บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 8 ขุมทรัพย์ป่าหุบหมอก

   วันนี้คนบ้านซูเดินตามกันขึ้นเขาเข้าป่า เพื่อหาของป่าเช่นเคย แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือจุดหมายปลายทางที่พวกเขาจะไปไม่ใช่ป่าทางด้านที่ชาวบ้านเข้าไปหาของป่ากันเป็นประจำ ลี่หยางยังคงเดินนำหน้าทุกคนไปด้วยความสุข เขาหวังว่าวันนี้จะมีอะไรติดไม้ติดมือกลับมาบ้าง 

“ลี่หยางลูกกำลังจะไปไหน ป่าที่เราจะไปอยู่ทางด้านนี้” ซูลี่หมิงที่เห็นว่าบุตรเกอของตัวเองกำลังจะเดินไปอีกด้านจึงรีบห้ามเอาไว้ก่อน

“ท่านพ่อ ไปทางนี้ถูกแล้วขอรับ หากเราอยากได้ลูกเสือก็ต้องเข้าถ้ำเสือขอรับ” ลี่หยาง

“นี่.. มันจะดีหรือลูก พ่อว่ามันจะอันตรายเกินไปหรือไม่ ป่าหุบหมอกไม่มีใครเข้ามาหาของป่านานแล้ว ครั้งล่าสุดมีคนพบหมีป่าตัวใหญ่ เมื่อหลายปีก่อน” ซูลี่หมิง

“ตอนนี้มันอาจจะไม่อยู่แล้วก็ได้ขอรับท่านพ่อ ข้าว่าไม่มีอันใดหรอกขอรับ ท่านพ่อเชื่อข้าได้เลย” ลี่หยาง

“น้องรองนี่ยังไงนะ หลานบอกไม่มีก็ไม่มีสิเจ้าเพียงตามลี่หยางไปก็พอแล้ว ไปๆ รีบๆ เดินเถอะ ลี่หยางจะให้ลุงวางกับดักตรงไหนบอกลุงได้เลยนะ”

“ขอรับท่านลุงใหญ่ ยังเป็นท่านลุงใหญ่ที่รักข้าเสมอ”

พอลี่หยางพูดออกมาเช่นนี้แล้วคนอื่นจะไปทำอันใดได้ในเมื่อซูห้าวเทียนตามใจหลานเกอขนาดไหน มีใครไม่รู้บ้างลูกชายสองคนของซูห้าวเทียนได้แต่มองหน้ากันอย่างเอือมระอา ส่วนซูลี่หมิงจะไปทำอะไรได้ เขาเองก็ไม่เคยเถียงชนะเลยหากพี่ใหญ่อย่างซูห้าวเทียนเอ่ยปากแล้วเขาพูดอะไรไปก็ไม่มีความหมายแล้ว

 

คนบ้านซูเดินเข้าไปในป่าหุบหมอก ทันทีที่เข้าไปถึงป่าหุบหมอกเขตใน ทุกคนถึงกับต้องถอนหายใจช่างแตกต่างจากป่าอีกด้านที่ชาวบ้านไปหาของป่ายิ่งนัก ที่ป่าหุบหมอกแห่งนี้มีผักป่าเกิดขึ้นอยู่มากมาย 

มีสมุนไพรขั้นพื้นฐานอยู่มากมาย แต่ละคนรู้สึกว่าการตัดสินใจเข้ามาในป่าหุบหมอกนี้เป็นเรื่องที่ถูกต้องที่สุดแล้ว มีเห็ดป่าเกิดอยู่มากมาย และเห็ดป่าบางชนิดสามารถนำไปตากให้แห้งก่อนค่อยนำไปขายให้กับร้านรับซื้อสมุนไพรหรือโรงหมอได้

   “ท่านพ่อกับท่านลุง พี่ใหญ่ พี่รอง พวกท่านไปวางกับดักก่อน ข้าจะเก็บเห็ดป่ารออยู่แถวนี้ หลังจากที่พวกท่านวางกับดักเสร็จแล้ว เราค่อยไปต่อ” ลี่หยาง

“ตกลง เจ้าเองก็อย่าไปไกลนักเล่ารู้หรือไม่” ลี่หมิง

“ทราบแล้วท่านพ่อ ข้าเพียงแค่เก็บเห็ดป่าอยู่แถวนี้เท่านั้น”

ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปวางกับดัก ถึงแม้พวกเขาจะไม่มั่นใจว่าจะมีสัตว์ป่ามาติดกับดักหรือไม่แต่ทุกคนยังทำตามความต้องการของลี่หยางด้วยความเต็มใจ ถึงแม้ลี่หยางจะเป็นเกอแต่ทุกคนยังให้ความสำคัญและรักลี่หยางมาก และนี่คือความโชคดีของลี่หยางในชาติภพนี้

หลังจากวางกับดักเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทุกคนก็ออกมารวมกันที่จุดนัดพบ ลี่หยางเองก็เก็บเห็ดป่าที่มีราคาอย่างเห็ดหอมได้มากเช่นเดียวกันรวมถึงเห็ดหูหนูดำด้วย เห็ดทั้งสองอย่างนี้สามารถนำไปตากให้แห้งเก็บเอาไว้ได้นานและขายได้ราคาด้วยเช่นเดียวกันส่วนเห็ดป่าอื่นๆ นั้นจะตากแห้งเก็บเอาไว้เป็นเสบียงอาหารในฤดูหนาว

“ท่านพ่อกับท่านลุง ช่วยกันเก็บเห็ดหอมนะขอรับ ส่วนพี่ใหญ่กับพี่รองช่วยกันเห็บเห็ดหูหนูดำ ข้าเองก็จะช่วยด้วยเหมือนกัน” ลี่หยางแบ่งงาน

“ได้เลย พวกเราจะเก็บกลับไปให้ได้มากที่สุด” ซูห้าวกวน

จากนั้นทั้ง 5 คน ช่วยกันคนละไม้คนละมือเก็บเห็ดป่าผักป่าที่เกิดอยู่บริเวณนั้นจนเต็มทุกตะกร้า ลี่หยางเองก็ไม่คิดจะยอมแพ้วันนี้เขาจะต้องได้อะไรติดไม้ติดมือไปมากกว่าเห็ดป่า

 เขาไม่อยากแต่งงานออกไปอยู่บ้านสามีทั้งๆ ที่ครอบครัวของตัวเองยากจนถึงแม้ว่าก่อนหน้านั้นจะมีเงินที่ได้จากการขายเห็ดหลินจือ แต่ลี่หยางอยากให้ครอบครัวของท่านลุงลืมตาอ้าปากได้บ้าง

“กลับกันเถอะ วันนี้ถือว่าพวกเราได้ของติดไม้ติดมือไปมากมาย เดี๋ยวไปตรวจดูกับดักด้วยหากช้ากว่านี้ข้าเกรงว่าจะกลับออกจากป่าไม่ทันจะมืดค่ำเสียก่อน” ซูห้าวเทียน 

ทั้งห้าคนกลับมาถึงบริเวณที่วางกับดักเอาไว้ต่างคนต่างแยกย้ายไปตรวจดูกับดักของตัวเองที่วางเอาไว้ ยกเว้นแต่ลี่หยางที่ยังรั้งรออยู่ที่เดิม ในระหว่างที่รอลี่หยางไม่ได้อยู่โดยเปล่าประโยชน์เขายังเข้าไปในป่าบริเวณใกล้ๆ กับที่เป็นจุดนัดพบดังเช่นตอนแรก

ลี่หยางเดินไปเรื่อยๆ กวาดสายตามองหาไปทั่วป่าบริเวณนั้นเขาได้แต่หวังว่าจะพบเจออะไรบ้างอย่างน้อยๆ ก็นำไปขายแล้วแบ่งเงินให้กับบ้านของท่านลุงได้บ้างพี่ใหญ่จะได้มีเงินแต่งภรรยาเข้าบ้าน แต่จะต้องดูด้วยว่าคนที่จะมาเป็นสะใภ้บ้านซูนั้นจิตใจจะต้องไม่คับแคบไม่ละโมบโลภมากและที่สำคัญจะต้องจิตใจดีเท่านี้ที่บ้านท่านลุงก็จะไม่ร้อนเป็นไฟแล้ว

ลี่หยางเดินคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนไม่ได้สังเกตว่าตัวเองได้เดินออกห่างจากจุดนัดพบออกมาไกลพอสมควร หลังหลุดออกจากภวังค์ความคิดของตัวเองถึงได้รู้ว่าตัวเองเดินมาไกลมาก 

“ตายแล้วทำไมเราถึงได้เดินมาถึงตรงนี้ได้เนี่ย ไม่รู้ว่าป่านนี้พวกท่านลุงกับท่านพ่อและพวกพี่ชายจะเก็บกับดักกันเสร็จหรือยัง หากว่าออกมาไม่เจอเรา คงได้ตกใจเป็นแน่” ลี่หยางบ่นกับตัวเอง

ลี่หยางหันหลังกลับและเร่งรีบเดินออกจากป่าไปยังจุดนัดพบทันที ระหว่างทางยังไม่ลืมที่จะมองไปรอบๆ ด้วยเช่นเดียวกันในใจหวังว่าจะพบเจออะไรที่สามารถนำไปขายได้ 

เหมือนว่าความหวังของลี่หยางจะเป็นจริงขึ้นมา ในระหว่างที่ลี่หยางกำลังเดินออกจากป่าด้วยความเร่งรีบอยู่นั้นก็มีกระต่ายป่าตัวหนึ่งที่พรวดพราดวิ่งตัดหน้าลี่หยางกระโดดเข้าไปในพุ่มไม้ด้านข้าง ลี่หยางตกใจมากเอามือลูบอกตัวเองป้อยๆ ในใจก่อนด่ากระต่ายน่าตายตัวนี้ไปสิบรอบ 

หลังจากหายตกใจแล้วลี่หยางที่กำลังจะก้าวขาเดินต่อไป แต่หางตาของเขามองเห็นดอกไม้สีแดงเล็กๆ ในทิศทางตรงกันข้ามกับที่กระต่ายกระโดดออกมา

“หือ นี่.. นี่.. อย่าบอกนะว่า เจอเข้าให้แล้ว ในที่สุดก็เจอเข้าจนได้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ลี่หยางหัวเราะเสียงดังลั่นป่า

ซูลี่หมิงกับคนอื่นๆ หลังจากรีบเก็บกับดักและปลดสัตว์ป่าออกจากกับดักเสร็จแล้วก็รีบกลับมาที่จุดนัดพบทันที แต่เมื่อมาถึงกลับไม่พบลูกชายหรือหลานชายเลย เพียงแต่ได้ยินเสียงหัวเราะของลี่หยางดังอยู่ไม่ไกลออกไป

“พี่ใหญ่ หยางเอ๋อร์หัวเราะอะไรอยู่” ลี่หมิง

“ข้าจะไปรู้หรือ ไม่ว่าหลานข้าจะหัวเราะอะไรย่อมเป็นเรื่องดีไม่ใช่หรือยังไง ไป รีบไปดูว่าหลานข้ามีเรื่องดีอันใดถึงได้หัวเราะลั่นป่าเช่นนี้ ส่วนพวกเจ้ารั้งรออยู่ที่นี่ไม่ต้องตามไปเข้าใจหรือไม่” ห้าวเทียนสั่งความลูกชายทั้งสอง

“ขอรับท่านพ่อ” พี่น้องซูทั้งสองคนรับปากผู้เป็นพ่อ

ซูลี่หมิงรีบรุดเข้าไปในป่าตามทิศทางที่ได้ยินเสียงหัวเราะของบุตรชาย ตามมาติดๆ ด้วยซูห้าวเทียนพี่ชายผู้ที่รักหลานชายสุดหัวใจ ทั้งสองคนไม่รู้ว่าลี่หยางพบเจอกับเรื่องน่าดีใจอันใดเข้าถึงได้หัวเราะอย่างมีความสุขเช่นนั้น แต่เมื่อทั้งสองคนไปถึง กลับพบว่าลี่หยางกำลังตั้งหน้าตั้งตาขุดบางสิ่งบางอย่างอยู่อย่างตั้งอกตั้งใจ

“ลี่หยาง ลูกกำลังขุดอะไรแล้วเมื่อสักครู่พ่อได้ยินเจ้าหัวเราะ เจ้าหัวเราะอันใดหรือ” ซูลี่หมิงเอ่ยปากถามออกมาด้วยความสงสัย

“อ๊ะ ท่านพ่อ ท่านลุงใหญ่ มาเร็วๆ ขอรับ มาช่วยข้าขุด โสมคน แต่ท่านพ่อกับท่านลุงต้องระวังอย่าทำให้รากฝอยของมันเสียหายหรือขาดนะขอรับ ต้องค่อยๆ ขุด ทางนั้นยังมีอีกต้นขอรับ” ลี่หยางบอกทั้งสองคนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“อะไรนะ! เจ้าว่าอะไรนะ สะ..สะ..โสมหรือ ลี่หยาง” ซูห้าวเทียน

