บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 9 แต่งเข้าบ้านสามี

ในที่สุดก็ถึงวันที่ลี่หยางจะต้องแต่งเข้าบ้านหยาง ทางด้านหยางไห่เฉิงเองทั้งตื่นเต้นและดีใจจนนอนไม่หลับทั้งคืน เขาเฝ้ารอวันเวลาที่จะได้แต่งภรรยาเข้าบ้านใจแทบจะขาด บ้านหยางเองถึงแม้จะยากจนแต่ก็พยายามเตรียมสินสอดให้ไห่เฉิงอย่างเต็มที่ ถึงแม้ว่าบ้านซูเองไม่ได้เรียกร้องอะไรมากมาย เพราะทั้งสองคนมีใจรักใคร่กันอย่างแท้จริง

 

เมื่อถึงเวลารับตัวเจ้าสาวหยางไห่เฉิงขับเกวียนวัวที่เช่ามาจากหัวหน้าหมู่บ้านไห่เจินเพื่อมารับตัวเจ้าสาวจากหมู่บ้านเหลียนซาน เกวียนวัวถูกประดับด้วยผ้าแดงและดอกไม้ผ้าสีแดง เมื่อไห่เฉิงมาถึงบ้านซูเพื่อรับตัวเจ้าสาว ซูห้าวกวนผู้ที่ถือว่าเป็นพี่ใหญ่ของบ้าน แบกลี่หยางเอาไว้บนหลังเพื่อส่งน้องชายขึ้นเกวียนเจ้าสาวที่ไห่เฉิงนำมารับ

ซูลี่หมิงกับนางหลิวเหมยกุ้ยเองถึงแม้จะดีใจที่บุตรเกอของพวกเขาแต่งเข้าบ้านสามีที่นับว่าแม่สามีไม่รังแกลูกสะใภ้แต่พวกเขาก็ยังอยากที่จะเก็บลี่หยางเอาไว้ที่บ้านถึงแม้ว่ามันจะไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ก็ตามที ลี่จินกับตงเล่ยน้องชายของลี่หยาง รับปากลี่หยางว่าจะตั้งใจเรียนให้ดีเพื่อที่ว่าวันข้างหน้าพวกเขาทั้งสองคนจะคอยเป็นแรงสนับสนุนให้กับพี่ชายอย่างลี่หยาง

หลังจากที่ลี่หมิงกับห้าวกวนนำโสมไปขายกันคนละต้นเพราะโสมมีอายุไม่มากเท่าไหร่ทำให้พวกเขาได้เงินมาคนละ 100 ตำลึงทองเพียงเท่านั้น แต่เงิน 100 ตำลึงทองสำหรับครอบครัวชาวนานั้นถือว่ามากมายมหาศาล หากใช้จ่ายอย่างประหยัดจะสามารถอยู่ได้อีกหลายสิบปี 

ก่อนที่ลี่หยางจะแต่งออกไปได้กำชับให้ลุงใหญ่และท่านพ่อของเขาสร้างบ้านให้เสร็จก่อนที่ฤดูหนาวจะมาถึง หลังจากร่ำลาครอบครัวแล้วห้าวกวนก็ส่งลี่หยางขึ้นไปนั่งบนเกวียนที่ไห่เฉิงนำมารับ 

ส่วนพี่น้องคนอื่นๆ ยกสินเดิมขึ้นเกวียนที่ซูลี่หมิงซื้อมาหลังจากนำโสมไปขาย คนที่ทำหน้าที่ขับเกวียนสินเดิมของลี่หยางเป็นซูห้าวหลินจากนั้นพี่น้องทุกคนก็ขึ้นบนเกวียนสินเดิมไม่เว้นแม่แต่น้องเล็กอย่างซูตงเล่ย นำสินเดิมไปส่งที่บ้านหยาง 

อีกนัยหนึ่งเพื่อประกาศว่าซูลี่หยางไม่ขาดพี่น้องที่คอยสนับสนุน ใครในบ้านสามีอย่าได้คิดมารังแกคนบ้านซู ด้วยจำนวนสินเดิมที่ติดตัวลี่หยางไปเป็นจำนวนมากพอสมควร ทำให้ชาวบ้านต่างอิจฉาหยางไห่เฉิงไม่น้อยที่สามารถแต่งภรรยาที่มีฐานะอีกทั้งยังหน้าตางดงามถึงแม้ว่าจะเป็นเกอ แต่นับว่างดงามกว่าหญิงสาวชาวบ้านในแปดลี้สิบหมู่บ้านนี้เกรงว่าจะหาใครงามเท่าไม่ได้

ท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทาของชาวบ้าน แต่เจ้าบ่าวเจ้าสาวทั้งสองคนหาได้สนใจไม่ หยางไห่เฉิงยิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลาสีหน้าบ่งบอกว่ามีความสุขมาก รอยยิ้มที่แสนอบอุ่นยิ่งทำให้ใบหน้าหล่อเหลาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วยิ่งหล่อเหลาขึ้นไปอีก 

ชุดเจ้าบ่าวสีแดงที่สวมอยู่ยิ่งทำให้หยางไห่เฉิงดูดีขึ้นไปอีก ท่ามกลางชาวบ้านที่มาร่วมงานมงมลแต่กลับมีใครบางคนมายินดีในงานมงคลในครั้งนี้ด้วยและยังสาปแช่งบ้านตระกูลหยางอยู่ในมุมลับตาคนสายตาที่มองมาบ้านหยางเต็มไปด้วยความเกลียดชัง

หลังจากผ่านพิธีการกราบไหว้ฟ้าดินเรียบร้อยแล้วก็เป็นเวลาส่งตัวเข้าหอ ไห่เฉิงออกมาร่วมดื่มกับสหายสนิทเพียงคนเดียวของเขาอย่างเหวินไคที่มาร่วมแสดงความยินดีในครั้งนี้ด้วย

“ยินดีด้วยนะไห่เฉิง ในที่สุดเจ้าก็แต่งภรรยาเข้าบ้านได้แล้ว ถึงแม้ว่าภรรยาของเจ้าจะถูกเจ้าเก็บมาจากชายหาดก็เถอะ” เหวินไค

“ขอบใจที่มาร่วมงานนะเหวินไค ถึงข้าจะเก็บภรรยามาจากชายหาดข้าก็เก็บภรรยาที่แสนงดงามมากมา หรือเจ้าว่าไม่จริง” ไห่เฉิงอดที่จะโอ้อวดไม่ได้เลยจริงๆ

“ข้าไม่เถียงเจ้า ที่เจ้ากล่าวมานั้นถูกต้องแล้ว” ไห่เฉิงตอบกลับสหายด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ

“เอาล่ะๆ ได้เวลาแล้ว ไห่เฉิงกลับเข้าห้องไปได้แล้ว ภรรยาของเจ้ารออยู่” ท่านปู่หยางผู้ใจร้อนอยากอุ้มเหลนรีบไล่ให้ไห่เฉิงเข้าห้องหอไป

ลี่หยางที่ถูกส่งตัวเข้ามารอสามีหมาดๆ อย่างไห่เฉิง ห้องนอนที่ใช้เป็นห้องหอไม่ได้มีการปรับปรุงใหม่เพียงแต่ตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ เพียงเท่านั้น

“หยางเอ๋อร์รอพี่นานหรือไม่” 

“ไม่นานขอรับ ท่านพี่หิวหรือไม่” ลี่หยางอดตื่นเต้นไม่ได้ ในที่สุดวันที่รอคอยก็มาถึง

“หิวนิดหน่อย เช่นนั้นเจ้ามากินข้าวก่อน”

“ขอรับท่านพี่”

หลังจากที่อิ่มหนำสำราญแล้วลี่หยางกับไห่เฉิงดื่มเหล้ามงคลจนหมดกา ถึงแม้ว่าทั้งสองคนต่างตั้งตารอคอยวันนี้มานานแต่ก็ยังทำตามพิธีการจนครบจากนั้นไห่เฉิงช่วยลี่หยางถอดชุดเจ้าสาวและหลังจากนั้นลี่หยางก็ไม่ได้มีวี่แววว่าจะได้อาบน้ำดังเช่นที่ตั้งใจเอาไว้

 เขาถูกสามีป้ายแดงลอกคราบจนล่อนจ้อนและหลังจากนั้นก็ถูกไห่เฉิงเคี่ยวกรำทั้งคืนจนรุ่งสางถึงได้ยอมปล่อยให้เขาได้หลับ ยังดีที่ไห่เฉิงยังอาบน้ำให้ลี่หยางแต่ก็เป็นการอาบน้ำที่ใช้เวลานานมาก ไห่เฉิงเองไม่คิดว่าภรรยาของตัวเองจะน่าจับกินมากเช่นนี้ ทำให้เขาอดใจไม่ไหวจับภรรยาคนงามกินไปหลายรอบ

เช้าวันต่อมาไห่เฉิงตื่นขึ้นมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอารมณ์ดีเป็นอย่างมาก โชคดีที่ลี่หยางไม่มีไข้ เขาปล่อยให้ภรรยาได้นอนหลับส่วนตัวเองออกไปตักน้ำมาเติมโอ่งน้ำ ฝ่าฟืนเตรียมเอาไว้ และต้มน้ำอุ่นรอภรรยาหากว่าลี่หยางตื่นมาจะได้อาบน้ำอุ่นให้สบายตัว เขาได้แต่หวังว่าภรรยาจะไม่โกรธที่เขาไม่สามารถยับยั้งชั่งใจได้

“ไห่เฉิง ลูกทำอะไรอยู่เหตุใดไม่ไปอยู่ดูแลลูกสะใภ้” นางลู่เอิน

“ท่านแม่ ข้ามาต้มน้ำเอาไว้รอให้หยางเอ๋อร์อาบขอรับ”

“เจ้าคงไม่ได้ลงมือหนักไปใช่หรือไม่ ไม่ใช่ว่าลูกสะใภ้ล้มป่วยไปหรอกนะ”

“ข้าเปล่านะขอรับท่านแม่ หยางเอ๋อร์เพียงแค่เหนื่อยเท่านั้นเอง อีกเดี๋ยวก็ตื่นขึ้นมาแล้วขอรับ ข้ารบกวนท่านแม่ต้มโจ๊กให้ข้าสักถ้วยนะขอรับ”

“แม่รู้แล้วเจ้ากลับไปอยู่กับลูกสะใภ้เถอะ”

“ขอบคุณท่านแม่ขอรับ”

ลี่หยางรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในยามเฉิน ก็พบว่าสามีหมาดๆ ของตัวเองนอนอยู่ข้างๆ มาคิดดูแล้วลี่หยางเองไม่คิดว่าสามีของเขาที่หน้าตาเหมือนกับประมุขมารในที่คั่นหนังสือที่แถมมากับนิยายจะกินดุเช่นนี้ แต่ลี่หยางเองก็ชอบเช่นเดียวกัน 

“ท่านพี่ นี่ยามใดแล้วขอรับ”

“หยางเอ๋อร์เจ้าตื่นแล้วหรือ รู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือไม่ พี่ขอโทษนะที่ รังแกเจ้ามากไป แต่พี่หักห้ามใจตัวเองไม่ได้เพราะเจ้าน่ากินไปหมด พี่ต้มน้ำเอาไว้ให้แล้ว เจ้าจะให้พี่ช่วยอาบน้ำให้หรือไม่”

“ไม่ต้องเลยขอรับท่านพี่ ข้าอาบเองได้ ท่านพี่อย่าได้คิด ข้ารู้ว่าท่านพี่คิดอันใดอยู่”

“ได้ๆ เช่นนั้นพี่จะไปเตรียมน้ำอาบให้เจ้า”

หลังจากลี่หยางอาบน้ำแต่งตัวเสร็จถึงได้ออกไปช่วยงานแม่สามีพร้อมขอโทษขอโพยที่ตื่นสาย แต่แม่สามีกลับบอกว่าสามวันแรกของการแต่งงาน ไม่ใช่หน้าที่ของลูกสะใภ้ที่ต้องลุกขึ้นมาหุงหาอาหาร บ้านหยางไม่ได้มากพิธีขนาดนั้น ทุกคนช่วยเหลือกันเป็นหน้าที่ของภรรยา ไม่ได้แบ่งแยกว่าเป็นหน้าที่ของผู้ใด

เวลาอาหารเช้าวันนี้บ้านหยางคึกคักไม่น้อยสะใภ้ใหญ่อย่างลี่หยางที่คุ้นชินกับคนบ้านหยางอยู่แล้วจึงไม่มีความรู้สึกเขินอายแต่อย่างใด ต่างคนต่างพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ถึงแม้อาหารจะไม่ได้มีมากมาย

 แต่ลี่หยางเองก็สัญญาเอาไว้กับตัวเองในใจว่าจะต้องนำพาครอบครัวสามีให้อยู่ดีกินดี และหาเงินเอาไว้เพื่อรอลูกที่จะเกิดมา จะได้ไม่ลำบาก ลูกๆ หลานๆ บ้านหยางจะต้องได้เรียนหนังสือ 

ส่วนบ้านเดิมของลี่หยางนั้นเขาหมดห่วงไปเปราะหนึ่งแล้ว ตอนนี้ความเป็นอยู่ของครอบครัวดีขึ้นมาก ต้องขอบคุณสมบัติในป่าหุบหมอกที่ทำให้ครอบครัวของเขาลืมตาอ้าปากขึ้นมาได้

“ท่านพี่ข้าอยากไปเดินเล่นที่ชายทะเลเผื่อว่าเราจะได้อะไรติดไม้ติดมือมาทำอาหารมือกลางวัน”

“หยางเอ๋อร์ บ้านเราไม่กินมื้อกลางวันกันหรอกนะ แต่หากเจ้าหิวพี่จะขอให้ท่านแม่ทำให้เจ้าเป็นพิเศษ พี่ต้องขอโทษเจ้าที่พี่ไม่เอาไหน อย่างที่เจ้าเห็นครอบครัวเราคนเยอะและยากจน พี่ขอโทษที่เห็นแก่ตัวดึงเจ้ามาลำบากด้วย แต่พี่สัญญาว่าพอพ้นเจ็ดวันนี้แล้วพี่จะพยายามจับปลาไปขายให้มากกว่าเดิม”

 

“ท่านพี่ หากจะกินมื้อเที่ยงจะต้องกินกันหมดทุกคนขอรับ หลานๆ เองยังเล็กมาก รวมถึงน้องๆ ด้วย ท่านปู่ท่านย่าก็แก่แล้ว ท่านพี่วางใจในเมื่อข้าแต่งให้ท่านแล้ว นั่นย่อมหมายถึงว่าข้าไม่ได้เสียใจ ท่านพี่อย่ากังวลเลยนะขอรับ ต่อไปบ้านเราจะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน”

“พี่ขอบใจเจ้า เช่นนั้นรอสักครู่พี่จะไปเตรียมของก่อน”

“ขอรับท่านพี่”

คล้อยหลังสามีเดินออกไปลี่หยางก็หมุนตัวกลับเข้าไปในห้องทำการผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เขาแอบทำเอาไว้เป็นชุดที่รัดกุมและสะดวกสบายหากจะลงไปดำน้ำซักรอบ เอาไว้ถ้าหากล่าฉลามได้เขาก็จะนำหนังของมันมาทำชุดว่ายน้ำเสียเลย

 หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วพอดีกับที่ไห่เฉิงเตรียมของเสร็จพอดี ทั้งสองคนจับมือกันเดินมุ่งหน้าไปยังชายหาด ท่ามกลางสายตาเกลียดชังและสาปแช่งของใครบางคนที่แอบมองดูอยู่ตลอดเวลา

ลี่หยางเองรู้สึกถึงสายตามุ่งร้ายที่มองมาแต่ทว่าเขาเองไม่ได้มองกลับไป เขาเพียงแต่สงสัยว่าสายตานี้เป็นของผู้ใดคงต้องจับให้ได้สักวัน สายตาที่น่ารังเกียจเช่นนี้เขาเองก็ไม่ชอบเป็นอย่างมากเพราะนั่นมันหมายถึงว่าเจ้าของสายตามีจุดประสงค์มุ่งร้ายกับบ้านตระกูลหยาง

ลี่หยางเพียงแต่คิดว่าตัวเองต้องทำให้ความเป็นอยู่ของครอบครัวสามีดีขึ้นเสียก่อน คาดว่าอีกไม่นานศัตรูที่อยู่ในมุมมืดคงจะออกมาเอง นอกจากลี่หยางจะสัมผัสได้ถึงสายตาเกลียดชังแล้วรู้สึกถึงความอิจฉาริษยาด้วย ไม่ว่าเจ้าของสายตาจะเป็นใคร ลี่หยางสัญญากับตัวเองเอาไว้เลยว่าจะไม่มีทางปล่อยให้มาทำร้ายและทำลายความสุขของเขาไปได้แน่ 

เขาเพิ่งจะมาอยู่ในที่แห่งนี้ สามีเพิ่งจะได้กินยังไม่อิ่มหนำใครก็อย่าคิดมาสร้างเรื่องวุ่นวายขวางทางรักของเขา เขาจะไม่มีวันยอมเป็นเด็ดขาด

 

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel