บทที่ 5: ละครลิงหน้ากระท่อม กับก้อนหินปริศนา
บทที่ 5: ละครลิงหน้ากระท่อม กับก้อนหินปริศนา
เสียงฝีเท้าหนักๆ นับสิบคู่ย่ำลงบนพื้นดินหน้ากระท่อม จนฝุ่นตลบอบอวล ป้าสะใภ้หลิว เดินนำหน้าขบวนมาด้วยท่วงท่าดุจนางพญา (ในชุดผ้าฝ้ายลายดอกราคาถูก) ข้างกายคือ หัวหน้าหมู่บ้าน ชายวัยกลางคนหนวดเคราเฟิ้มผู้มีสีหน้าเคร่งขรึม และชาวบ้านไทยมุงอีกโขยงใหญ่ที่เตรียมมาเสพดราม่ารสแซ่บ
"ออกมานะ! นังเด็กใจแตก!" ป้าสะใภ้หลิวเท้าสะเอวตะโกนชี้หน้าประตู "ท่านหัวหน้าหมู่บ้านเจ้าคะ! ดูสิคะ มันปิดประตูเงียบเชียว ต้องซุกซ่อนผู้ชายไว้ข้างในแน่ๆ ผิดผีผิดประเพณีร้ายแรง ท่านต้องขับไล่มันออกจากหมู่บ้าน แล้วยึดที่ดินคืนมาให้ข้าดูแลแทนนะเจ้าคะ!"
จางหลิวหลี ยืนพิงกรอบประตูหน้าบ้านด้วยท่าทีสบายๆ (ทั้งที่ในมือกระชับจอบแน่น) นางแสยะยิ้มเย็นชาที่ทำให้คนมองรู้สึกหนาวสันหลัง
"โวยวายอะไรกันหรือเจ้าคะ ท่านป้าสะใภ้?" หลิวหลีเอ่ยเสียงเรียบ "ไก่ที่บ้านท่านหลุดหาย หรือว่าสามีท่านหนีตามสาวใช้ไป ถึงได้มาเต้นเร่าๆ อยู่หน้าบ้านคนอื่นเช่นนี้?"
เสียงหัวเราะคิกคักดังมาจากกลุ่มชาวบ้าน ป้าสะใภ้หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ "หุบปาก! นังเด็กปากดี! ข้าพาพยานมาจับผิดเจ้า! มีคนเห็นเจ้าแบกผู้ชายตัวโตๆ เข้าบ้านกลางวันแสกๆ หญิงหม้ายก็ไม่ใช่ สาวเทื้อก็ไม่เชิง ริอาจเลี้ยงต้อยไว้ในบ้าน ช่างไร้ยางอายสิ้นดี!"
หัวหน้าหมู่บ้าน กระแอมไอ "อะแฮ่ม... หลิวหลี เรื่องจริงหรือเปล่าที่มีบุรุษอยู่ในบ้านเจ้า?"
หลิวหลีปรายตามองหัวหน้าหมู่บ้าน แววตาไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อย "มีเจ้าค่ะ"
เสียงฮือฮาดังเซ็งแซ่ ชาวบ้านเริ่มซุบซิบกันสนุกปาก ป้าสะใภ้หลิวยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ "เห็นไหม! มันยอมรับแล้ว! จับมันถ่วงน้ำเลยเจ้าค่ะ!"
"ช้าก่อน..." หลิวหลียกมือห้าม "ข้ายังพูดไม่จบ... บุรุษผู้นั้นคือญาติห่างๆ ของข้า ชื่อ 'อาเฉิง' เขาเดินทางรอนแรมมาไกลเพื่อมาเยี่ยมข้า แต่โชคร้ายป่วยหนักเป็นโรคติดต่อ ข้าจึงต้องให้เขาพักรักษาตัว"
"โรคติดต่อ?" ชาวบ้านที่ยืนอยู่แถวหน้าผงะถอยหลังกรูดทันที
"ใช่เจ้าค่ะ... โรคฝีหนองพุพอง ลามไปทั้งตัว น้ำเหลืองไหลเยิ้ม..." หลิวหลีบรรยายด้วยน้ำเสียงสยดสยองพลางทำหน้าขยะแขยง "หมอบอกว่าใครเข้าใกล้จะติดเชื้อ ผิวหนังจะเน่าเปื่อยภายในสามวัน... ท่านป้าสะใภ้อยากจะเข้าไปดูไหมเจ้าคะ? เชิญเลย ประตูไม่ได้ล็อค"
นางผายมือไปทางประตูอย่างเชื้อเชิญ ป้าสะใภ้หลิวชะงักกึก หน้าซีดเผือดไปชั่วขณะ แต่ความโลภยังค้ำคอ "ต... ตอแหล! ข้าไม่เชื่อ! เจ้าแต่งเรื่องหลอกคนอื่นได้ แต่หลอกข้าไม่ได้หรอก! ข้าจะเข้าไปลากคอมันออกมาดูให้เห็นกับตา!"
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น (และอยากได้ที่ดิน) ป้าสะใภ้กลั้นใจวิ่งพุ่งตรงไปที่ประตูบ้าน หมายจะผลักเข้าไปพิสูจน์ความจริง
หลิวหลีกระชับจอบเตรียมจะขวาง แต่ทว่า...
ฟิ้ว...
เสียงลมแหวกอากาศดังขึ้นเบาๆ แทบไม่มีใครสังเกตเห็น วัตถุขนาดจิ๋วพุ่งออกมาจากรอยแตกของผนังไม้ไผ่ด้วยความเร็วสูงราวกับกระสุนปืน
ปึก!
"โอ๊ยยยยย!"
ป้าสะใภ้หลิวร้องลั่น จู่ๆ เข่าข้างขวาก็อ่อนยวบเหมือนไม่มีกระดูก นางเสียหลักหน้าคะมำพุ่งลงไปกระแทกพื้นดินอย่างจัง ในท่า 'เบญจางคประดิษฐ์' กราบเท้าหลิวหลีพอดิบพอดี!
ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ ชาวบ้านตาค้าง หลิวหลีเองก็ตาโต นางก้มมอง 'ก้อนกรวด' เม็ดเล็กๆ ที่กลิ้งอยู่ข้างเท้าป้าสะใภ้ แล้วเหลือบมองไปที่รอยแตกของผนังบ้าน... มุมปากกระตุกยิ้มทันที ฝีมือเจ้าหนี้สินะ... แม่นใช้ได้นี่นา
นางรีบปรับสีหน้าเป็นตกใจแกมเวทนา "ว้าย! ท่านป้า! ทำไมถึงได้รีบร้อนกราบขอขมาข้าเช่นนี้เล่า? แม้ข้าจะเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกท่านโกงสมบัติไป แต่ข้าก็ไม่ถือโทษโกรธเคืองถึงขนาดต้องให้ผู้ใหญ่มากราบไหว้หรอกนะเจ้าคะ!"
คำพูดของนางเหมือนน้ำมันราดบนกองไฟ ชาวบ้านเริ่มเปลี่ยนทิศทางลม "จริงสิ... หลิวซื่อชอบรังแกหลาน นี่คงเป็นอาถรรพ์ผีพ่อแม่หลิวหลีผลักนางล้มแน่ๆ" "สมควรโดนแล้ว มาหาเรื่องเด็กมันทำไม"
ป้าสะใภ้หลิวพยายามจะลุกขึ้น แต่ขาเจ้ากรรมกลับชาดิกขยับไม่ได้ นางเงยหน้าขึ้นมา ปากแตก เลือดกำเดาไหลเพราะกระแทกพื้น สภาพดูไม่จืด "ม... ไม่ใช่! มีคนแกล้งข้า! มีผี! นังเด็กปีศาจ!" นางโวยวายชี้หน้าหลิวหลี
หัวหน้าหมู่บ้านเริ่มรู้สึกเสียหน้าและกลัวเรื่องโรคติดต่อ เขาโบกมือไล่ "พอๆๆ เลอะเทอะกันใหญ่แล้ว! หลิวซื่อ เจ้าล้มเองชัดๆ ข้าเห็นกับตา ในเมื่อหลิวหลีบอกว่าเป็นญาติป่วย ก็ปล่อยนางไปเถอะ อย่าไปยุ่งกับคนป่วยเลย แยกย้ายๆ!"
"แต่ท่านหัวหน้า..." "ข้าบอกให้กลับ!" หัวหน้าหมู่บ้านเสียงเขียว ก่อนจะหันมาสั่งหลิวหลี "ส่วนเจ้า... ดูแลญาติให้ดี อย่าให้ออกมาเพ่นพ่านแพร่เชื้อในหมู่บ้าน เข้าใจไหม?"
"เจ้าค่ะ ท่านหัวหน้าผู้ทรงธรรม" หลิวหลีย่อกายคารวะอย่างงดงาม (แบบกวนๆ)
ชาวบ้านรีบสลายตัวเพราะกลัวติดโรค ส่วนป้าสะใภ้หลิวต้องให้คนมาช่วยหิ้วปีกพยุงกลับไป นางยังคงส่งเสียงสาปแช่งหลิวหลีไปตลอดทาง แต่ไม่มีใครสนใจ
เมื่อความวุ่นวายจบลง หลิวหลีปิดรั้วบ้าน แล้วเดินกลับเข้าไปในกระท่อม นางพบ อวิ๋นเซียว นั่งพิงผนังอยู่มุมห้อง ในมือยังกำเศษหินก้อนเล็กๆ ไว้อีกสองสามก้อน สีหน้าเรียบเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"ขอบคุณ" หลิวหลีเอ่ยขึ้นลอยๆ พลางวางจอบลง "เรื่องอะไร?" เขาถามกลับโดยไม่มองหน้า "เรื่องที่ช่วยสั่งสอนป้าข้า... ฝีมือดีนี่ ดีดหินแม่นราวจับวาง สมแล้วที่เป็นแม่ทัพ"
อวิ๋นเซียวชะงัก หันขวับมามองนาง "เจ้ารู้?"
"เดาไม่ยาก" หลิวหลียักไหล่ เดินไปนั่งลงข้างๆ เขา "ท่าทางหยิบจับของไม่เป็นงาน แต่บุคลิกท่าเดินสง่าผ่าเผย แถมยังมีป้ายหยกราคาแพงระยับ... คนโง่เท่านั้นที่ดูไม่ออกว่าเจ้าเป็นคนใหญ่คนโต"
นางจ้องตาเขา แววตาซุกซน "แต่ข้าไม่สนหรอกว่าเจ้าเป็นใคร จะเป็นแม่ทัพ หรือเป็นโจรป่า... ตราบใดที่เจ้ายังติดหนี้ข้า เจ้าก็คือ 'คนงานของข้า' เข้าใจตรงกันนะ?"
อวิ๋นเซียวจ้องมองสตรีร่างเล็กตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก นางฉลาด ทันคน กล้าหาญ และ... หน้าด้านหน้าทน แทนที่จะกลัวฐานะของเขา นางกลับมองเขาเป็นแค่ 'ลูกหนี้' มุมปากของแม่ทัพหนุ่มยกยิ้มขึ้นเป็นครั้งแรก... ยิ้มที่ไปถึงดวงตา
"ย่อมได้... นายหญิง" เขาตอบรับเสียงทุ้ม
"ดี!" หลิวหลีตบเข่าฉาด "งั้นฉลองชัยชนะด้วยการ... ไปตักน้ำมาใส่ตุ่มซะ ข้าจะอาบน้ำ!"
"..." รอยยิ้มบนหน้าท่านแม่ทัพแข็งค้างไปทันที นี่ข้าเพิ่งช่วยนางไว้นะ! ยังจะใช้งานอีกเรอะ!?