“ก็โสมน่ะสิท่านลุงใหญ่ หรือข้าพูดไม่ชัด”

“ลี่หมิงเจ้าตบข้าที นี่ข้าฝันอยู่ใช่หรือไม่ ฝันว่าหลานรักของข้ากำลังให้ข้าช่วยขุดโสม” ซูห้าวเทียน

“ผัวะ” ตามคำขอของท่านขอรับพี่ใหญ่

“โอ๊ย ลี่หมิง เจ้าต่อยข้าทำไม เจ้าน้องเวรนี่” ซูห้าวเทียนหันมาต่อว่าน้องชาย

“ท่านพ่อ ท่านลุง เร็วเข้าสิขอรับ เดี๋ยวก็ได้กลับบ้านมืดค่ำพอดี ท่านแม่จะเป็นห่วงเอานะขอรับ” ลี่หยางรีบห้ามเมื่อเห็นว่าเรื่องราวชักจะไปกันใหญ่

ทั้งสองคนมองหน้ากันจากนั้นก็ช่วยกันขุดโสมคนอีกต้นออกมาได้อย่างสมบูรณ์ไม่มีส่วนไหนเสียหายจากนั้นทั้งสามคนจึงรีบเดินออกมาหาอีกสองคนที่รออยู่ที่จุดนัดพบทันที

ซูห้าวกวนมองบิดาของตัวเองและอารองที่มีสีหน้าร้อนรนเดินออกจากป่านำหน้าน้องชายออกมา ก็ไม่ได้ซักถามอะไร รีบสะพายตะกร้าไม้ไผ่ขึ้นหลังพร้อมกับน้องชายอย่างซูห้าวหลิน 

ทั้งห้าคนออกจากป่ามาด้วยความรีบร้อนและไม่มีใครพูดอะไร จนกระทั่งกลับมาถึงบ้าน ซูห้าวเทียนรีบปิดประตูลานบ้านลงกลอนประตูจากข้างใน เขาตรวจดูจนแน่ใจแล้วว่าแน่นหนาดีแล้วถึงได้ทิ้งตัวลงนั่งที่ลานบ้าน

 

“ท่านแม่ ท่านลุงใหญ่เป็นอันใดไปขอรับทำไมถึงลงไปนั่งที่ลานบ้านอย่างนั้น” ตงเล่ย

“แม่เองก็ไม่รู้เช่นกัน ลองไปถามท่านพ่อของเจ้าดูก่อน” นางหลิวกุ้ยเหลียน

“ท่านพ่อ พี่ใหญ่ พี่ชายใหญ่ พี่ชายรอง พวกท่านได้อะไรมาเยอะแยะเลยขอรับ” ตงเล่ยดีใจมากที่มีของมากมายอยู่ในตะกร้า

“ท่านพี่ พี่ใหญ่เป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ เหตุใดถึงลงไปนั่งที่พื้นลานบ้านเช่นนั้น”

“ไม่มีอะไร พี่ใหญ่แค่ตกใจ เหมือนที่ข้าตกใจเมื่อครั้งนั้น เดี๋ยวก็ดีขึ้น เจ้าเอาเห็ดป่าพวกนี้ไปจัดการเถอะ ส่วนสัตว์ป่าที่ตายแล้วเดี๋ยวข้าจะให้หลานๆ ช่วยทำความสะอาดให้ ส่วนตัวที่ยังไม่ตายก็เก็บเอาไว้เพิ่มในสินเดิมลี่หยาง” ลี่หมิงบอกกับภรรยา

“เจ้าค่ะ ท่านพี่ ข้าจะรีบจัดการให้เรียบร้อย”

“พี่ใหญ่ ท่านลุกขึ้นมาได้แล้ว จะนั่งอยู่ตรงนั้นนานหรือไม่ขอรับ มันเกะกะขวางทางนะขอรับ” ลี่หมิงเรียกพี่ชายให้ลุกขึ้น

“ข้ารู้แล้ว เจ้าน้องน่าตายนี่ ไปพวกเจ้าสองคนเอาสัตว์ที่ตายไปทำความสะอาด ส่วนตัวที่มีชีวิตอยู่ขังเอาไว้ก่อน จะได้เพิ่มสินเดิมของหลานข้า” ซูห้าวเทียนหันมาตะโกนโหวกเหวกสั่งงานลูกชาย

“ขอรับ ขอรับท่านพ่อ ทราบแล้วขอรับ” ซูห้าวหลินมองบิดาด้วยความเอือมระอา หากเป็นเรื่องของน้องสามแล้วล่ะก็บิดาของเขาก็จะเป็นเช่นนี้เสมอ

ลี่หยางจูงมือท่านพ่อและท่านลุงเข้ามาคุยกันในห้องโถง ลี่หมิงเคยชินกับเหตุการณ์แบบนี้แล้วเมื่อครั้งที่ลี่หยางนำเห็ดหลินจือกลับมาตอนนี้เขาพอทำใจได้แล้วแต่ยังอดตื่นเต้นไม่ได้ โสมคนสองต้นนี้ทำให้ครอบครัวของเขาสามารถลืมตาอ้าปากได้และสามารถใช้ชีวิตที่ดีได้ไม่ต้องกลัวว่าจะอดอยาก เขาสามารถส่งลูกชายทั้งสองคนให้เข้าเรียนตามที่ลี่หยางต้องการได้

“ท่านพ่อ ท่านลุง โสม 2 ต้นนี้ แบ่งกันบ้านละหัวนะขอรับ”

“จะได้อย่างไรกันเป็นเจ้าที่หามันเจอเจ้าจะมาแบ่งให้ลุงได้ยังไง ลุงรับเอาไว้ไม่ได้หรอกนะ”

“ท่านลุง ท่านไม่รักข้าแล้วหรือขอรับ ข้าให้ท่านก็เอาไปเถอะ พี่ชายทั้งสองยังต้องแต่งภรรยาเข้าบ้านในวันข้างหน้า ข้าเองก็มีความตั้งใจเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว หากว่าข้าสามารถช่วยให้ครอบครัวของเรามีความเป็นอยู่ที่ดีได้ก่อนข้าแต่งออกไป เช่นนั้นข้าถึงจะไปอย่างหมดห่วง ท่านพ่อท่านแม่เองก็มีความเห็นตรงกันกับข้า”

“พี่ใหญ่ รับไปเถอะขอรับ ก่อนหน้านี้ลี่หยางพบเห็ดหลินจือ 2 ดอก แม้ว่าจะมีอายุแต่ไม่กี่สิบปี แต่ก็ช่วยให้ความเป็นอยู่ของข้าดีขึ้นและยังมีเงินซื้อสินเดิมให้ลี่หยางติดตัวไปได้อีกมาก พี่ใหญ่อย่าทำลายน้ำใจของหลานเลยนะขอรับ พรุ่งนี้เรานำโสมไปขายแล้วหลังจากนั้นก็เพิ่มสินเดิมให้ลี่หยางอีกสักหน่อย พอหลังจากงานมงคลของลี่หยางแล้วพวกเราค่อยสร้างบ้านใหม่ หลานชายทั้งสองยังต้องแต่งภรรยาเข้าบ้าน”

“ฮึก ฮือๆ หลานรัก ลุง ลุง ฮึก ฮึก ขอบใจเจ้า แต่เล็กจนโตเจ้าคิดถึงผู้อื่นเสมอ ลุงขอโทษที่นำพาความเดือดร้อนมาให้เจ้าด้วย หากว่าเจ้าไม่ได้เจ้าหนุ่มบ้านหยางช่วยเอาไว้ ชาตินี้ลุงคงไม่มีหน้าไปพบปู่กับย่าของเจ้าในปรโลกแล้ว” ซูห้าวเทียนร้องไห้สะอึกสะอื้น 

เช้าวันต่อมาซูลี่หมิงกับซูห้าวเทียนนำโสมทั้งสองต้นไปขายในเมือง บนเกวียนรับจ้างมีชาวบ้านถามไถ่สองพี่น้องบ้างทั้งสองคนบอกกับชาวบ้านเพียงแค่ว่าจะไปซื้อของมาเพิ่มสินเดิมให้ลี่หยางเพียงเท่านั้น พรุ่งนี้ก็จะเป็นวันที่ต้องส่งหลานชายสุดที่รักแต่งออกไปบ้านสามีถึงแม้ว่าหมู่บ้านไห่เจินจะอยู่ห่างออกไปไม่ไกล แต่คนที่รักลูกและหลานอย่างสุดหัวใจแล้วก็ยากที่จะทำใจให้สงบลงได้

  

 

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel