บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 18  หยางชุนกับบั้นท้ายอันอวบอ้วน

หลังจากรับเงินค่าสมุนไพรกับเถ้าแก่เตียวแล้วทั้งสามคนรีบมุ่งหน้าไปที่ร้านรับฝากเงินทันที ด้วยจำนวนเงินที่มากมายขนาดนี้พวกเขาทำใจเอาเงินติดตัวไว้ไม่ได้จริงๆ ที่สำคัญที่ตำบลก็มีสาขาของร้านรับฝากเงินตั้งอยู่พวกเขาสามารถนำแผ่นป้ายไปเบิกเงินที่นั่นได้เลยโดยไม่ต้องมาถึงตัวอำเภออีก

 

หยางคุนถึงกลับต้องหลั่งเหงื่อเย็น หยางมู่นั้นสติเลื่อนลอยไปแล้วได้แต่เดินตามพี่ชายและหลานไปเท่านั้น คนที่พอมีสติหลงเหลืออยู่บ้างจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากไห่เฉิง จะบอกว่าเขาไม่ตื่นต้นก็ไม่ใช่ จะบอกว่าเขาตื่นกลัวก็คงจะไม่เกินจริง แต่เพราะทำใจเอาไว้แล้วว่าต้องขายได้ราคาดีมากแน่ แต่ไม่คิดว่ามันจะมากมายถึงเพียงนี้

 

หลังจากที่หาร้านรับฝากเงินพบและทำการฝากเงินเอาไว้เรียบร้อยแล้วทั้งสามคนขึ้นนั่งบนเกวียนและบังคับเกวียนมุ่งหน้ากลับบ้านทันที ตลอดการเดินทางพวกเขาตื่นเต้นจนไม่มีความรู้สึกหิวเลยแม้แต่น้อย เงินที่ขายอาหารทะเลวันนี้ 700 ตำลึงเงิน หรือ7 ตำลึงทอง ส่วนเงินที่ขายสมุนไพรจำนวน 1,500 ตำลึงทองรวมทั้งสิ้นวันนี้พวกเขามีรายได้ 1,507 ตำลึงทอง

“เจ้าใหญ่พรุ่งนี้จะพาเมียกลับไปเยี่ยมบ้านไม่ใช่รึ ลูกเตรียมของหรือยัง” หยางคุนพอได้สติกลับมาจึงได้ถามลูกชาย

“ยังขอรับท่านพ่อ แต่หยางเอ๋อร์บอกว่าจะเอาอาหารทะเลกลับไปมากหน่อยขอรับ ข้ากะว่าพอกลับไปแล้วจะออกไปที่ชายทะเลสักเที่ยว ท่านพ่อไม่ต้องกังวลไปขอรับ ส่วนผ้ากับสิ่งของอื่นๆ ข้าคิดว่าจะแวะซื้อที่ตำบลขอรับ”

“เช่นนั้นก็รีบไปกันเถอะ จะได้ไม่กลับช้าจนเกินไป” หยางคุนเร่งเกวียนให้วิ่งเร็วขึ้น

 

ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงตำบล ไห่เฉิงลงจากเกวียนและตรงไปที่ร้านผ้า เขาซื้อผ้าฝ้ายอย่างดีจำนวน 5 พับจากนั้นเขาตรงไปที่ร้านขายขนมต่อ และซื้อขนมอีก 5 กล่องสำหรับเอากลับไปบ้านแม่ยายและซื้ออีก 5 กล่องสำหรับน้องๆ และทุกคนในบ้านเมื่อซื้อของครบตามที่ต้องการแล้วเขารีบเดินไปขึ้นเกวียนที่มีบิดากับท่านอาจอดรออยู่

 

หยางคุนเมื่อเห็นว่าลูกชายกลับมาแล้วเขาก็เร่งเกวียนให้เร็วขึ้นและรีบเดินทางกลับบ้านทันที ตอนนี้พวกเขามีเงินแล้วคงต้องกลับไปปรึกษากันก่อนว่าจะใช้เงินในเรื่องใดก่อน ใช้เวลาไม่นานทั้งสามคนก็กลับมาถึงบ้าน ไห่เฉิงพบว่าภรรยาของเขาไม่อยู่บ้านจึงได้ไปถามกับท่านย่าจึงได้รู้ว่าภรรยาของเขานำขบวนน้องชายเข้าป่าไปอีกแล้ว

 

“เจ้าใหญ่เจ้าเองก็นั่งลงเถอะ อีกเดี๋ยวพวกนั้นก็กลับมาแล้ว อาคุนกับอามู่เจ้าสองคนพี่น้องอย่าลืมไปตัดฟืนเสียล่ะ และอย่าลืมหาน้ำหาหญ้าให้ลาด้วย” ย่าหนี่ชุนสั่งความก่อนที่จะกลับเข้าไปสอนหลานเกอและหลานสาวปักผ้า

“พี่ใหญ่ ท่านแม่ทำเหมือนเราเป็นเด็กไม่รู้จักโตเลยท่านว่าหรือไม่” หยางมู่

“หุบปากของเจ้า แล้วรีบไปทำงานประเดี๋ยวหากท่านแม่ได้ยินเข้า ข้าจะคอยดูว่านางจะจัดการเจ้ายังไง” หยางคุน

“เหอะ ท่านเองก็ระวังเอาไว้เถอะ หากวันใดท่านทำให้พี่สะใภ้ไม่พอใจระวังท่านแม่จะมาจัดการท่าน ท่านเองก็รู้ฐานะของสะใภ้ในใจท่านแม่แล้ว สูงกว่าพวกเราที่เป็นลูกชายเสียอีก” หยางมู่

“ข้าจะไปทำอะไรให้พี่สะใภ้เจ้าไม่พอใจได้ วันๆ ข้าก็วิ่งวุ่นอยู่กับการหาปลาขายปลา เจ้าอย่ามาพูดจาไร้สาระ”

“เหอะอย่าคิดว่าข้าไม่เห็น พวกแม่หม้ายหมู่บ้านข้างๆ ชอบส่งสายตายั่วยวนท่าน”

“ไม่เกี่ยวกับข้า ข้าไม่ได้ไปวุ่นวายกับพวกนาง หากยังมาวอแวข้าอีก ข้าบอกได้เลยข้าจะให้ลูกสะใภ้ไปจัดการพวกนาง”

“อ้าว เกี่ยวอะไรกับเมียเจ้าใหญ่ กันล่ะขอรับ” หยางมู่ถามพี่ชายออกมาด้วยความไม่เข้าใจ

“ลูกสะใภ้ข้าย่อมมีวิธีที่จะจัดการสตรีหน้าหนาพวกนั้นได้ดีกว่าข้าน่ะสิ” หยางคุนตอบน้องชาย

 ไห่เฉิงไม่สนใจว่าท่านพ่อและอารองจะปะทะคารมอะไรกันเขาออกไปเตรียมของสำหรับรวบรวมอาหารทะเลเพื่อเอากลับไปบ้านพ่อตาแม่ยายพรุ่งนี้ นางลู่เอินกลับมาจากดูแลแปลงผักและตอนนี้นางกับน้องสะใภ้กำลังวุ่นวายอยู่กับการเตรียมอาหารมื้อกลางวัน

ทางด้านลี่หยางกับน้องชายของสามีทั้งสามตอนนี้ประสบเข้ากับปัญหาใหญ่เข้าให้แล้ว ลี่หยางที่เอาธนูของสามีมาพร้อมกับพวกหยางชุนพี่น้อง วันนี้พวกเขาตั้งใจจะมาเก็บผักป่าและหาฟืนกลับไปเช่นทุกวัน แต่ลี่หยางคิดว่าไหนๆ ก็เข้าป่ามาแล้วก็เอากับดักมาวางด้วยจะดีกว่า เพราะวันนี้สามีไม่ได้มาด้วยลี่หยางจึงคิดว่าต้องหาอาวุธติดตัวไปด้วย

 

หลังจากวางกับดักเอาไว้แล้วก็ช่วยกันหาผักป่าเห็ดป่า รวมถึงเก็บฟืนไปด้วยแต่ใครจะคาดคิดว่าในตอนที่พวกเขากำลังเก็บฟืนอยู่นั้นจะได้พบกับหมูป่าตัวใหญ่เข้าแล้วยังมีถึงสองตัวด้วยกัน ด้วยความตกใจลี่หยางจับไห่ฉีกับหยางเฟยลากเข้าไปหลบอยู่หลังก้อนหินและห้ามให้ทั้งสองออกมา 

ส่วนหยางชุนนั้นเขาเองก็ตกใจมากเช่นเดียวกัน เขาไม่คิดว่าจะเจอเข้ากับหมูป่าตัวใหญ่ถึงขนาดนี้ เขาเองก็ทำอะไรไม่ถูกได้แต่เดินตามพี่สะใภ้เข้าไปหลบอยู่หลังก้อนหิน

 

“พวกเจ้าอย่าเสียงดังไป แล้วหลบอยู่ข้างหลังก้อนหินนี้ดีๆ ไม่เอาดีกว่า อาฉีอาเฟยเจ้าสองคนปีนขึ้นไปบนก้อนหินนี่ก่อน อาชุนด้วย พวกเราจะขึ้นไปอยู่ด้านบนหินก้อนใหญ่ที่สุด อย่างน้อยๆ หมูก็ปีนขึ้นที่สูงไม่ได้หากมันอยากวิ่งชนพวกเรา นั่นย่อมดี จะได้ไม่ต้องเปลืองแรง” ลี่หยางพูดออกไปแต่ไม่ได้หันมามองดูน้องชายทั้งสามที่ทำหน้าตกตะลึงกับคำพูดของพี่สะใภ้ไปแล้ว

 

“มันจะดีหรือขอรับพี่สะใภ้” อาเฟย

“มีอะไรไม่ดีอาเฟย พี่สะใภ้บอกให้ขึ้นไปก็รีบๆ ขึ้นไปเจ้าไม่เห็นหรือว่าหมูป่ามันกำลังมาทางนี้แล้ว ข้าไม่อยากตายเพราะกีบหมู หากเจ้าไม่ขึ้นไปก็อยู่มันเสียข้างล่างนี่ล่ะ” ไห่ฉีพูดออกมาเสียงเบาพร้อมกับปีนขึ้นไปบนก้อนหินทันที

 

หยางเฟยหยางชุนพี่น้องได้แต่มองหน้ากันจากนั้นจึงปีนตามไห่ฉีขึ้นไป ลี่หยางเองก็ปีนขึ้นไปด้วยเช่นเดียวกัน เมื่อเห็นว่าทุกคนขึ้นมาบนหินก้อนใหญ่ครบทุกคนแล้ว ลี่หยางบอกหยางชุนลงมือยิงหมูป่าทันทีหากมันเดินมาจนถึงตรงนี้ โดยเล็งที่ตาของหมูป่าก่อน

 

ไม่นานเกินรอ หมู่ป่าสองตัวใหญ่เดินมาจนถึงด้านล่างหินก้อนใหญ่ที่ทั้งสี่คนขึ้นไปหลบอยู่ ลี่หยางไม่รอช้าเล็งธนูไปที่หมูป่าทันที โดยบอกกับหยางชุนเอาไว้แล้วว่าให้แยกกันยิงคนละตัว หากได้หมูป่าสองตัวนี้พวกเขาคงจะดีไม่น้อยเพราะฤดูหนาวที่จะมาถึงพวกเขาจะมีอาหารเพิ่มเข้ามาอีกอย่าง

 

“พี่สะใภ้ท่านจะยิงตัวไหนขอรับ” หยางชุน

“ข้าจะยิงตัวทางซ้าย ส่วนเจ้ายิงตัวทางขวาก็แล้วกัน”

หลังจากตกลงกันได้แล้ว ก็ลงมือทันที ลี่หยางเล็งธนูในมือไปที่หมูป่าที่อยู่ด้านซ้ายมือทันที หยางชุนเองก็ปล่อยลูกธนูไปที่เป้าหมายทันที เพราะหยางชุนที่ตื่นตกใจตั้งแต่ตอนแรกทำให้ลูกธนูพลาดเป้าแทนที่จะยิงโดนที่ดวงตา แต่ลูกธนูกลับไปเสียบเข้าที่บั้นท้ายอันอวบอ้วนแทน 

 

ส่วนลี่หยางนั้นยิงเข้าที่ดวงตาของหมูป่าตัวที่เป็นเป้าหมายของตัวเองเมื่อเห็นว่าไม่พลาดเป้าเขาก็ทำการยิงซ้ำไปที่จุดตายของหมูป่าทันทีทำให้หมูป่าล้มลงและขาดใจตายทันที ส่วนตัวที่เป็นเป้าหมายของหยางชุนนั้นตอนนี้มันกำลังโมโห และเริ่มมองหาผู้ที่ลอบโจมตีบั้นท้ายอันอวบอ้วนของมันด้วยความเดือดดาล

 

หมูป่ามองขึ้นมาบนก้อนหินอันเป็นที่อยู่ของศัตรูที่ลอบโจมตีมันด้วยความเดือดดาล มันพยายามที่จะปีนขึ้นไปบนก้อนหินด้วยความบ้าคลั่ง หลังจากที่มันพยายามปีนขึ้นไปแต่ไม่สำเร็จมันจึงวิ่งพุ่งชนก้อนหินอย่างแรงเพื่อที่จะให้มนุษย์หน้าเหม็นพวกนั้นตกลงมาและเจ้าพวกมนุษย์ต้องตายด้วยกีบหมูของมัน 

แต่อนิจจากระโหลกหมูของมันไม่ได้แข็งแกร่งดั่งหินผาอย่างที่มันเข้าใจ มันวิ่งมาด้วยความเร็วจากแรงโทสะที่มีต่อคนที่ลอบยิงบั้นท้ายของมัน มันพุ่งหัวชนหินอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วไป จากนั้นหัวหมูๆ และสมองหมูๆ ของมันก็กระจายไปทั่วบริเวณนั้น มันตกตายไปด้วยความเคียดแค้นและชิงชัง

ลี่หยางเห็นหยางชุนทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ตอนนี้หมูป่าก็ตกตายไปแล้วตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องอดทนอดกลั้นอะไรอีก ลี่หยางหัวเราะจนงอหงาย หยางเฟยกับหยางไห่ฉีหลังจากที่หายตกตะลึงแล้วพวกเขามองหน้าหยางขุนและพี่สะใภ้ที่กำลังหัวเราะเป็นบ้าเป็นหลังด้วยสายตาโง่งม

 

“พี่สะใภ้ท่านหัวอันใดหรือขอรับ ข้าตกใจจะตายแล้วตอนที่เจ้าหมูนั่นพุ่งมาข้าแทบจะปล่อยเบาราดกางเกงแล้ว” หยางเฟย

“นั่นสิพี่สะใภ้ ท่านหัวเราะอันใดหรือขอรับ” ไห่ฉี

“หรือว่าข้าทำอันใดผิดพลาดไปหรือขอรับ” หยางชุนเองเริ่มทำตัวไม่ถูกได้แต่ทำหน้าเหลอหลาและไม่รู้ว่าลี่หยางหัวเราะเรื่องอะไร

“ไม่มีอะไร ไม่มีอะไร ข้าแค่คิดอะไรเพลินๆ เท่านั้น” ลี่หยางว่าพลางโบกมือให้ทั้งสามคน

“พี่สะใภ้แน่ใจหรือขอรับว่าข้าไม่ได้ทำเรื่องอันใดให้เป็นที่ตลกขบขัน” หยางชุน

“ไม่มีอะไรจริงๆ ตอนนี้เรารีบเอาหมูพวกนี้กลับบ้านกันเถอะหากว่านานกว่านี้ข้ากลัวว่ากลิ่นเลือดจะดึงดูดสัตว์ป่าดุร้ายมาเสียก่อน” ลี่หยางพูดไปพลางกลั้นขำไป

“พี่สะใภ้แล้วพวกเราจะเอาออกไปจากป่ายังไงขอรับ หมูป่าตัวใหญ่ตั้งสองตัว” หยางชุน

“แย่แล้วดูเหมือนว่าข้าจะลืมไปว่าเรามีกันแค่นี้ คงต้องหาวิธีแล้วล่ะ แต่ตอนนี้ข้าว่าเจ้าไปดึงลูกธนูออกจากก้นเอ้ยบั้นท้ายของหมูป่าก่อนเถอะ” ลี่หยางทั้งพูดทั้งกลั้นขำจนหน้าแดง

 

หยางชุนมองไปที่บั้นท้ายอันอวบอ้วนของหมูป่าที่สำคัญมันเป็นหมูป่าตัวเมียด้วย ถึงเขาจะไม่มั่นใจว่าพี่สะใภ้หัวเราะอะไร แต่เขาก็คิดว่าพี่สะใภ้คงหัวเราะให้กับความไม่ได้เรื่องของเขา หัวหมูกับบั้นท้ายของหมูไกลกันขนาดนั้นเขายังเล็งพลาดมาที่บั้นท้ายหมูเสียได้ หยางชุนหน้าแดงหูแดงเดินไปดึงลูกธนูออกจากบั้นท้ายอันอวบอ้วนของหมูกลับมาทันที

 

ลี่หยางเองไม่ได้อยากจะหัวเราะหยางชุนแต่มันตลกมากเขาอดไม่ไหวจริงๆ มันเกินที่จะกลั้นเอาไว้ได้ หลังจากนั้นลี่หยางสั่งให้น้องๆไปหาไม้มาแต่กันเป็นแพและเอาเชือกที่นำติดตัวมาจากบ้านผูกเข้ากับแพไม้ จากนั้นก็ช่วยกันยกหมูทั้งสองตัวขึ้นบนแพไม้ ลี่หยางกับหยางชุนช่วยกันลากแพไม้โดยมีน้องชายทั้งสองคนช่วยกันดันด้านหลัง

 

“พี่สะใภ้ข้าวิ่งกลับบ้านไปตามพี่ใหญ่กับท่านพ่อและท่านอารองดีหรือไม่ขอรับ” ไห่ฉีที่ช่วยดันแพไม้มาได้ไม่นานเอ่ยขึ้น

“จะทำเช่นนั้นได้ยังไง มันอันตราย พวกเจ้าเร่งฝีเท้าเร็วเข้า เย็นนี้ข้าจะทำของอร่อยให้กิน”

“ถึงจะพูดยังงั้นก็เถอะแต่ข้าดันไม่ไหวแล้วขอรับ” หยางเฟย

“อดทนหน่อยอาเฟยพอพ้นป่าตรงนี้ก็ปลอดภัยแล้วถึงตอนนั้นเจ้ากับอาฉีค่อยไปตามท่านพี่กับท่านพ่อและท่านอามา”

“ขอรับพี่สะใภ้”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel