บทที่ 4 : พลิกโฉมซ่องร้างให้กลายเป็นสวรรค์บนดิน
บทที่ 4 : พลิกโฉมซ่องร้างให้กลายเป็นสวรรค์บนดิน
"รื้อ! รื้อออกให้หมด! โคมไฟสีแดงแจ๋แบบนั้นข้าไม่เอา มันดูราคาถูกเหมือนโรงเตี๊ยมจิ้งหรีด!"
เสียงสั่งการเฉียบขาดของ 'คุณชายซี' ดังลั่นไปทั่วบริเวณตึกเก่าที่กำลังฝุ่นตลบ
คนงานก่อสร้างนับสิบชีวิตวิ่งวุ่นกันหัวหมุน โดยมีซีรุ่ยยืนกอดอกบัญชาการอยู่กลางห้องโถง ในมือถือม้วนกระดาษที่เป็น 'แบบแปลน' ที่นางร่างขึ้นเองเมื่อคืน
"เถ้าแก่... เอ้ย คุณชายซีขอรับ" หัวหน้าช่างไม้เดินเข้ามาหน้ามุ่ย "แต่ท่านให้รื้อผนังกั้นห้องออกหมด แล้วจะให้แขกนั่งตรงไหน? ปกติโรงน้ำชาเขาต้องกั้นห้องให้มิดชิดนะขอรับ"
"นั่นมันแบบเก่า!" ซีรุ่ยสะบัดพัดจีบเคาะหัวหน้าช่างเบาๆ หนึ่งที "ข้าต้องการ 'Open Space' ตรงกลางทำเป็นเวทีวงกลม ให้แขกมองเห็นการแสดงได้รอบทิศ 360 องศา ส่วนห้องส่วนตัวให้ย้ายไปอยู่ชั้นลอย ใช้ม่านโปร่งแสงกั้นแทนผนังทึบ ให้เห็นวับๆ แวมๆ มันถึงจะน่าค้นหา... เข้าใจหรือไม่?"
หัวหน้าช่างเกาหัวแกรกๆ แม้จะไม่เข้าใจคำศัพท์ประหลาดๆ แต่พอเห็นก้อนเงินตำลึงที่นางโยนให้เป็นค่าจ้างพิเศษ เขาก็พยักหน้ารัวๆ
"เข้าใจขอรับ! ทุบเป็นทุบ!"
ซีรุ่ยยิ้มมุมปาก นางไม่ได้จะทำแค่ 'ซ่อง' หรือ 'โรงน้ำชา' ธรรมดา แต่นางกำลังจะสร้าง 'Entertainment Complex' แห่งแรกในยุคนี้
ชั้น 1: โซนบาร์และเลานจ์ เน้นดนตรีสดและการพบปะสังสรรค์ (Pub & Restaurant)
ชั้น 2: โซน VIP สำหรับเจรจาธุรกิจ มีสาวงามคอยชงชาและเล่นดนตรีขับกล่อม (Exclusive Club)
ชั้น 3: โซน VVIP ห้องพักระดับโรงแรม 5 ดาว พร้อมบริการอาบน้ำแร่และนวดผ่อนคลาย (Luxury Suite)
เงินของท่านอ๋องวิปลาสถูกใช้ไปราวกับเบี้ย ทั้งค่าไม้หอม ค่าผ้าไหมจากเปอร์เซีย และค่าเครื่องเรือนสั่งทำพิเศษ ซีรุ่ยถือคติ "High Risk, High Return" (เสี่ยงมาก ผลตอบแทนมาก) ถ้าไม่ลงทุนให้หรูหรา ก็อย่าหวังจะดึงเงินจากกระเป๋าพวกขุนนางหน้าใหญ่ได้
...
มุมหนึ่งของร้าน
อาหลง ที่บัดนี้ได้รับการรักษาและสวมชุดผู้คุ้มกันสีดำทะมัดทะแมง ยืนพิงเสามองเจ้านายคนใหม่ด้วยสายตาอ่านไม่ออก
"นางสติเฟื่อง..." เขาพึมพำเบาๆ
หญิงสาวผู้นี้ใช้เงินเหมือนเสกกระดาษได้ สั่งงานแปลกประหลาด แถมยังวางกลไกป้องกันภัยตามจุดต่างๆ ของร้านอย่างรอบคอบราวกับผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย นางเป็นใครกันแน่? คุณหนูตกอับจริงหรือ?
"อาหลง! อย่ามัวแต่เก๊กหล่อ มาช่วยข้าคัดคนหน่อย!"
เสียงเรียกของซีรุ่ยทำให้อาหลงสะดุ้ง เขาถอนหายใจก่อนจะเดินไปหาเจ้านายที่กำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะรับสมัครงาน
วันนี้คือวัน "Casting" หรือวันคัดเลือกสาวงามและพนักงาน
ข่าวการรับสมัครคนทำงานที่ให้ค่าจ้างสูงลิ่วแพร่สะพัดไปทั่วเมืองลั่วอวิ๋น ทำให้มีหญิงสาว (และชายหนุ่ม) มาต่อแถวยาวเหยียดจนล้นออกไปนอกถนน
"คนต่อไป!" ซีรุ่ยเคาะโต๊ะ
หญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มเดินเข้ามาด้วยท่าทางเขินอาย "ขะ... ข้าชื่อเสี่ยวแดง เจ้าค่ะ ข้า... ข้าชงชาเป็น..."
"ชงชาเป็นเรื่องรอง ยิ้มให้ข้าดูหน่อย" ซีรุ่ยสั่ง
เสี่ยวแดงยิ้มแหยๆ แบบคนไม่มั่นใจ
"ไม่ผ่าน" ซีรุ่ยโบกมือ "งานบริการคือการขายความสุข ถ้าเธอยิ้มเหมือนโดนบังคับ แขกที่ไหนจะอยากจ่ายเงิน... ไปฝึกยิ้มมาใหม่ คนต่อไป!"
การคัดเลือกดำเนินไปอย่างเข้มข้น ซีรุ่ยไม่ได้มองหาแค่คนสวย แต่นางมองหา "คาแรคเตอร์"
สาวสวยหยาดเยิ้มแต่พูดจาโผงผาง... ตกรอบ
สาวหน้าตาธรรมดา แต่พูดจาฉะฉาน มีไหวพริบ และเล่นผีผา (เครื่องดนตรีจีน) เก่ง... ผ่าน!
ชายหนุ่มร่างบางที่ร่ายรำได้อ่อนช้อย... ผ่าน!
"จำไว้นะอาหลง" ซีรุ่ยหันมาสอนมวยลูกน้องหน้านิ่ง "เราไม่ได้ขาย 'ร่างกาย' เป็นหลัก แต่เราขาย 'จินตนาการ' และ 'ศิลปะ' ผู้หญิงของข้าต้องเป็น 'ไอดอล' ไม่ใช่นางโลมข้างถนน"
จนกระทั่งมาถึงผู้สมัครคนหนึ่ง...
หญิงสาวในชุดเก่าซอมซ่อ ใบหน้าเปื้อนฝุ่นมอมแมม แต่แววตากลับเด็ดเดี่ยว นางเดินเข้ามาแล้วคุกเข่าลงทันที
"คุณชาย... ได้โปรดรับข้าไว้ด้วย ข้าทำได้ทุกอย่าง ขอแค่มีเงินไปไถ่ตัวน้องสาว"
ซีรุ่ยพิจารณาหญิงสาวตรงหน้า โครงหน้าได้รูปสวยสง่าแม้จะมอมแมม มือเรียวยาวเหมือนคนเคยจับพู่กันมากกว่าจับจอบเสียม
"เจ้าเคยเป็นลูกหลานตระกูลขุนนางสินะ?" ซีรุ่ยถามดักคอ
หญิงสาวสะดุ้งเงยหน้ามอง "ทะ... ท่านรู้?"
"ท่ายืน ท่านั่ง และภาษาที่ใช้... มันฟ้อง" ซีรุ่ยยิ้มพอใจ "ชื่ออะไร?"
"ไป๋หลานฮวา เจ้าค่ะ"
"ดี... ไป๋หลานฮวา (ดอกกล้วยไม้ขาว) " ซีรุ่ยดีดนิ้ว "ข้าจะรับเจ้าไว้ และจะไถ่ตัวน้องสาวเจ้าด้วย แต่มีข้อแม้... เจ้าต้องเป็น 'ตัวท็อป' ของที่นี่ ต้องเรียนรู้การแสดง การวางตัว และการบริหารเสน่ห์ตามสูตรของข้า... ทำได้หรือไม่?"
"ข้าขอสาบานด้วยชีวิต!" ไป๋หลานฮวาโขกศีรษะจนหน้าผากแดง
ซีรุ่ยหันไปยักคิ้วให้อาหลง
"เห็นไหม... เพชรในตมมีอยู่จริง แค่ต้องรู้จักเจียระไน"
...
สามวันผ่านไป
การรีโนเวทคืบหน้าไปอย่างรวดเร็วด้วยอำนาจเงิน ป้ายร้านใหม่ถูกนำขึ้นแขวน ตัวอักษรสีทองสลักคำว่า "หอหมื่นราตรี" (Wan Night Pavilion) โดดเด่นเป็นสง่า
ซีรุ่ยยืนกอดอกมองผลงานด้วยความภาคภูมิใจ
"อาหลง เตรียมตัวให้พร้อม... คืนพรุ่งนี้เราจะจัดงาน 'Soft Opening' แบบจำกัดจำนวนแขก เชิญเฉพาะเศรษฐีและขุนนางกระเป๋าหนักเท่านั้น"
"เจ้ามั่นใจหรือว่าพวกเขาจะมา?" อาหลงถามอย่างสงสัย
"มาสิ..." ซีรุ่ยหยิบการ์ดเชิญที่ทำจากกระดาษหอมเคลือบทองขึ้นมาโบกไปมา "เพราะข้าส่งข่าวลือออกไปแล้วว่า... คืนนี้จะมีการเปิดตัว 'สุรานารีแดงสูตรพิเศษ' และการแสดงที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อนในแคว้นนี้ มนุษย์น่ะ... ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ยิ่งทำเป็นลับๆ ล่อๆ ก็ยิ่งอยากรู้อยากเห็น"
นางแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ แววตาเป็นประกายวาววับ
"เตรียมกระสอบใส่เงินไว้ได้เลยอาหลง... พรุ่งนี้รวย!"
ทว่า... ท่ามกลางความตื่นเต้น ซีรุ่ยไม่รู้เลยว่าการ์ดเชิญใบหนึ่งที่นางจ้างเด็กเดินส่งข่าวไปทั่วเมือง ได้พลัดหลงไปตกอยู่ในมือของ 'สายสืบชุดดำ' ที่แฝงตัวอยู่ในโรงเตี๊ยมใกล้ๆ
และตอนนี้... มันกำลังถูกส่งตรงไปยังค่ายทหารนอกเมือง!
