ตอนที่ 19 พี่สะใภ้ของข้าดีที่สุด
หลังจากช่วยกันลากหมูออกจากป่าด้วยความทุลักทุเลจนมาถึงแนวชายป่าถือว่าอยู่ในระยะปลอดภัย หยางไห่ฉีไม่รอให้มีใครต้องบอกเขาวิ่งกลับบ้านเพื่อไปตามพี่ชายกับท่านพ่อและท่านอามาทันที ส่วนสามคนที่เหลือนั่งลงด้วยความเหนื่อยล้า ลี่หยางไม่คิดว่าหมูป่าสองตัวนี้จะมีน้ำหนักมากขนาดนี้ ทำเอาเหนื่อยหอบแทบหายใจไม่ทัน
“เจ้าไห่ฉี ยังมีแรงเหลืออยู่อีกหรือ วิ่งเร็วมาก” หยางชุน
“ก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ หากว่ามีแค่พวกเราข้าว่าผ่านไปอีกครึ่งวันก็ออกจากป่าไม่ได้ แต่ว่าก็ว่าเถอะนะพี่รอง ท่านแน่ใจหรือว่าเล็งที่ตาของหมูป่า ข้าว่าตากับบั้นท้ายมันอยู่ห่างกันมากนะ เหตุใดท่านไม่เอาอย่างพี่สะใภ้เล่า” หยางชุนถามพี่ชายออกมาด้วยใบหน้าใสซื่อ
หยางชุนมองน้องชายด้วยสีหน้ามืดขรึม เขาทั้งอายทั้งอดสู ส่วนลี่หยางนั้นกลั้นหัวเราะจนไหล่สั่น จะไม่ให้หัวเราะได้อย่างไรไหว หยางชุนยิงพลาดเป้าไปไกลมากเลยนะ จากตาเป็นบั้นท้ายเลยนะ แบบนี้จะไม่ให้เขาหัวเราะได้ยังไง หมูป่าตัวเมียถึงกับบันดาลโทสะพุ่งชนก้อนหินด้วยแรงอาฆาตหวังว่าจะให้พวกเขาหล่นลงมาจากก้อนหิน แต่ตัวมันเองกลับตกตายไปเอง
“หุบปากของเจ้าไปอาเฟย จะยิงโดนที่ส่วนไหนสุดท้ายแล้วหมูป่าก็ตายอยู่ดีไม่ใช่รึไง ยังจะถามอะไรให้มากความ”
“ข้าก็ไม่ได้ว่าอันใดนี่ขอรับ”
“เอาล่ะๆ ไม่ต้องไปถามอาชุนแล้วอาเฟย เดี๋ยวกลับจากรวบรวมอาหารทะเลข้าจะทำของอร่อยให้กินรับรองเลยว่าเจ้าจะต้องติดใจ” ลี่หยางรีบห้ามทัพ
ส่วนทางด้านไห่ฉีที่วิ่งกลับบ้านไปด้วยความเร็วนั้นไม่ใช่ว่าเขาไม่เหนื่อย แต่ที่ต้องอดทนอดกลั้นนั้นเพราะหากชักช้าไปกว่านี้เขากลัวว่าจะมีสัตว์ป่าดุร้ายได้กลิ่นเลือดแล้วจะตามพวกเขามา
ไห่ฉีกลัวว่าจะต้องทิ้งหมูเพื่อเอาชีวิตรอด แต่เขาไม่อยากทิ้งหมูป่าที่ตัวใหญ่ ถึงแม้ว่าบ้านของเขาจะมีปลากินอยู่ตลอดเพราะบ้านเขาทำอาชีพประมง แต่ไม่ใช่ว่าจะได้กินเนื้อหมูบ่อยเสียที่ไหน หากต้องเสียหมูป่าทั้งสองตัวไปเขาทำใจไม่ได้จริงๆ
“ท่านพ่อ ท่านพ่อขอรับ อารองขอรับ อารอง พี่ใหญ่ ขอรับพี่ใหญ่ ไปช่วยพี่สะใภ้ที”
ไห่เฉิงได้ยินเสียงน้องชายแว่วๆ ในลานบ้าน แต่พอได้ยินว่า ไปช่วยพี่สะใภ้เท่านั้นล่ะ เขารีบวิ่งออกจากห้องมาทันที พร้อมกับหยางคุนและ หยางมู่ที่วิ่งหน้าตาตื่นออกมาด้วยอีกคน
“เกิดอะไรขึ้น ไห่ฉี” ไห่เฉิงถามน้องชาย
“ไปช่วยพี่สะใภ้ก่อน ตอนนี้พี่สะใภ้กับพี่รองอยู่ที่ชายป่ารวมถึงอาเฟยด้วย ข้าวิ่งมาตามพวกท่านก่อน ไปถึงก็รู้เองนั่นล่ะ รีบๆ ไปเลยพี่ใหญ่”
ไห่เฉิงไม่รอให้ไห่ฉีพูดอะไรเพิ่มเขาก็วิ่งออกจากบ้านไปยังชายป่าที่น้องชายบอกทันที โดยมีหยางคุนกับหยางมู่วิ่งตามมา ทั้งสามคนวิ่งออกไปแล้ว ไห่ฉีทิ้งตัวลงนอนแผ่หรากลางลานบ้านด้วยความเหนื่อยล้า เขาต้องวิ่งมาด้วยแรงทั้งหมดที่มี เหนื่อยแทบขาดใจ
“อาฉีเกิดอะไรขึ้นย่าได้ยินเจ้าเอะอะโวยวายอันใด” ย่าหนี่ชุน
“นั่นสิ เกิดอะไรขึ้นกับพี่สะใภ้หรือพี่ชาย” ซินลี่
“ไม่มีอะไรเอาไว้พวกพี่ใหญ่กลับมาก็รู้เองนั่นล่ะ ตอนนี้ข้าเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว”
ทางด้านไห่เฉิงที่วิ่งหน้าตั้งเข้าป่ามาด้วยความเป็นห่วงลี่หยาง ทำให้ความเร็วในการวิ่งของเขาเร็วมากขึ้น หยางคุนกับหยางมู่วิ่งตามหลังมาติดๆ ในใจภาวนาว่าขออย่าให้เกิดเรื่องร้ายแรงอะไรกับลูกสะใภ้ หลานสะใภ้เลย หาไม่แล้วไห่เฉิงคงเสียใจจนเสียสติเป็นแน่
แต่พอทั้งสามคนวิ่งมาถึงกลับพบว่าหยางชุน นอนแผ่หลาอยู่ข้างหยางเฟย มีหมูป่าวางอยู่ ส่วนลี่หยางนั้นนอนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ไห่เฉิงไม่รอช้าเขาสาวเท้าเข้าไปหาภรรยาทันที
“หยางเอ๋อร์ เจ้าบาดเจ็บตรงไหน เกิดอะไรขึ้น เจ้าตอบพี่ อย่าทำให้พี่ตกใจจะได้หรือไม่”
หยางคุนกับหยางมู่เดินเข้าไปหาหยางชุนกับหยางเฟยพร้อมปลุกพวกเขาให้ลุกขึ้นแล้วสอบถามจนได้ความว่าพวกเขาไม่ได้บาดเจ็บที่ตรงไหนเพียงแค่เหนื่อยเท่านั้น ลี่หยางลืมตาตื่นขึ้นมาก็เห็นสามีของตัวเองมองมาด้วยสายตาเป็นห่วงทั้งยังถามซ้ำๆ ว่าเขาบาดเจ็บตรงไหน หรือเป็นอะไรหรือไม่
“ท่านพี่พอได้แล้วข้าไม่ได้เป็นอะไรขอรับ ข้าเพียงเหนื่อยเท่านั้น ตอนนี้ท่านพี่ช่วยเอาหมูป่ากลับไปจะได้หรือไม่ขอรับ กว่าข้ากับน้องๆ จะลากทั้งสองตัวนี่ออกมาจากป่าได้ก็เหนื่อยแทบแย่แล้ว”
“ตกลง ท่านพ่อ ท่านอารองขอรับ พวกเรารีบเอาพวกนี้กลับบ้านไปก่อนเถอะขอรับ ข้ากลัวว่ากลิ่นเลือดจะดึงดูดสัตว์ป่าตัวอื่นมา”
“ได้ๆ เจ้าใหญ่ น้องรองเร็วเข้ารีบๆ ลากแพไม้นี่เร็วเข้า”
“หยางเอ๋อร์น้องไหวหรือไม่” ไห่เฉิงหันไปถามภรรยา
“ท่านพี่ข้าไม่เป็นไรข้าแค่เหนื่อยนิดหน่อยเพียงเท่านั้น ท่านพี่สบายใจได้ตั้งแต่ต้นจนจบพวกเราไม่ได้รับบาดเจ็บที่ใดเลย สักนิดก็ไม่มี”
“เช่นนั้นก็กลับบ้านกันเถอะ หากเจ้าเหนื่อย ตอนบ่ายพี่จะออกไปรวบรวมอาหารทะเลสำหรับนำไปฝากท่านพ่อตาแม่ยายเอง เจ้าอยู่บ้านพักผ่อนให้สบายใจก็พอ”
“ข้าไม่ได้เหนื่อยมากมายพักสักครู่ก็หายแล้ว ท่านพี่ไม่ต้องเป็นห่วงนะขอรับ”
คนบ้านหยางลากหมูป่าตัวใหญ่กลับมาบ้านระหว่างทางมีชาวบ้านพบเห็นไม่น้อย และมีชาวบ้านบางคนเข้ามาทักทายด้วยเช่นเดียวกัน ไห่เฉิงรู้สึกได้ว่าเขาไม่เจอสหายของเขามาหลายวันแล้วตั้งแต่วันที่เขาแต่งภรรยาเข้าบ้าน ไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้นกับเหวินไคหรือไม่
“โอ้ อาคุนวันนี้บ้านหยางมีโชคใหญ่เลยนี่ จิ๊ จิ๊ น่าอิจฉาจริงๆ มิน่าเล่า ตาเฒ่าไห่เทียนพักนี้ถึงได้ดูอารมณ์ดี” กู้หยวนเปียว สหายของท่านปู่ไห่เฉิง เดินเข้ามาพูดคุยกับหยางคุน
“เป็นเพราะลูกสะใภ้ของข้าน่ะขอรับท่านลุงหยวนเปียว วันนี้พาน้องๆ เข้าไปในป่าเพื่อเก็บผักแต่ไม่คิดว่าจะเจอหมูป่าเข้านับว่าโชคดีมากจริงๆขอรับ” หยางคุนตอบออกไป
“โอ้เช่นนั้นรึ เจ้าใหญ่ตาแหลมมากเลยนะ หาเมียได้ดีจริงๆ เสียดายหลานๆ ข้ายังหาเมียไม่ได้เลย ฮ่า ฮ่า ไปๆ รีบกลับบ้านกันเถอะ บอกพ่อเจ้าด้วยว่า ว่างๆ ก็มาเดินหมากกับข้าบ้าง”
“ได้ขอรับท่านลุง เช่นนั้นพวกข้าไปก่อนขอรับ หากท่านลุงว่าก็ไปนั่งเล่นที่บ้านข้านะขอรับ” หยางคุน
“ได้ๆ เอาไว้ ว่างแล้วข้าจะไปก็แล้วกัน”
ใช้เวลาไม่นานทุกคนก็กลับมาถึงบ้าน ซินลี่กับหยางเฟิ่งยืนรออยู่ลานหน้าบ้านตั้งแต่ไห่ฉีกลับมาเล่าว่าวันนี้พี่สะใภ้ล่าหมูป่าได้ ทำให้หนึ่ง เกอและหนึ่งเด็กหญิงอดตื่นเต้นไม่ได้ พวกเขาจำไม่ได้แล้วว่าได้กินเนื้อครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ถึงปลาจะอร่อยแต่เนื้อหมูก็อร่อยเช่นเดียวกัน
“มาแล้วๆ ซินลี่เจ้าดูสิ หมูป่าล่ะ หมูป่าตั้งสองตัวล่ะ” หยางเฟิ่ง
“ข้าเห็นแล้ว ข้าเห็นแล้วตัวใหญ่มากเลยโตขึ้นข้าจะเก่งให้ได้อย่างพี่สะใภ้ เจ้าคอยดูเลยข้าจะให้พี่สะใภ้สอนยิงธนูล่ะ” ซินลี่
“เจ้าไม่กลัวคนอื่นจะมองว่าเจ้าเป็นเกอป่าเถื่อนหรือ” หยางเฟิ่งเอ่ยแซวลูกพี่ลูกน้อง
“เหตุใดข้าต้องกลัวด้วย ข้ากลัวอดตายมากกว่า ใครจะมองยังไงข้าไม่สนใจหรอก เจ้าดูอย่างพี่สะใภ้สิ หาปลาก็เก่ง ล่าสัตว์บนภูเขาก็ได้ ทำอาหารก็อร่อย ใครหน้าไหนจะกล้ามาว่าพี่สะใภ้ของข้ากัน” ซินลี่ผู้ที่นับถือลี่หยางสุดหัวใจ
“ข้ารู้แล้วๆ พี่สะใภ้ของบ้านเราดีที่สุด” หยางเฟิ่ง
“เอาล่ะเจ้าสองคนหลบไปหน่อยอย่าเกะกะขวางทางสิ” หยางมู่
“อาเฟิ่ง ซินลี่ ช่วยไปบอกให้ท่านแม่ต้มน้ำเตรียมเอาไว้เดี๋ยวจะต้องทำความสะอาดหมู” ลี่หยางบอกน้องทั้งสอง
“ขอรับพี่สะใภ้”
“ได้เลยเจ้าค่ะ”
“ท่านพ่อขอรับ หมูสองตัวนี่ เราจะเก็บเอาไว้เป็นเสบียงสำหรับฤดูหนาว หรือท่านพ่อท่านอาจะแบ่งไปให้กับบ้านสหายและสหายของท่านปู่บ้างก็ย่อมได้ขอรับ”
“ขอบใจเจ้ามาก ลูกสะใภ้ พ่อคิดว่าจะเก็บเอาไว้เป็นเสบียงหนึ่งตัวอีกหนึ่งตัวแจกจ่ายไปยังบ้านสหายที่ดีของพวกเรา พวกเจ้าเห็นด้วยหรือไม่”
“ข้าไม่ขัดข้องขอรับ แต่เครื่องในหมูท่านพ่อต้องเก็บเอาไว้ให้ข้านะขอรับ” ลี่หยาง
“ได้พ่อจะเก็บเอาไว้ให้ อาเฉิงไปก่อไฟที่ลานหลังบ้าน อาชุนไปช่วยพี่ของเจ้าแล้วก็ตักน้ำมาใส่โอ่งให้เต็มด้วยล่ะ”
“ท่านลุง ข้ากินข้าวก่อนได้หรือไม่ ข้าหิวจะตายแล้ว” หยางชุน
“เช่นนั้นกินข้าวกันก่อน ค่อยไปตักน้ำ”
หลังจากที่ทุกคนกินมื้อกลางวันที่ค่อนมาทางบ่ายแล้ว เด็กๆ ช่วยกันเก็บถ้วยชามไปล้าง ลี่หยางเตรียมตัวออกไปรวบรวมอาหารทะเล ครั้งนี้นอกจากไห่ฉีกับหยางเฟยแล้ว ยังมีหยางเฟิ่ง กับซินลี่ตามไปด้วย ไห่เฉิงไม่ได้ไปด้วยเพราะต้องช่วยท่านพ่อและท่านอาทำความสะอาดหมู
ลี่หยางนำขบวนเด็กๆ ในบ้านที่ตามติดเขาจนเหมือนหางเล็กๆ เดินมุ่งหน้าไปยังชายทะเล ในมือทุกคนล้วนถือถังน้ำและบนหลังสะพายตะกร้าเอาไว้ พร้อมกับพลั่วเล็กๆ คนละอัน
เดินออกมาได้ไม่นาน เหมือนกับว่าความโชคดีที่มีวันนี้ใช้ไปหมดแล้วยังไงยังงั้น ทันทีที่เดินพ้นหมู่บ้าน ก็เจอเข้ากับหม่าจินเหมยที่พึงใจไห่เฉิงมานานติดอยู่ที่ว่าทั้งสองครอบครัวไม่ถูกกัน ทำให้นางไม่มีโอกาสได้เข้าหาไห่เฉิง หม่าจินเหมยมองลี่หยางด้วยสายตาอาฆาตแค้นและชิงชัง
ซินลี่ที่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง เพราะพี่น้องคนอื่นกำลังพูดคุยหยอกล้อกันไม่มีใครสนใจหม่าจินเหมยสักคน ซินลี่ไม่ชอบสตรีคนนี้มาก เมื่อเห็นว่าหม่าจินเหมยมองพี่สะใภ้ของตัวเองด้วยสายตาชิงชังซินลี่จึงพูดขึ้นมาลอยๆ ว่า
“พี่สะใภ้ของข้าดีที่สุด คนอื่นก็เป็นได้แค่เหลือบไรไร้ค่าในสายตาพี่ใหญ่ นอกจากไม่สวยแล้วยังจิตใจสกปรกอีก” ซินลี่ไม่สนใจว่าหม่าจินเหมยจะได้ยินหรือไม่
หม่าจินเหมยที่ตอนแรกได้ยินไม่ชัดแต่ท้ายประโยคนางกลับได้ยินเต็มสองหู ด้วยความเดือดดาล หม่าจินเหมยไม่อาจจะให้เด็ก 7 ขวบดูหมิ่นตัวเองได้ ถึงอย่างไรนางก็ได้ชื่อว่าเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งของหมู่บ้าน อีกทั้งบ้านนางมีฐานะร่ำรวยคนบ้านหยางถือดีอะไรมาว่านางถึงแม้จะเป็นเด็กนางก็ไม่ละเว้น
“ซินลี่เจ้าว่าใคร เกอชั้นต่ำอย่างเจ้าคู่ควรที่จะพูดกับข้าหรือ” หม่าจินเหมย
“หยุด เจ้าว่าใครเกอชั้นต่ำ แล้วเจ้าเป็นใคร ถือดียังไงมาว่าน้องข้า ใครให้หน้าเจ้ามาสั่งสอนคนของบ้านอื่นกัน ขนาดตัวเองยังนิสัยหยาบช้าขนาดนี้ อย่าคิดว่าข้าไม่รู้เจ้าหมายตาสามีข้า แบบนี้เขาเรียกสตรีหน้าด้านไร้ยางอายหมายตาสามีของผู้อื่น เจ้าจะไปเองหรือให้ข้าส่ง” ลี่หยางพูดออกมาด้วยเสียงอันดัง จนชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาหยุดมอง
“พวกเจ้ามันเกอชั้นต่ำ ต่ำกันทั้งบ้าน จองหองกันไปเถอะจะอดตายทั้งครอบครัวอยู่แล้ว พี่ไห่เฉิงทั้งตาบอดทั้งโง่ที่แต่งเจ้าเข้ามาเป็นภรรยา หากแต่งกับข้าก็ไม่ต้องอดอยากเช่นนี้แล้ว”
“ไม่ต้องมาสาระแน เรื่องในบ้านหยาง สามีข้า ข้าเลี้ยงดูได้ เงินของเจ้าเช่นนั้นหรือวันๆ เดินนวยนาดงานการไม่ทำยังกล้าหน้าด้านมาบอกว่าตัวเองมีเงิน เคยหาเงินเองบ้างหรือไม่ ยังมีหน้ามาบอกว่าสามีของข้าหากแต่งให้เจ้าแล้วจะไม่ยากจน มีแต่คนโง่เท่านั้นล่ะที่จะคิดเช่นเจ้า บุรุษที่ดีไม่มีใครเขาใช้เงินสินเดิมของภรรยาหรอกนะหม่าจินเหมย เช่นนั้นจะต่างอะไรกับแมงดาในหอโคมเขียวกัน หลบไปอย่ามาเกะกะขวางทางทำมาหากินของข้า เอาหน้าอันหนาเตอะของเจ้าไปให้พ้นๆ หน้าข้า อย่าให้ข้ารู้ว่ามารังแกน้องๆ ของข้าลับหลังนะ ถึงข้าจะเป็นเกอ ข้าก็ไม่รังเกียจที่จะต่อยตีสตรีหน้าด้านเช่นเจ้า จำเอาไว้”
“กรี๊ดดด กรี๊ดๆๆ ไอ้พวกชั้นต่ำ” หม่าจินเหมยกำลังจะอ้าปากด่าแต่กลับถูกลี่หยางต่อว่าจนวิ่งหนีกลับบ้านไป
“หยุด อย่ามากรีดร้องแถวนี้ ข้าไม่มีส่วนบุญจะให้สัมภเวสีเช่นเจ้า น่ารำคาญจริงๆ”
ชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ได้แต่มองลี่หยางด้วยความตกตะลึง ใครจะคิดว่าเกอหน้าสวยกว่าสตรีคนนี้ที่เพิ่งแต่งเข้าบ้านสามีได้ไม่กี่วันจะกล้าหาญต่อกรกับคนบ้านหม่าได้ บ้านหม่านั้นถือว่าตัวเองร่ำรวยและชอบระรานชาวบ้านอยู่เสมอ เพราะถือว่าตัวเองมีญาติทำงานเป็นเจ้าหน้าที่อยู่ในอำเภอ แต่ลี่หยางหาได้สนใจไม่ จะใครหน้าไหนก็อย่ามาล้ำเส้นกัน ซินลี่ออกจะน่ารักขนาดนี้ยังด่าว่าได้ลงคอ ช่างเป็นสตรีที่ชั่วร้ายจริงๆ
