะให้สตรีนางนี้บีบเล่น
“ข้าเป็นภรรยาท่าน ข้ามีสิทธิ์ทุกประการ ท่านจะรับหญิงใดต้องผ่านความเห็นชอบจากข้า หญิงนางนี้คู่ควรหรือ ฐานะนางแม้เป็นอนุภรรยายังไม่คู่ควร แล้วท่านจะรับนางมาเป็นภรรยาเทียบเท่าภรรยาเอกเช่นข้า”
“หึ หลี่ซูซินเจ้าคิดว่าตนเองเป็นภรรยาข้าหรือ ตั้งแต่ต้นล้วนเป็นเจ้าที่เล่นเล่ห์กล ข้าหาได้อยากแต่งกับเจ้าไม่ ในสายตาข้าเจ้าเป็นเพียงหญิงร้ายกาจที่จ้องแต่ทำลายความสุขของผู้อื่นเท่านั้น”
“ท่าน!!!” เมื่อได้ยินถ้อยคำที่บาดใจ หญิงสาวไม่สามารถอดกลั้นได้อีก จึงถลาเข้าไปทุบอกแกร่งของเขา
“ท่านอย่าตีท่านพี่เลยนะเจ้าคะ หากท่านโกรธเคืองข้าก็มาลงที่ข้าเถิด”
“ท่านพี่หรือ นางเรียกท่านว่าท่านพี่”
สิ้นเสียงฝ่ามือของหญิงสาวตบลงไปบนแก้มอีกฝ่ายจนปรากฏรอยฝ่ามือชัดครบทุกนิ้ว ไม่ถึงอึดใจฝ่ามือหนาของบุรุษก็ประทับลงบนใบหน้าของ
หลี่ซูซินอย่างทันควัน
“ท่านตบหน้าข้าเพราะหญิงผู้นี้หรือ นางหยามหน้าข้าถึงเพียงนี้แต่ท่านกลับดีนักปกป้องนางหรือ” ยามนี้หลี่ซูซินชอกช้ำใจขึ้นไปอีกเมื่อสามีปกป้องนางจิ้งจอกที่กำลังตีหน้าเศร้าทั้งที่แววตาปรากฏความเย้ยหยันส่งมาให้นาง
เรื่องราวหลังจากนั้นล้วนแต่เลวร้ายขึ้นในทุกวัน หญิงสาวที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของแม่ทัพหนุ่ม แม้เขาอยากจะปลดนางแต่ด้วยอำนาจจากบ้านของนางมิสามารถทำได้ ส่วนหญิงสาวที่เขารักเขาทำได้เพียงแต่งนางมาเป็นภรรยารองเท่านั้น
หนึ่งสตรีที่แสดงอารมณ์ทุกอย่างออกมาอย่างไม่อดกลั้น
หนึ่งสตรีอ่อนหวานที่อดทน อดกลั้น โดนรังแกเพื่อวันที่จะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งภรรยาเอก
ไม่ว่าผู้ใดก็สามารถคาดเดาได้ว่าผู้ชนะเป็นใคร
ส่วนผู้พ่ายแพ้ว่าจิตใจจะไม่ยอมรับเช่นไร แต่หลี่ซูซินไหนเลยจะสู้กับหลักฐานที่สามีนำออกมาได้ แม้แต่บ้านเดิมยังไม่สามารถช่วยเหลือสิ่งใดได้
ฮึ นางหรือที่วางยาแท้งให้นางจิ้งจอกนั่น ถึงชั่วช้าปานใดแต่นางมิเคยคิดทำร้ายเด็กที่ไม่มีความผิด
สุดท้ายก็ถูกหย่าขาด หลี่ซูซินผู้ยึดหน้าตาตนเอง ไหนเลยจะอยากกลับบ้านเดิมอาศัยอยู่ในเมืองหลวงให้ได้ยินคำนินทาของผู้คน
ผู้แพ้จึงเลือกออกเดินทางไปอยู่บ้านของตระกูลที่อยู่ต่างเมือง เลือกหลบหลีกจากผู้คนที่คอยเหยียบย่ำ
แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัด เรื่องความรักก็ผิดหวัง ยังเป็นหญิงสาวที่โชคร้ายพบเจอโจรชั่วจนต้องกระโดดหน้าผาจนตัวตาย
เมื่อนึกถึงเรื่องราวที่กำลังจะเกิดขึ้นหากนางเลือกเส้นทางเดิม แม้ว่านางกลับมาแล้วนางสามารถวางแผนจัดการหญิงนางนั้นได้ เล่ห์กลใดล้วนสามารถกระทำให้แยบยลขึ้น การที่จะลงมือกับผู้ใดนางเรียนรู้แล้วว่าไม่ควรกระทำซึ่งหน้าหากอำนาจของตนมิมากพอ ลงมือลับหลังอย่าให้เหลือหลักฐานใดสาวมาถึงนั่นต่างหากที่ควรทำ
แต่ว่า...
นางกลับมา...เพื่อขีดเขียนเรื่องราวของตนเอง
นางกลับมา...สู่เส้นทางชีวิตใหม่ที่ข้าจะเลือกเดิน
ความรักที่ผ่านมาไม่มีอีกแล้ว...
ท่านเทพชะตาข้าจะไม่เป็นนางร้ายในนิยายพวกท่านอีกแล้ว ผ่านมาหนึ่งชีวิตข้าไม่โง่งมที่จะวิ่งตามความรักที่เทิดทูนอยู่ฝ่ายเดียว ชาตินี้ข้าจะเป็นเพียงตัวประกอบร้าย ๆ เท่านั้น
หากไม่เพราะยามวิญญาณหลุดลอยถูกดูดไปยังตำหนักของผู้กุมชะตาฟ้าดินของผู้คน ไปได้มองเห็นภาพชายชราสองคนถกเถียงกัน สิ่งที่ได้ยินล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องราวของตัวนาง เป็นจุดจบของนางที่พวกเขาถกเถียงกัน ทำให้นางได้รู้ความจริงว่าตนเองเป็นเพียงตัวร้าย เป็นอุปสรรคความรักของผู้อื่น
เมื่อได้ยินเรื่องราวของตัวเองออกจากปากเทพชะตา ในใจของหลี่ซูซินไหนเล่าจะอดทนได้อีก หญิงสาวเอ่ยออกทำให้สองเทพรับรู้ถึงตัวตนของผู้บุกรุกได้ทันที
เพราะไม่ยอมและรู้ว่าตนเองมีฐานะใดในที่แห่งนี้จึงเอ่ยออกไปอย่างขับข้องหมองใจ แต่ก็ไม่กล้าอาละวาด
“เหตุใดข้าจึงต้องเป็นตัวร้ายด้วยเล่า” เอ่ยถามเทพทั้งสองด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความคับข้องใจและความไม่เข้าใจ
