บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 14 ก้าวแรกของความมั่งคั่ง

ถึงแม้หลายๆ คนจะซุบซิบนินทาและดูถูกดูแคลนคนบ้านหยางมากมายขนาดไหน แต่ทั้งห้าคนที่อาศัยเรือลำเล็กๆ ออกไปหาปลาในทะเลยังคงมุ่งมั่นกับหน้าที่ของตัวเองอย่างขยันขันแข็ง

หลังจากที่ลี่หยางและสามีทำหน้าที่ดำน้ำลงไปจับปลาในทะเล ดูเหมือนว่าวันนี้โชคจะเข้าข้างไห่เฉิงเป็นอย่างมาก เขาได้ปลาเก๋าตัวใหญ่ อย่างที่ไม่เคยจับได้มาก่อน ถึง 5 ตัว ไม่รู้ว่าปลาเก๋าพวกนี้มาจากที่ใด แต่ในเมื่อมันแหวกว่ายเข้ามาในถุงตาข่ายของเขาอย่างเต็มใจ เขาเองก็เต็มใจจะจับพวกมันไปขายเช่นเดียวกัน

 

ลี่หยางนั้นกำลังสนุกสนานกับการเก็บเกี่ยวในท้องทะเล เพียงเวลาไม่นานลี่หยางจับกุ้งมังกรตัวใหญ่ได้ถึง 10 ตัว หอยเป๋าฮื้อขนาดเท่าฝ่ามือ 5 ตัว ยังมีปลิงทะเลตัวอวบขนาดเท่าแขนเด็กอีก 5 ตัวเช่นเดียวกัน ลี่หยางรู้สึกได้ว่าเขาสามารถกลั้นหายใจในน้ำได้นานขึ้นกว่าเมื่อวาน เรื่องนี้ทำให้ลี่หยางอดแปลกใจไม่ได้ หรือว่ามันจะเป็นของขวัญที่พระเจ้าประทานให้หลังจากที่เขาทะลุมิติมาที่นี่ แต่ไม่ว่ามันจะเป็นด้วยเหตุผลใดลี่หยางขอน้อมรับเอาไว้ด้วยความเต็มใจและขอบคุณ

 

ไห่เฉิงที่ดำผุดดำว่ายอยู่ในทะเล หลังจากที่เขาจับได้ปลาเก๋า 5 ตัว ในเวลาต่อมา เขาจับได้ปลากะพงแดง อีก 3 ตัว หลังจากนั้นเขาก็ไม่สามารถจับอะไรได้อีกเลย เมื่อเห็นว่าเป็นเวลาสมควรที่จะกลับเข้าฝั่งเขาจึงขึ้นมาบนเรือ ที่ทุกคนรออยู่ การเก็บเกี่ยวของทั้งสามคนบนเรือวันนี้นับว่าเป็นที่น่าพอใจมากเช่นเดียวกัน 

 

หยางชุนตกปลาอินทรีตัวใหญ่ได้ถึง 3 ตัว และหยางมู่กับหยางคุนยังตกปลาอินทรีและปลาจาระเม็ดตัวใหญ่ได้อีกนับ 10 ตัว ถือว่าวันนี้พวกเขาจับปลาที่มีราคาสูงได้ทั้งนั้น โดยปกติครอบครัวของพวกเขาหาเงินได้ไม่ถึงวันละ 1 ตำลึงด้วยซ้ำ เพราะเรือมีขนาดเล็ก หากวันไหนโชคไม่ดีจับได้แต่ปลาเหลือง หรือปลาหางแข็ง เมื่อนำไปขายจะได้เงินเพียง 80 ถึง 100 อิแปะ ตามจำนวนมากน้อยของปลาที่นำไปขาย

 

“เจ้าใหญ่เมียของเจ้ายังไม่ขึ้นมาเลย นี่มันนานแล้วนะ จะไม่เป็นไรใช่หรือไม่” หยางมู่ที่ตกปลาไปเฝ้ามองหลานสะใภ้ไปเอ่ยออกมาด้วยความเป็นห่วง

“ไม่เป็นไรขอรับอารอง หยางเอ๋อร์น่าจะออกไปไกลกว่าที่ระยะสายตาของเราจะมองเห็น”

“แต่พ่อว่ามันก็นานอย่างที่อารองของพูดนะเจ้าใหญ่ จะไม่เป็นอะไรจริงๆ หรือ” หยางคุนเองก็อดเป็นห่วงลูกสะใภ้ไม่ได้

“ท่านลุงใหญ่ ท่านพ่อวางใจเถอะพี่สะใภ้ไม่เป็นอันใดหรอก หากพี่ใหญ่ไม่มั่นใจว่าพี่สะใภ้จะปลอดภัยเขาคงลงน้ำไปตามหาเมียแล้ว พวกท่านไม่รู้หรือว่าพี่ใหญ่รักพี่สะใภ้ขนาดไหน”

“จริงดังเจ้าว่า ข้าก็ลืมนึกไป” หยางคุน

“อือ ข้าเห็นด้วย เช่นนั้นเก็บของรอหลานสะใภ้เลยก็แล้วกัน พอหลานสะใภ้มาถึงจะได้กลับเลยประเดี๋ยวจะสายเอา” หยางมู่

หลังจากที่ทุกคนเก็บของและรวบรวมปลาเรียบร้อยแล้ว ไม่ถึงครึ่งเค่อลี่หยางที่ทุกคนพูดถึงก็ว่ายน้ำกลับมาที่เรือเขาโผล่ขึ้นมาด้านข้างของเรือและพยุงตัวเอามือเกาะกาบเรือเอาไว้ แต่เพราะว่าเขาสนุกกับการเก็บเกี่ยวมากไปหน่อยด้วยน้ำหนักของอาหารทะเลที่เขานำมาจึงทำให้ไม่สามารถที่จะปีนขึ้นไปบนเรือได้

“ท่านพี่ น้องรอง ลงมาช่วยข้าหน่อย”

“หยางเอ๋อร์ กลับมาได้เสียที รอเดี๋ยวพี่จะไปช่วยเดี๋ยวนี้”

“ได้เลยพี่สะใภ้”

หลังจากที่หยางชุนกับไห่เฉิงลงไปในทะเลไห่เฉิงแกะถุงตาข่ายที่มัดเข้ากับเอวของภรรยาออกจากนั้นก็ส่งด้านปากถุงตาข่ายให้กับหยางคุนส่วนตัวเขากับหยางชุนดันก้นถุงตาข่ายขึ้นไปวางบนเรือ ตอนนี้ทุกคนขึ้นมาบนเรือเรียบร้อยแล้ว แต่ต่อมาก็ต้องร้องตะโกนเสียงหลงขึ้นกลางทะเล

“กุ้งมังกร” หยางคุน

“หอยเป๋าฮื้อ”

“ท่านลุงท่านพ่อ ยังมีปลิงทะเลด้วยขอรับ ส่วนถุงนี้นี่ตัวอะไร พี่สะใภ้ท่านจับปูอะไรมามันกินได้หรือไม่ตัวใหญ่ขนาดนี้ มันจะกัดคนหรือไม่” หยางชุนเอะอะโวยวายเพราะตกใจ ลี่หยางจับปูตัวใหญ่มาสองตัว เพราะความที่เขาอยากกินเองล้วนๆ

“ปูทะเลไง แค่มันตัวใหญ่เท่านั้น จะตกใจอะไร ข้าคิดว่ามันน่าจะอร่อยเนื้อน่าจะเยอะ” ลี่หยาง

“พี่สะใภ้ ท่านสาบานได้ไหมว่าบรรพบุรุษของท่านไม่ใช่ชาวประมง แล้วครอบครัวของท่านเบื่อทำการประมงแล้วจึงผันตัวไปเป็นชาวนา” หยางชุน

“โป๊ก เจ้าพูดจาไร้สาระอันใด พี่สะใภ้เจ้าเกิดและโตในครอบครัวชาวไร่ชาวนา เพ้อเจ้ออันใดของเจ้ากัน” ไห่เฉิง

“พี่ใหญ่ข้าเจ็บนะขอรับ ข้าแค่สงสัยไม่ใช่หรือยังไง พี่สะใภ้ดำน้ำเก่งขนาดนี้ทั้งๆ ที่ไม่ได้อยู่ติดทะเลข้าแค่สงสัยแต่ท่านไม่ลังเลที่จะทุบตีข้า นี่ข้ายังเป็นน้องของท่านอยู่หรือไม่” หยางชุนตัดพ้อ

“นั่นสิพ่อเองก็สงสัยนะ” หยางคุน

“ข้าเองก็สงสัย” หยางมู่

 

“ข้าชอบว่ายน้ำ และแอบท่านพ่อท่านแม่ไปว่ายน้ำและดำน้ำจับปลาในแม่น้ำมาขอรับ ข้าไม่ได้มีบรรพบุรุษเป็นชาวประมงหรอกขอรับ” ลี่หยางได้แต่ตอบออกไปเช่นนี้ จะให้บอกว่า "ใช่แล้วข้าเป็นนักดำน้ำมาก่อนและตายเพราะขนมติดคอแล้วมาโผล่ที่นี่ในร่างของลี่หยางเกออ่อนแอหรือยังไง เรื่องแบบนี้ใครจะไปกล้าพูดออกมากันจะได้โดนจับไปเผาไฟน่ะสิทีนี้ได้ตายรอบสองแน่

 

ระหว่างทางที่เรือกำลังแล่นกลับเข้าฝั่งลี่หยางเหลือไปเห็นปลากระเบนสีม่วงเหมือนโลกเดิมที่เขาจากมาหน้าตามันช่างเหมือนเจ้าตัวที่เขาเคยช่วยเอาไว้มากจริงๆ และตอนนี้เจ้าเพื่อนตัวน้อยนี่กำลังต่อสู้กับตาข่ายที่พันอยู่รอบตัวเพื่อที่จะหลุดพ้นออกจากตาข่ายไม่รู้ว่ามันหนีจากอวนตับปลามาได้ยังไง

 

 นับว่ามันโชคดีไม่น้อยที่อวนขาดและมันสามารถหนีออกมาได้ ลี่หยางคิดว่าคงต้องช่วยมันให้หลุดพ้นแทนที่จะจับมันไปขาย เห็นแบบนี้เขาเป็นคนที่ชอบปลากระเบนมากและไม่เคยกินปลากระเบนเลยสักครั้งเพราะรู้สึกว่ามันน่ารัก ถึงใครจะมองว่าเขาเป็นพวกบ้าเขาก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ

 

“ท่านพ่อ ชะลอเรือให้ข้าสักครู่ขอรับ”

“ได้สิมีอันใดหรือลูกสะใภ้” หยางคุน

“ข้าจะลงไปช่วยเจ้ากระเบนสีม่วงปลดตาข่ายออกจากตัวมันขอรับ มันน่าสงสารมาก มันออกจะน่ารักน่าเอ็นดูขนาดนั้นข้าทำใจปล่อยมันเอาไว้แบบนี้ไม่ได้จริงๆ” ลี่หยางว่าพลางกระโดดลงทะเลไปอีกรอบ

สี่คนที่เหลือบนเรือ ได้แต่มองหน้ากัน เจ้ามองข้า ข้ามองเจ้าอยู่เป็นนานสองนาน ภายในใจแต่ละคนมีความคิดหลากหลาย แต่สุดท้ายก็เห็นพ้องต้องกันว่าลี่หยางเป็นคนใจดีมีเมตตาเพียงเท่านั้น

 

หลังจากที่ลี่หยางช่วยปลดตาข่ายออกจากปลากระเบนสีม่วง เจ้าปลาพอมันหลุดพ้นออกจากสิ่งที่พันธนาการรอบตัวของมันไว้แล้ว มันมองลี่ หยางด้วยความขอบคุณ ลี่หยางมองดูเจ้าปลากระเบนน้อยที่ตัวไม่น้อยด้วยความเอ็นดู เจ้าปลากระเบนว่ายเข้ามาหาลี่หยางและว่ายรอบๆ ตัวเขาอยู่สามรอบ จากนั้นมันก็หายกลับลงไปในท้องทะเลทันที

 

ลี่หยางมองส่งมันว่ายกลับลงไปในทะเลจนลับสายตาเขาจึงได้กลับขึ้นเรือมาและมุ่งหน้ากลับบ้านทันที พอเรือเทียบท่านางลู่เอินและน้องสะใภ้ก็รออยู่ก่อนแล้วพร้อมรถเข็นที่เต็มไปด้วยถังไม้ เนื่องจากพวกเขามีเรือขนาดเล็กจึงไม่ได้นำไปจอเทียบท่าเรือใหญ่ที่อยู่ห่างออกไป ประมาณ 1 ลี้ ท่าเทียบเรือเล็กแห่งนี้ใช้สำหรับเรือที่มีขาดเล็กเพียงเท่านั้น

หลังจากที่นำเรือเข้ามาเทียบท่าและมัดเรอเอาไว้กับเสาไม้เรียบร้อยแล้ว หยางคุนและทุกคนก็ช่วยกันนำถังไม้ไผ่มาใส่ปลาและยกขึ้นไปวางบนรถเข็น แต่พอ พวกเขายกสมบัติแห่งท้องทะเลขึ้นไปเพียงเท่านั้นนางลู่เอินถึงกับ ร้องออกมาด้วยความตกใจ

“ท่านพี่ นี่พวกท่าจับกุ้งมังกรได้หรือเจ้าคะ ขอบคุณสวรรค์จริงๆ” เพราะเสียงร้องตกใจของนางค่อนข้างดังจึงทำให้ชาวบ้านที่เพิ่งนำเรือเข้าเทียบท่าและกำลังขนปลาของตัวเองลงจากเรือเพื่อนำไปขายได้ยิน จากนั้นไม่นานก็มีชาวบ้านหลายคนมามุงดู จนหยางคุนต้องรีบขนปลาลงจากเรือและเข็นรถจากไปอย่างรวดเร็ว

 

ส่วนหยางมู่หลังจากพี่ชายจากไปแล้วเขาก็เดินนำหลานชายและลูกชายออกไปส่วนลี่หยางเองบอกให้พ่อสามีกลับบ้านไปนำสมบัติแห่งท้องทะเลที่เขาจับมาได้เมื่อวานไปขายเสียพร้อมกัน ซึ่งหยางคุนก็เห็นดีด้วย 

ถ้ารวมกับเมื่อวาน กุ้งมังกรจะมีอยู่ ทั้งหมด 13 ตัว หอยเป๋าฮื้อ 9 ตัว ปลิงทะเล 9 ตัว เท่านี้ก็นับว่ามากมายแล้วสำหรับพวกเขา ทันทีที่หยางคุนรวบรวมอาหารทะเลจากที่บ้านขึ้นใส่บนรถเข็น หยางมู่ทำหน้าที่ออกไปขายปลากับหยางคุน ส่วนคนที่เหลือกลับบ้านอาบน้ำและเตรียมตัวกินมื้อกลางวัน 

หลังจากกินมื้อกลางวันเสร็จแล้วลี่หยางจะพาสามีและน้องๆ ขึ้นเขา ส่วนนางลู่เอินและน้องสะใภ้จะช่วยกันซักผ้าทำงานบ้านรวมถึงไปดูแลแปลงปลูกผักในที่ส่วนกลางของหมู่บ้านด้วยเช่นเดียวกัน 

แต่วันนี้ทั้งสองคนนั้นรู้สึกว่าตัวเองนั้นสามารถเดินเชิดหน้าได้อย่างไม่อายใครเพราะวันนี้บ้านของนางสามารถจับสมบัติแห่งท้องทะเลมาได้แถมยังมีขนาดตัวที่ใหญ่มาก 

 

ยิ่งคิดนางลู่เอินยิ่งเดินคอตั้งเดินผ่านบ้านหม่าไปโดยที่ไม่สนใจว่านางเหมี่ยวเจินจะพูดจากระแนะกระแหนอะไรออกมา นางก็หาได้สนใจไม่ ส่วนท่านย่าหนี่ชุนนั้นตอนนี้กำลังซ่อมแซมเสื้อผ้าที่ขาดของลี่หยางพร้อมกับบอกว่าทีหลังให้เขาระวังให้มากกว่านี้หน่อย

 ลี่หยางได้แต่บอกว่าตัวเขาถึงจะต้องแต่งเป็นภรรยาของคนอื่นแต่เขาก็เป็นบุรุษหากมัวแต่ทำตัวนุ่มนิ่มระแวดระวังไปเสียทุกเรื่องนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้ในเมื่อเขาเองก็ต้องการช่วยสามีทำงาน พอย่าหนี่ชุนได้ยินหลานสะใภ้พูดออกมาเช่นนั้นนางทำได้แค่พูดคำว่า

 

ย่ารู้แล้ว ย่ารู้แล้ว ต่อไปย่าจะไม่ว่าเจ้าอีก"

 

ทางด้านหยางคุนกับน้องชายที่เข็นรถมาจนถึงตลาดแต่วันนี้พวกเขากลับไม่ได้มาตั้งแผงปลาดังเช่นที่ผ่านมาทั้งสองคนเข็นรถเข็นที่ใส่ถังปลาเอาไว้มุ่งหน้าไปยังเหลาอาหารที่ใหญ่ที่สุดในตำบลไห่ซานที่อยู่ห่างจากหมู่บ้านไห่เจินเพียง 5 ลี้เท่านั้น

เหลาอาหารฟาไฉเป็นเหลาอาหารที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งในตำบลไห่ซานและเจ้าของเหลาอาหารทำการค้าด้วยความซื่อสัตย์เสมอมา หยางคุนเมื่อมาถึงในส่วนที่รับซื้ออาหารจากชาวบ้านเขาเข้าไปสอบถามทันที

“พี่ชายข้าขอถามท่านสักครู่จะได้หรือไม่”

“มีอะไรเช่นนั้นหรือ หรือว่าพวกเจ้านำของมาขาย ถ้าเช่นนั้นก็เอามาให้ข้าดูได้เลย" ผู้ดูแลเหลาอาหารวัย ห้าสิบปี

“เป็นเช่นนั้นขอรับ เช่นนั้นท่านรอสักครู่” หยางคุนส่งสัญญาณให้หยางมู่เข็นรถเข้ามา

พอผู้ดูแลเห็นปลาจาระเม็ดตัวใหญ่นับ 10 ตัว ทั้งยังมีปลาเก๋าปลากะพงแดงปลาอินทรี เขาก็ยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจ เพราะปลาเหล่านี้ตัวใหญ่และยังคงสดใหม่ที่สำคัญพวกมันยังไม่ตายเพราะหยางคุนนำน้ำทะเลใส่ในถังไม้แล้วค่อยนำมาใส่ลงไปตามคำแนะนำของลี่หยาง 

แต่พอผู้ดูแลเดินดูถังปลามาเรื่อยๆ จนกระทั่งได้เห็นสมบัติแห่งท้องทะเลจากนั้นไม่นานเขาพูดอะไรไม่ออกได้แต่ยืนอ้าปากตาโตกลายเป็นเสาหินอยู่นาน พอได้สติเขาก็วิ่งกลับเข้าไปในเหลาอาหารพร้อมกับตะโกนเรียกเถ้าแก่เจ้าของเหลาอาหารเสียงดังลั่น

 

“เถ้าแก่ เถ้าแก่ ท่านอยู่ไหนขอรับ ออกมาดูข้างนอกกับข้าสักเดี๋ยว” หลังจากนั้นก็หันมาบอกสองพี่น้องให้รอก่อน

“ส่วนพวกเจ้า รอข้าก่อนข้าไปตามเถ้าแก่ สิ่งที่พวกเจ้านำมามันเกินกว่าที่ข้าจะตัดสินใจได้”

สองพี่น้องได้แต่ตอบรับคำของผู้ดูแลเพียงเท่านั้น “ขอรับ”

 

 

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel