บท
ตั้งค่า

4

ร่างกายบอบบางที่ไม่เคยพบเจอกับความเย็นจัดทำให้หลี่ซูซินเป็นไข้ตัวร้อนทั้งยังแต่รู้สึกหนาวไปจนถึงกระดูก ส่งผลให้ภายในจวนตระกูลหลี่ตกอยู่ในความตึงเครียดอีกครั้ง แม้ว่าหมอจะมาตรวจดูอาการให้ในยามเช้าตรู่วันนั้น

“ร่างกายตกน้ำนานเกินไป  หลังจากนี้พักผ่อนและกินยาตามเทียบที่ข้าจัด ในเจ็ดวันหลังจากนี้อย่าได้ออกจากเรือนให้ร่างกายเจอลม และหลีกเลี่ยงไม่ให้พบเจอความเย็นจัดในช่วงหนึ่งปี”

“ขอบคุณท่านหมอมากเจ้าค่ะ”

หมอหวังแปลกใจไม่น้อยที่คุณหนูตระกูลหลี่ผู้นี้เอ่ยขอบคุณตน เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินคำขอบคุณจากหญิงสาวหลังจากที่เขาเป็นหมอประจำตระกูลหลี่มา

“อีกสามวันข้าจะมาตรวจอาการใหม่อีกครั้ง”

หลังจากหมอหลี่กลับไปหลี่ซูซินก็นอนนิ่งเพราะพิษไข้ นี่คือผลลัพธ์จากความโง่งมของตนสินะ ผลตอบแทนนี้ช่างเจ็บปวดเสียจริง

“ซินซินของย่าช่างน่าสงสารนัก บ่าวรับใช้ของเจ้าบอกว่าเจ้าตกน้ำเพราะลื่นล้มจริงหรือ”

“เจ้าค่ะท่านย่า” หลี่ซูซินมิกล้าเอ่ยตอบตามความจริงว่านางตั้งใจกระโดดลงน้ำไปด้วยตนเอง

“มิได้มีผู้ใดผลักเจ้าแน่หรือ”

“โถ่ ท่านย่าจะมีผู้ใดกล้าผลักหลานเล่าเจ้าคะ”

หลี่ซูซินมองท่านย่าใช้มือวัดไข้ให้ตนเองอย่างตื้นตัน ในจวนแห่งนี้หากจะถามว่ามีผู้ใดตามใจนางมากที่สุดก็คงเป็นท่านย่า ไม่ว่านางอยากทำสิ่งใดท่านย่าจะผู้ที่คอยสนับสนุนนางเสมอ

“ในยามนั้นน้องสาวเจ้าไปอยู่ที่ไหน เหตุใดจึงปล่อยให้เจ้าตกน้ำไปได้ เป็นพี่น้องเหตุไฉนจึงไม่ดูแลกัน”

หลี่ซูซินมองใบหน้าเหี่ยวย่นของท่านย่าที่แสดงสีหน้าไม่ชอบใจออกมา นางถอนหายใจออกมาเบา ๆ

“ท่านย่าอย่าโกรธเลย มันไม่ใช่ความผิดน้องรอง อีกอย่างเรื่องก็ผ่านไปแล้ว”

หญิงชรามองหลานสาวที่เข้ามากอดตนเองด้วยแววตาอ่อนลง

“ท่านย่าเรื่องเสี่ยวเม่ย อย่าลงโทษนางเลยนะเจ้าคะ หากลงโทษเสี่ยวเม่ยข้าจะหาข้ารับใช้ที่รู้ใจที่ไหนได้อีก”

“นางเป็นบ่าวที่ดูแลเจ้านายไม่ได้ ก็ไม่สมควรได้รับหน้าที่นี้อีก”

หลี่ซูซินกอดท่านย่าต่อไป พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

“นะเจ้าคะท่านย่า เพียงลงโทษสถานเบาก็ได้นะเจ้าคะ อย่าโบยนางเลย”

“เฮ้อ หักเบี้ยหวัดหกเดือน ถือว่าละเลยหน้าที่ก็แล้วกัน”

“ขอบคุณท่านย่า ท่านย่าดีที่สุด”

“เจ้าดูหลานข้าให้ดี หากมีครั้งต่อไปอย่าหวังว่าเจ้าจะพ้นโทษ” หญิงชราหันมาสั่งสาวใช้ของหลานสาวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

หลังหญิงชราออกจากเรือนไป หลี่ซูซินต้องมาเผชิญกับน้ำตาของสาวใช้ตัวน้อยอีก

“เจ้าจะร้องไห้ทำไมกัน ข้าก็ขอลดโทษให้เจ้าแล้วไม่ใช่หรือ”

“แต่ระหว่างหกเดือนนี้บ่าวจะใช้จ่ายได้อย่างไร หากไม่มีเบี้ยหวัด”

“เจ้ามิได้ร้องไห้เพราะซาบซึ้งใจ แต่ร้องไห้เพราะไม่มีเบี้ยหวัดหรือ”

“โถ่ คุณหนูชีวิตต้องขับเคลื่อนด้วยเงินตรานะเจ้าคะ”

“ในลิ้นชักที่สองให้เจ้าหนึ่งถุง ทีนี้ก็หยุดร้องไห้ได้แล้วข้าปวดหัว”

หลี่ซูซินส่ายหน้าน้อย ๆ ให้กับสาวใช้

“บ่าวลืมไปเลย คุณหนูท่านกินยาก่อนเจ้าค่ะ” เสี่ยวเม่ยสาวใช้ตัวน้อยนำถ้วยยาให้ผู้เป็นนายกินยาอย่างเป็นห่วง

มือบอบบางยกถ้วยยาที่ตนนึกขยาดกลั้นใจยกขึ้นดื่มจนหมดในครั้งเดียว ก่อนจะรีบน้ำบ๊วยดองเข้าปากเพื่อกำจัดรสขมของยาให้หมดไป

หลี่ซูซินส่ายหน้าน้อย ๆ ให้กับสาวใช้ นางมองสาวใช้นำถ้วยยามาส่งให้ก่อนจะวิ่งไปหยิบถุงใส่ตำลึงเงินอย่างลิงโลดแล้ววิ่งกลับมาหานางที่ข้างเตียง

“...”

“คุณหนูพวกเราไม่ทำเช่นนี้อีกได้หรือไม่เจ้าคะ บ่าวไม่อยากให้คุณหนูป่วยไข้อีกแล้ว”

“...”

“ท่านอย่าได้คิดมากเลยนะเจ้าคะ แม้ครั้งนี้จะถอนหมั้นมิสำเร็จ ท่านค่อยคิดแผนการอื่นก็ได้นี่เจ้าคะคุณหนู” สาวใช้ตัวน้อยคิดว่าที่คุณหนูของตนนิ่งเงียบไม่พูดจาโต้ตอบคงเพราะว่าแผนการที่ผิดพลาดไปของเจ้านายในเมื่อวาน

“เสี่ยวเม่ยเจ้าอย่าได้เอ่ยเช่นนี้อีก ต่อไปข้าจะไม่ดิ้นรนทำตัวไร้ยางอายให้ต้องถูกถอนหมั้นอีก ข้าไม่กระโดดลงน้ำอีกแล้ว ข้าเองก็ไม่อยากป่วยไข้เช่นนี้อีก ทรมานนัก”

หลี่ซูซินนึกถึงการตกน้ำ ล้วนเป็นแผนการที่ช่างโง่งมเลือกเอาชื่อเสียงเข้าแลกกับอิสระ ยังถือว่านางมีโชคดีอยู่บ้างที่ผู้ช่วยเหลือนางเป็นหยางเฟยหลงคู่หมั้นผู้แสนเย็นชาของนาง มิคาดคิดว่าถ้าผู้ที่มาช่วยเหลือนางเป็นเฉินอี้หานบุรุษที่นางถึงกับยอมตกลงไปในน้ำเย็นเพื่อให้เขาช่วยนาง

หากแผนการสำเร็จที่วางไว้สำเร็จ ชื่อเสียงนางจะป่นปี้เพียงใด นางไม่ต้องการข้องเกี่ยวกับเฉินอี้หานอีกแล้ว ความช่วยเหลือใดจากเขานางไม่ต้องการ

“เอ๊ะ เหตุใดคุณหนูถึงคิดจะล้มเลิก ไม่ใช่ว่าท่านบอกว่าอย่างไรเสียก็จะไม่ยินยอมแต่งกับหยางซื่อจื่อนี่เจ้าคะ”

หลี่ซูซินยิ้มบางก่อนเอ่ยตอบสาวใช้พร้อมอธิบายเหตุผล

“แล้วเหตุใดข้าจะล้มเลิกไม่ได้ ในเมื่อวิธีที่ข้าใช้เป็นวิธีที่ผิด และทำร้ายตัวเอง”

“คุณหนูพูดฟังดูมีเหตุผลเหลือเกินเจ้าค่ะ” เสี่ยวเม่ยพยักหน้ายืนยัน

“เสี่ยวเม่ย ในยามนี้ข้ากลับรู้สึกว่าสิ่งที่ข้าดิ้นรนทำไปทั้งหมดล้วนเสียเปล่า เฉินอี้หานมิได้ชอบข้าแม้เพียงนิด ถึงข้าจะถอนหมั้นสำเร็จแล้วอย่างไร ชื่อเสียงของข้าทำให้ครอบครัวข้าต้องมัวหมองไปด้วย ไหนจะความโกรธเกรี้ยวของคนในจวนอ๋องอีกเล่า” หญิงสาวนึกถึงครอบครัวของนางแม้จะไม่ได้ชื่อว่ากลมเกลียวกันนัก แต่อย่างไรพวกเขาก็เป็นครอบครัวของนาง เป็นคนที่นางต้องคำนึงถึง

ส่วนผู้เป็นคู่หมั้น ช่างเถิด นางจะไปคิดหาหนทางถอนหมั้นไปทำไมกันนะ

“จวนชินอ๋องมิใช่ที่ที่ ข้าควรหาเรื่อง”

ในชีวิตก่อนแม้บิดาของนางจะเป็นสหายกับชินอ๋อง แต่ยามที่นางก่อเรื่องจนต้องหมั้นหมายกับชายอื่น ทำให้ชื่อเสียงจวนอ๋องเสียหาย นางได้รับสายตาผิดหวังจากคนในจวนอ๋องพร้อมคำพูดที่นางจดจำไม่เคยลืม

“หากเจ้าอยากถอนหมั้น เจ้าควรกระทำอย่างถูกต้องมิใช่กระทำเรื่องเสื่อมเสียเช่นนี้ออกมา ช่างน่าผิดหวังเสียจริง”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel