บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 15 สุดยอดลูกสะใภ้

 หลังจากที่ผู้ดูแลวิ่งหายเข้าไปด้านในเหลาอาหารใช้เวลาไม่นาน เขาก็กลับออกมาพร้อมชายวัยกลางคนที่ท่าทางใจดี แต่งกายด้วยชุดผ้าไหมราคาแพงสีเทา สองพี่น้องรู้ได้ทันทีว่านี่คือเจ้าของเหลาฟาไฉแห่งนี้

“ขออถัยที่ให้รอเสียนาน ข้าถูวั่งเป็นเจ้าของเหาฟาไฉแห่งนี้ได้ ทราบจากผู้ดูแลว่าพวกเจ้าได้นำสมบัติแห่งท้องทะเลมาขายเช่นนั้นรึ”

“เป็นดั่งที่ท่านว่ามาขอรับ ข้าหยางคุน ส่วนนี่น้องชายของข้า หยางมู่ พวกเราเป็นชาวบ้านไห่เจินขอรับ"

“เช่นนั้นเพื่อไม่เป็นการเสียเวลา ข้าจะตรวจสอบสินค้าด้วยตัวเองก็แล้วกัน”

“ขอบคุณขอรับ เถ้าแก่”

“เอาล่ะ ผู้ดูแลเจ้าไปตามเด็กให้มานำปลาพวกนี้ไปชั่งน้ำหนัก แล้วค่อยมาแจ้งข้าอีกที” ถูวั่งสั่งงาน

หลังจากที่เถ้าแก่เหลาฟาไฉตรวจคุณภาพของสมบัติแห่งท้องทะเลเสร็จแล้ว ถูวั่งค่อนข้างพอใจมาก นานแล้วที่เขาไม่ได้เห็นอาหารทะเลที่สดใหม่ตัวใหญ่และคุณภาพดีขนาดนี้ กุ้งมังกรนั้นเขารับซื้อในราคาตัวละ 10 ตำลึง ปลิงทะเลนั้นราคาจะอยู่ที่ 20 ตำลึง ส่วนหอยเป๋าฮื้อราคาปกติจะอยู่ที่ตัวละ 5 ตำลึง แต่เพราะลี่หยางจับแต่ตัวขนาดใหญ่มา ราคาจึงอยู่ที่ตัวละ 10 ตำลึงเช่นเดียวกัน 

หลังจากตกลงราคากันเรียบร้อยแล้ว เสี่ยวเอ้อร์ที่ทำหน้าที่ชั่งน้ำหนักปลาก็เดินเข้ามาแจ้งน้ำหนักของปลาทันที ปลาจาระเม็ดขายได้ทั้งหมด 1 ตำลึง ส่วนปลาเก๋าและปลาอินทรีนั้นขายได้ 2 ตำลึง รวมทั้งหมดพี่น้องบ้านหยางทำเงินได้ มากโขทีเดียว

 

“เอาล่ะเพื่อไม่เป็นการเสียเวลา ข้าจะคิดเงินมาให้พวกเจ้าก่อน กุ้งมังกร มี 13 ตัว ตัวละ 10 ตำลึงคิดเป็นเงิน 130 ตำลึง ปลิงทะเล มีทั้งหมด 9 ตัว ตัวละ 20 ตำลึง คิดเป็นเงิน 180 ตำลึง หอยเป๋าฮื้อ 9 ตัว ตัวละ 10 ตำลึงคิดเป็นเงิน 90 ตำลึง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 403 ตำลึง พวกเจ้ารอสักครู่ ข้าจะไปนำเงินมาให้ หากพวกเจ้าจับปลาตัวใหญ่หรือสมบัติแห่งท้องทะเลได้อย่าลืมนึกถึงเหลาอาหารฟาไฉของเราล่ะ” 

 

“พวกเราไม่ลืมแน่นอนขอรับเถ้าแก่” หยางคุน

หลังจากรับเงินจากเถ้าแก่ถูแล้วสองพี่น้องเดินออกมาพร้อมรถเข็นและถังเปล่า ทั้งสองคนไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะหาเงินได้หลายร้อยตำลึงในวันเดียว มันเกินกว่าที่พวกเขาจะคาดหวังเอาไว้ เถ้าแก่ถูบอกว่าสมบัติแห่งท้องทะเลที่พวกเขานำมาขายนั้นยังมีชีวิตอยู่ทุกตัวที่สำคัญตัวใหญ่มากจึงทำให้ขายได้ราคาแพง

 

“พี่ใหญ่ เจ้าใหญ่เก็บเมียมาได้ดีมากเลย ท่านว่าหรือไม่” หยางมู่

“เก็บเมียมาได้อะไรของเจ้า ลูกสะใภ้ข้าไม่ใช่เด็กกำพร้ายังมีพ่อแม่และครอบครัวไม่ได้เป็นคนไร้ญาติร่อนเร่พเนจร เจ้ายังจะบอกว่าเจ้าใหญ่เก็บเมียมาได้อะไร” หยางคุนถลึงตาใส่น้องชาย

“ข้าพูดผิดตรงไหนก็เจ้าใหญ่เก็บมาจากชายหาด หากเจ้าใหญ่ไม่เก็บหลานสะใภ้มาแล้วเจ้าใหญ่จะได้แต่งเมียเข้าบ้านรึ ท่านไม่รู้หรือลูกชายของท่านนิสัยเป็นเช่นไร” หยางมู่เถียงออกมา

“ก็นั่นล่ะ ถึงจะเก็บมาแต่ตอนนี้ตบแต่งถูกต้องแล้ว ต่อไปเจ้าอย่าได้พูดอะไรพล่อยๆ”

“ข้ารู้แล้วล่ะน่า กลับบ้านกันเถอะ” 

“ต้องไปซื้อเกวียนลาให้ลูกสะใภ้ก่อน อีกอย่างเวลาเราเดินทางมาขายปลาที่ตำบลจะได้เร็วขึ้นหรือหากมีธุระต้องเข้าไปในอำเภอจะได้ไม่ต้องเดินเท้าหรือเช่าเกวียนหัวหน้าหมู่บ้าน ลูกสะใภ้บอกเอาไว้เช่นนี้” หยางคุน

“ตกลง ไปซื้อเกวียนกัน พี่ใหญ่ข้าเองก็อยากให้อาชุนแต่งสะใภ้เช่นลี่หยางเข้าบ้านแต่ไม่รู้ว่าจะเจอคนดีและขยันเหมือนลี่หยางหรือไม่” หยางมู่

“ยังเหลือเวลาอีก 2-3 ปี ค่อยๆ มองหาไป เรื่องแบบนี้จะรีบร้อนไม่ได้” หยางคุน

สองพี่น้องเดินไปร้านค้าขายสัตว์ที่อยู่ท้ายตลาดหลังจากที่ซื้อเกวียนลามาได้ในราคา 50 ตำลึง ถือว่าเป็นราคาที่แพงพอสมควรแต่ก็เหมาะสมด้วยเกวียนมีขนาดที่ใหญ่และใช้ลาลากถึงสองตัว ตรงตามที่ลูกสะใภ้กำหนดมา ทำให้ตอนนี้พวกเขาเหลือเงินกลับบ้าน 353 ตำลึง นับว่าเป็นจำนวนเงินมากมายที่สุดที่พวกเขาสามารถหาได้ 

 

พวกเขาทำงานทั้งปียังได้เงินไม่กี่สิบตำลึงแต่นี่เมียเจ้าใหญ่ลงทะเลไปสองวันกลับช่วยที่บ้านหาเงินได้ 400 ตำลึงหยางคุนคิดว่าตัวเองได้แต่งเอาสุดยอดลูกสะใภ้เข้าบ้านแล้วจริงๆ ทั้งเก่งงานครัว ทั้งจิตใจดี ขยันทำงานช่วยเหลือบ้านสามีโดยไม่เกี่ยงงอน ถึงบ้านสามีจะยากจนแต่ไม่เคยดูแคลนกลับพยายามช่วยให้บ้านสามี มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ลูกสะใภ้เช่นนี้เกรงว่าในระยะ 100 ลี้ก็คงหาไม่เจอ 

 

ทางด้านลี่หยางไม่รู้ว่าพ่อสามีและอารองกำลังดีใจหรือว่าพูดถึงตัวเองเช่นไรบ้าง ตอนนี้ได้พาสามีและน้องๆ ขึ้นเขาเข้าป่าไปหาผักป่าเก็บฟืนและวางกับดักเอาไว้ในป่าเผื่อว่าจะได้เนื้อกลับไปทำอาหารบ้าง

 อีกทั้งลี่หยางบอกให้สามีอย่างไห่เฉิงเอาธนูอันเก่าของท่านปู่ไห่เทียนมาด้วย ลี่หยางเองเมื่อก่อนเขาชื่นชอบการยิงธนูมากเขาไม่ได้เพียงแค่ดำน้ำเก่งเพียงเท่านั้น

ไห่เฉิงเองก็ไม่เคยขัดใจภรรยา ตัวเขาและหยางชุนเองก็มีธนูอยู่เช่นเดียวกัน ไห่ฉีกับหยางเฟยทั้งสองคนเรียบไปแบกตะกร้าของตัวเองเอาไว้พร้อมพลั่วอันเล็กสำหรับขุดผักป่า

ลี่หยางพาสามีเดินเข้าป่าที่เขาพาเด็กทั้งสองมาเมื่อวันก่อน ป่าด้านที่ชาวบ้านไม่กล้าเข้ามา แต่ลี่หยางหาได้เกรงกลัวไม่เขาเพียงรู้สึกว่าความมั่งคั่งนั้นกำลังเรียกหาเขาอยู่ในป่าแห่งนี้ไม่ช้าก็เร็วสมบัติแห่งป่าจะต้องตกมาอยู่ในมือเขาแน่นอน

เหลือเวลาอีกแค่สองวันลี่หยางจะต้องกลับไปเยี่ยมบ้านเดิมแล้วถึงตอนนั้นเขาจะเอาอาหารทะเลไปฝากท่านท่านแม่และนำซอสหอยนางรมที่เขาทำขึ้นมาเองกลับไปให้ที่บ้านเดิมด้วย ลี่หยางจะทำซอสขายในอนาคตแน่นอน

“หยางเอ๋อร์ มันจะดีหรือ ป่าด้านนี้ไม่มีคนเข้าไปเลยนะ” ไห่เฉิง

 

“ดีขอรับ ไม่มีคนเข้าไปนั่นย่อมหมายความว่าเราจะสามารถรวบรวมผักป่า และโอกาสที่เราจะได้สัตว์ป่ามาทำอาหารนั้นมากขึ้น ถึงบ้านเราจะไม่ขาดแคลนปลา แต่ข้าก็อยากกินอย่างอื่นบ้าง ที่สำคัญน้องๆ จะได้มีเนื้อกินบ้าง ท่านพี่ท่านดูสิ อาฉีกับอาเฟยผอมขนาดไหน ไหนจะน้องรองอีก ท่านดูสิ เขาอายุ 17 แล้วแต่ผอมแห้งมาก จะว่าไปบ้านเราทุกคนก็ล้วนแล้วแต่ผอมแห้งทั้งนั้น แล้วแบบนี้พวกท่านจะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนไปทำงานกัน แล้วอีกอย่างพวกท่านยังมี น้องสาวกับน้องชายเกอตัวน้อยที่ท่านย่าดูแลอยู่ ท่านดูสิ ซินลี่ 7 ขวบแล้วแต่ดูเหมือนเด็ก 4 ขวบ ไหนจะอาเฟิ่งบ้านอารองอีก 7 ขวบแล้ว เหมือนเด็ก 4 ขวบ แล้วอีกอย่างนะ ข้ามั่นใจว่า ไม่มีอันตรายในป่าแห่งนี้หรอก ท่านเชื่อใจข้าสิ”  ลี่หยางบอกกับสามีด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

 

หยางไห่เฉิงไม่มีข้อโต้แย้งอะไรกับภรรยา เพราะที่ลี่หยางพูดมาล้วนแต่เป็นความจริงเพราะคนในบ้านมีมากพวกเขายากจนไม่มีที่ดินสำหรับเพาะปลูกเป็นของตัวเอง 

จึงทำได้เพียงแต่เพาะปลูกในที่ดินส่วนกลางของหมู่บ้าน เรือประมงของพวกเขาลำเล็กทำให้ออกไปจับปลาได้ไม่ไกล และแต่ละวันพวกเขาหาเงินได้ไม่ถึง 200 อิแปะด้วยซ้ำ เมื่อจนด้วยเหตุผล เขาทำได้แค่เดินตามภรรยาเข้าป่าไปเพียงเท่านั้น 

คนที่ดีใจที่ได้เข้ามาในป่าทางด้านนี้ไม่ใช่ใครเลยหยางชุนนั่นเอง เขานึกขอบคุณพี่สะใภ้ที่กล้าหาญนำพี่ใหญ่และเขาเข้ามาในป่าด้านนี้ เขาเองก็อยากจะเสี่ยงเข้ามาสักครั้ง แต่ไม่มีใครเห็นด้วยเพราะป่าทางด้านนี้ชาวบ้านร่ำลือว่าอันตรายมีสัตว์ป่าดุร้ายอยู่มากมาย รวมถึงเสือและหมีดำด้วย 

แต่พี่สะใภ้ของเขาหาได้เกรงกลัวไม่ ในเมื่อพี่สะใภ้บอกว่าปลอดภัยเขาก็ไม่จะเป็นจะต้องหวาดกลัวอีกต่อไป และดูเหมือนว่าไห่ฉีกับหยางเฟย

สองคนนั่นจะร่าเริงเกินไปหรือไม่ 

ทั้งสองคนเดินเข้าไปเก็บผักป่าเหมือนกับว่าคุ้นเคยกับป่าทางด้านนี้มาก หรือว่าพี่สะใภ้พาน้องทั้งสองเข้าป่าทางด้านนี้เป็นประจำ ถึงจะสงสัยแต่เขาไม่ถามออกไปให้พี่สะใภ้ลำบากใจ ทำได้แค่เดินไปวางกับดักเอาไว้ก่อนที่จะกลับมาช่วยคนอื่นหาของป่า

 

“อาฉีกับอาเฟย เก็บเห็ดหอมและเห็ดหูหนูดำกลับไปเยอะๆ เราจะตากแห้งเอาไว้กินตอนหน้าหนาวเข้าใจหรือไม่” ลี่หยางสั่งความ

“ขอรับพี่สะใภ้ ข้าสองคนจะตั้งใจเก็บให้ได้มากที่สุด พี่สะใภ้วางใจได้เลย” หยางเฟย

“อาชุนเจ้ากับท่านพี่ ช่วยข้าปีนขึ้นไปเก็บเห็ดหอมกับเห็ดหูหนูดำบนต้นไม้ด้วย”

“ขอรับพี่สะใภ้”

“ท่านพี่ท่านเองดูแลน้องๆ ให้ดี และเก็บเห็ดกลับไปให้มาก เดี๋ยวข้ามา ข้าขอไปธุระสักครู่” ลี่หยางที่ปวดเบาเข้าไปกระซิบสามี

“ได้! เจ้าระวังตัวด้วย ให้พี่ไปเป็นเพื่อนหรือไม่” ไห่เฉิงถามออกมาด้วยความเป็นห่วง

“ไม่ต้องๆ ข้าไปเองได้ ข้าไปปล่อยเบาท่านพี่จะตามไปทำไมขอรับ ฮึ่ย”

 

ไห่เฉิงอดจะหัวเราะออกมาเบาๆ ไม่ได้กับท่าทางของลี่หยาง ภรรยาของเขาไม่ว่าจะเป็นตอนไหนก็น่ารักน่าเอ็นดูด้วยกันทั้งนั้น เพราะที่บ้านมีน้องสาววัย 7 ขวบและน้องชายเกอวัย 7 ขวบที่เรียนรู้งานบ้านและงานเย็บปักอยู่กับท่านย่าให้ ทำให้บางครั้งเขาหลงลืมน้องๆ ทั้งสองคนไป แต่พอภรรยาพูดขึ้นมาเขาเองก็อยากจะให้น้องๆ ทุกคนในบ้านอยู่ดีกินดี กินอิ่มนอนหลับที่สำคัญเขาอยากให้น้องๆ ได้เรียนหนังสือบ้าง

 

ทางด้านหยางคุนหยางมู่สองพี่น้องที่กลับจากการนำปลาไปขายที่ตัวตำบลไม่ได้นำไปขายที่สะพานปลาข้างท่าเทียบเรือใหญ่ดังเช่นทุกครั้ง เพราะหากพวกเขาได้ปลาตัวใหญ่จะนำไปขายในตำบลจะได้ราคาดีกว่าที่นำไปขายให้พ่อค้าที่มารับซื้อที่สะพานปลา อีกอย่างพวกเขาจับได้ปริมาณน้อยนิดจึงไม่สามารถขายในราคาส่งได้

 

สองพี่น้องบังคับเกวียนลาเข้ามาในหมู่บ้านที่ท้ายบนเกวียนยังมีรถเข็นคันเล็กที่พวกเขาใส่ปลาไปขายเมื่อตอนเช้าอยู่ด้วย ตอนที่กลับเข้ามาในหมู่บ้านมีชาวบ้านถามไถ่บ้างก็แสดงความยินดีด้วยความจริงใจ

 แต่ก็มีหลายคนที่อิจฉาริษยาในตัวผู้อื่นและพูดจาว่าร้าย แต่หยางคุนไม่ได้ให้ความสนใจอะไร เงินนี่พวกเขาหามาได้จากน้ำพักน้ำแรงลูกสะใภ้ ไม่ได้ไปทำเรื่องไม่ดีอะไร เหตุใดจะต้องเก็บเอาคำพูดของคนไม่หวังดีมาใส่ใจ

ข่าวที่บ้านหยางจับสมบัติแห่งท้องทะเลได้ นั้นไม่นานก็ลือไปทั่วหมูบ้านและสิ่งที่ตอกย้ำว่าข่าวลือนั้นเป็นความจริงก็คือการได้เห็นพี่น้องหยางคุนหยางมู่บังคับเกวียนลากลับมาแถมยังเป็นเกวียนขนาดใหญ่ใช้ลาลากถึงสองตัว

ทางด้านลี่หยางที่เข้าไปหาที่ปล่อยเบาหลังจากทำธุระส่วนตัวเรียบร้อยแล้วในตอนที่เขากำลังจะเดินกลับออกมาจากหลังหินก้อนใหญ่ลี่หยางก็แทบจะกรี๊ดลั่นป่ากับสิ่งที่เขามองเห็นตรงหน้า 

 

 

 

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel