ตอนที่ 5 ความจริง
ลี่หยางเบื่อที่จะแกล้งนอนไม่ได้สติแล้ว อีกอย่างเขากลัวว่าครอบครัวของลี่หยางเจ้าของร่างที่เขามาอาศัยอยู่จะเป็นห่วง และครั้งนี้คนที่ทำความผิดจะต้องได้รับโทษ ไม่ว่าอย่างไรเขาจะต้องเอาคืนสองแม่ลูกนั่นให้กับลี่หยางที่ตายไปแล้วจนถึงที่สุด
เมื่อคิดได้ดังนั้นแล้ว ลี่หยางลุกขึ้นและลงจากเตียงเดินออกจากห้องนอนของไห่เฉิงเดินมุ่งหน้าไปยังห้องโถงที่ตอนนี้สมาชิกบ้านหยางกำลังคุยกันหน้าดำคร่ำเครียดเรื่องของเขาอยู่ และเพื่อไม่ให้เจ้าของบ้านต้องกังวลใจไปมากกว่านี้ ลี่หยางคิดว่าตัวเองคงต้องออกไปพูดคุยและกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ
“เอ่อ ขออภัยที่รบกวนนะขอรับ” ลี่หยาง
ทันทีที่ลี่หยางพูดจบทุกคนในบ้านหยางต่างหันมามามองลี่หยางที่ยืนอยู่นอกห้องโถงทันที ไห่เฉิงเมื่อเห็นว่าลี่หยางเดินออกมาด้วยตัวเองเขาก็อดเป็นห่วงไม่ได้ ไห่เฉิงรีบวิ่งไปพยุงลี่หยางเพราะกลัวว่าลี่หยางจะล้มลงไป
“เจ้าออกมาทำไม เหตุใดไม่นอนพักให้มากกว่านี้ ข้าว่าเจ้ากลับไปนอนก่อนดีหรือไม่มีเรื่องอะไรเอาไว้ค่อยพูดจากัน” ไห่เฉิง
“ข้าไม่เป็นไรแล้วขอรับ ก่อนอื่นข้าต้องขอขอบคุณท่านที่ให้ความช่วยเหลือ หากข้าไม่ได้รับการช่วยเหลือจากท่านข้าคงจมน้ำตายไปแล้ว” ลี่หยาง
“ไม่เป็นไรไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เจ้าไม่ต้องคิดมากหรอก ไห่เฉิงพาน้องมานั่งสิให้ยืนอยู่อย่างนั้นประเดี๋ยวก็ได้ล้มลงไปหรอก” ลู่เอินมองดูลูกชายไม่ได้เรื่องได้ราวของตัวเอง
“ขอรับท่านแม่ เจ้าเข้ามานั่งก่อนเถอะ” ไห่เฉิง
“ขอบคุณขอรับ” ลี่หยางกล่าวขอบคุณเสียงเบา ตอนนี้เองที่ลี่หยางได้มีโอกาสมองหน้าไห่เฉิงเต็มๆ ตา ในใจของเขากรีดร้องด้วยความดีใจ
“นี่มันประมุขมารไม่ใช่หรือทำไมมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ หรือว่าจะมาเกิดใหม่แล้ว อย่าบอกนะว่าเราทะลุมิติมาในนิยายภาคต่อขอประมุขมารถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ ตายก็ตายตาหลับแล้วลี่หยาง” ลี่หยางตบตีกับความคิดของตัวเองอย่างหนัก
“เอาล่ะๆ ทีนี้เจ้าพอจะบอกได้หรือไม่เจ้าเป็นลูกเต้าเหล่าใครเหตุใดถึงได้มานอนหมดสติยู่ที่ชายหาดได้” ท่านปู่หยางเป็นตัวแทนของทุกคนสอบถามลี่หยาง
“เรียนผู้อาวุโส ข้าชื่อซูลี่หยาง บ้านของข้าอยู่ที่หมู่บ้านเหลียนซาน อายุ 18 ปีขอรับ ที่สำคัญข้าไม่มีคู่หมั้นคู่หมาย พวกท่านอย่าได้กังวลใจหรือเป็นทุกข์เพราะเรื่องนี้เลยนะขอรับ อีกอย่าง พวกท่านช่วยข้าเอาไว้ด้วยใจบริสุทธิ์ข้าเชื่อว่าไม่มีผู้ใดว่าร้ายพวกได้ท่านได้หรอกนะขอรับ ข้าเชื่อเช่นนั้น” ลี่หยางถอนหายใจอย่างโล่งอกที่สามารถพูดในสิ่งที่ตัวเองอยากพูดได้สำเร็จ
“แล้วเหตุใดเจ้าถึงได้จมน้ำจนคลื่นซัดมาถึงที่นี่ได้เล่า เท่าที่ข้ารู้หมู่บ้านของเจ้าไม่ได้มีพื้นที่ติดกับชายทะเลนี่” ปู่หยาง
“ข้ากระโดดลงไปเองขอรับ ข้าถูกจับมาตอนที่กำลังจะขึ้นเขาไปขุดผักป่า พวกมันทุบตีข้าจนสลบ ข้าฟื้นขึ้นมาตอนที่รถม้ากำลังข้ามสะพานจะเข้าตัวเมืองพอดี พอข้าได้ยินว่าพวกมันจะเอาข้าไปขายให้หอนางโลม ข้าเลยตัดสินใจกระโดดลงทะเลขอรับ นอกจากข้าแล้วยังมีอีกหลายคนบนรถม้าขอรับ บางคนก็ถูกครอบครัวขาย บางคนก็ถูกฉุดมาขอรับ ข้าได้ยินคนเหล่านั้นคุยกัน เพราะเหตุนี้ทำให้ข้าตัดสินใจกระโดดลงทะเลดีกว่าถูกขายไปเป็นนางโลมขอรับ” ลี่หยาง
หลังจากได้ฟังลี่หยางเล่าถึงสาเหตุว่าทำไมเขาจึงจมน้ำและถูกคลื่นซัดมาถึงที่นี่ คนบ้านหยางต่างถอนหายใจอย่างโล่งอก ท่านย่าหยางถึงกับถอนหายใจ และสงสารในความโชคร้ายของลี่หยาง นับว่าโชคดีที่หลานชายของนางไปพบเข้าเสียก่อนหาไม่แล้วลี่หยางคงได้จมน้ำตายไปจริงๆ
“แต่ข้าว่ามันแปลกๆ อยู่นะ เจ้าบอกว่าเจ้ากำลังจะไปขุดผักป่า เหตุใดถึงเจอพวกค้ามนุษย์ได้ หรือว่าจะมีอะไรมากกว่านั้น ปกติพวกค้ามนุษย์ไม่น่าจะไปจับคนในป่าในเขาเช่นนั้น” ลู่เอินแม่ของไห่เฉิงถามออกมาด้วยความสงสัย
“ข้าเองก็ไม่ทราบขอรับท่านป้า แต่ตอนนี้ข้าอยากรบกวนท่านช่วยไปส่งครอบครัวของข้าจะได้หรือไม่ ข้ากลัวว่าท่านพ่อและทุกคนจะเป็นห่วงขอรับ และรบกวนท่านช่วยบอกกับท่านพ่อหรือท่านแม่ข้าและท่านลุงเท่านั้นนะขอรับ ส่วนป้าสะใภ้กับลูกของนางข้าเองก็ไม่ไว้ใจ พวกนางอาจจะรู้เห็นกับเรื่องในครั้งนี้ก็เป็นได้” ลี่หยาง
“ตกลง เช่นนั้น อาคุณ อามู่เจ้าสองคนไปเช่าเกวียนล่อที่บ้านท่านผู้นำหมู่บ้านแล้วไปแจ้งข่าวที่หมู่บ้านเหลียนซาน” ปู่หยาง
“ขอรับท่านพ่อ” ทั้งสองรับคำผู้เป็นบิดา จากนั้นก็รีบไปที่บ้านผู้นำหมู่บ้านทันที
“เอาล่ะ เจ้ากลับไปพักผ่อนก่อน ระหว่างนี้ก็อยู่เสียที่นี่ รอให้พ่อแม่ของเจ้ามารับก็แล้วกัน ส่วนเรื่องที่ว่า อาเฉิงถูกเนื้อต้องตัวเจ้า และถ้าหากเจ้าไม่ขัดข้อง ข้าก็อยากสู่ขอเจ้ากับพ่อแม่ของเจ้าให้กับหลานชายข้า แต่เรื่องนี้เอาไว้พ่อแม่ของเจ้ามาเสียก่อน หากเจ้าไม่ยินดีพวกข้าก็ไม่บังคับจิตใจของเจ้า” ย่าหยางเอ่ยออกมาเพราะทนสายตาอ้อนวอนของหลานชายไม่ไหว
“ขอรับ ข้าขอปรึกษาท่านพ่อกับท่านแม่ก่อนขอรับ ส่วนตัวข้าเองไม่ได้มีปัญหาอะไร ข้ายินดีขอรับ” ลี่หยางพูดจบก็รีบกลับเข้าห้องไปทันที
“ตายแล้วๆ ลี่หยางฟื้นขึ้นมาก็อยากมีผู้เลย แต่ก็ช่วยไม่ได้นั่นมันประมุขมารท่านพี่ของข้าชัดๆ ไม่ต้องห่วงนะลี่หยางข้าจะแก้แค้นให้เจ้าอย่างแน่นอน ส่วนครอบครัวของเจ้าข้าจะดูแลให้เอง แล้วก็ขอบใจเจ้าด้วยที่ยินยอมให้ข้ามาอยู่ในร่างของเจ้า ขอบใจนะ ที่ทำให้ข้าได้เจอสามีในฝัน” ลี่หยางพูดขอบคุณเจ้าของร่างเดิม
“ขอบใจ ข้ายินดีเดิมทีร่างนี้ก็เป็นของเจ้าอยู่แล้ว ขอให้เจ้ามีความสุขนะลี่หยาง” เสียงเย็นๆ ที่ลอยมาตามลม
“เพ้ย ไม่ต้องตอบข้าก็ได้ไหม” ลี่หยางรีบกลับขึ้นไปนอนบนเตียงทันที จากนั้นไม่นานก็หลับไป
ทางด้านหยางคุนกับหยางมู่หลังจากที่ เช่าเกวียนล่อมาได้แล้วก็ออกเดินทางไปที่หมู่บ้านเหลียนซานทันที หมู่บ้านเหลียนซานอยู่ห่างจากหมู่บ้านไห่เจิน 20 ลี้ใช้เวลาเดินทางโดยเกวียนล่อ เพียง ครึ่งชั่วยามเท่านั้น
ทั้งสองคนบังคับเกวียนล่อวิ่งเข้ามาในหมู่บ้านเหลียนซานและมุ่งหน้าไปยังบ้านตระกูลซูทันที โดยที่ไม่จำเป็นต้องถามไถ่ชาวบ้านเพราะก่อนมาพวกเขาได้สอบถามที่ตั้งของบ้านตระกูลซูกับลี่หยางมาแล้ว
“มีใครอยู่หรือไม่ขอรับ” หยางคุน
ทางด้านคนบ้านซูที่กำลังนั่งปรึกษากันว่าจะออกไปตามหาลี่หยางอีกครั้งดีหรือไม่อยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงคนมาเรียกอยู่หน้าบ้าน ซูลี่หมิงพ่อของลี่ หยางเดินออกมาพอเขาเปิดประตูกลับพบคนสองคนที่เขาไม่รู้จักและไม่เคยพบมาก่อน
“ท่านมาบ้านของข้ามีธุระอันใดหรือไม่” ซูลี่หมิง
“ข้ามีข่าวของลี่หยางมาบอกกล่าวแก่พวกท่าน” หยางคุน
“ว่าอย่างไรนะ ท่านบอกว่ามีเรื่องของบุตรชายข้ามาส่งข่าวเช่นนั้นหรือ” ซูลี่หมิง
“เบาเสียงหน่อย ลี่หยางกำชับพวกเราว่าให้บอกพวกท่านได้ทุกคนยกเว้นป้าสะใภ้กับลูกของนาง” หยางมู่
“เช่นนั้นหรือ เรื่องมันเป็นมายังไงกันแน่ พวกท่านเข้ามาในบ้านก่อน แล้วค่อยคุยกัน”
หลังจากพี่น้องบ้านหยางเข้าไปในบ้านตระกูลซูแล้ว ก็ได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับลี่หยางให้คนบ้านซูได้ฟัง พอซูห้าวเทียนซึ่งเป็นลุงของลี่หยางได้รับรู้เรื่องราวเขาก็โมโหจนเกือบจะควบคุมอารมณ์เอาไว้ไม่ได้หากน้องชายอย่างซูลี่หมิงไม่พูดเตือนสติเขาเอาไว้ เขาคงได้ไปบีบคอสองแม่ลูกให้ตายคามือเขาเสียตอนนี้
“พี่ใหญ่อย่าวู่วาม เราไม่มีหลักฐาน เราต้องหาหลักฐานมามัดสองคนนั้นให้ได้ก่อน แบบนี้จะดีกว่า พี่ใหญ่เองก็จะได้ไล่นางออกไปให้พ้นจากบ้านเสียที” ซูลี่หมิง
“ใช่แล้วขอรับท่านพ่อ ข้าว่าเชื่อที่อารองพูดเถอะขอรับ” ซูห้าวกวน
“เช่นนั้นข้าขอฝากบุตรชายเอาไว้ที่บ้านของพวกท่านสักระยะก็แล้วกันรอให้พวกเราจัดการเรื่องทางนี้เรียบร้อยแล้ว จะรีบไปรับลี่หยางกลับทันที” ซูลี่หมิง
“อีกเรื่องที่ข้าต้องบอกพวกท่าน ทางเราต้องการตบแต่งลี่หยางให้เป็นภรรยาของไห่เฉิงบุตรชายของข้า พวกท่านจะว่าอย่างไร” หยางคุน
“เรื่องนี้คงต้องแล้วแต่ลี่หยาง หากเขาเต็มใจพวกเราก็ไม่ขัดข้อง” ซูลี่หมิง
“เช่นนั้นก็เอาตามนี้ เอาไว้เรื่องเรียบร้อยเมื่อไหร่ ทางเราจะส่งแม่สื่อมาสู่ขอทันที ตอนนี้พวกข้าต้องขอตัวก่อน ประเดี๋ยวจะกลับถึงบ้านมืดค่ำเกินไป” หยางคุน
“ขอบคุณพวกท่านมากที่ให้การช่วยเหลือในครั้งนี้” ซูลี่หมิง
“อาจจะเป็นชะตาฟ้าลิขิตก็ได้ พวกท่านอย่าถือเป็นบุญคุณเลย พวกข้าลาล่ะ” หยางคุน
“เดินทางปลอดภัย” ซูลี่หมิง
เช้าวันต่อมา ซูลี่หมิงเดินทางเข้าเมืองเพื่อไปแจ้งความเอาผิดสองแม่ลูก เพราะตอนที่พวกนางตกลงกับพวกพ่อค้าเหล่านั้นมีคนพบเห็นก็คือเด็กน้อยเสี่ยวมู่บ้านข้างๆ และสหายของเขามาบอกเล่าในสิ่งที่ทั้งสองคนพบเจอและได้ยินได้ฟังมา
อีกทั้งซูห้าวเทียนอาศัยจังหวะที่นางจางไปอาบน้ำรื้อค้นข้าวของจนพบกับตั๋วแลกเงินจำนวน 200 ตำลึง และยังพบหนังสือสัญญาขายตัวของลี่หยางด้วย ซูห้าวเทียนได้นำหลักฐานทั้งหมดเข้าไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่ของทางการ เขาเองก็ไม่อยากจะพูดอะไรแล้ว เขาเอือมระอาเต็มที
นางจางกว่าจะรู้ว่าของสำคัญของตัวเองหายไปก็ตอนที่มีเจ้าหน้าที่ทางการมาถึงบ้านแล้ว พวกเขาจับนางและลูกสาวขึ้นเกวียนเข้าไปในเมืองโดยไม่เปิดโอกาสให้นางได้พูดอะไรออกมา
เพราะซูห้าวกวนเอาถุงเท้ายัดปากของนางและลูกสาวเอาไว้ คนบ้านซูมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ของทางการจัดการตามขั้นตอน ส่วนจะลงโทษยังไงนั้นก็แล้วแต่เจ้าหน้าที่จะจัดการ แต่ซูห้าวเทียนบอกกับเจ้าหน้าที่เอาไว้แล้วว่าพวกเขาจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
ซูห้าวเทียนมองนางจางและลูกสาวด้วยสายตาว่างเปล่า “ จบสิ้นกันเสียที คนอย่างเจ้าไม่มีทางสำนึกนับจากนี้ไปเจ้าก็จงชดใช้ในสิ่งที่เจ้าทำเถอะ”
คนบ้านซูมองนางจางและลูกสาวถูกควบคุมตัวไปรับโทษหลังจากที่เจ้าหน้าที่ไต่สวนแล้ว นางจางถูกส่งไปทำงานใช้แรงงานที่เหมืองแถบชายแดน ส่วนลูกสาวถูกส่งไปทำงานใช้แรงงานที่ชายแดนเช่นเดียวกัน
หลังจากจัดการเรื่องในบ้านเรียบร้อยแล้วทุกคนตกลงกันว่าพรุ่งนี้จะเดินทางไปรับลี่หยางกลับมาที่บ้าน บ้านซูหลังจากไม่มีนางจางและลูกสาว ทุกคนรู้สึกว่าบ้านน่าอยู่ขึ้นมาก พวกเขาได้แต่หวังว่าต่อไปนี้ครอบครัวจะได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขเสียที
