บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 13  ซอสปรุงรสชนิดใหม่

ท่านย่าหนี่ชุนเห็นสามีกับลูกชายทั้งสองเดินกลับออกมาจากด้านในบ้าน จึงได้ถามด้วยความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมจู่ๆ ทั้งสามคนต้องรีบร้อนเข้าไปในบ้านหลังจากที่หลานๆ กลับมาจากรวบรวมอาหารทะเล

“ตาเฒ่า มีอะไรเช่นนั้นหรือแล้วพวกเจ้าเดินตามเจ้าใหญ่เข้าไปทำไม เกิดอะไรขึ้นกับเขาหรือ”

 

“ยายเฒ่า มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นกับครอบครัวเราล่ะ เจ้าใหญ่เลือกภรรยาได้ดี เด็กคนนี้เกิดจากครอบครัวเกษตรกรแต่มีความสามารถในการดำน้ำชนิดที่ว่าเจ้าใหญ่ยังสู้ไม่ได้ และวันนี้เมียเจ้าใหญ่ดำลงไปเก็บสมบัติล้ำค่าแห่งท้องทะเลมาได้ ต่อไปนี้ความเป็นอยู่ของพวกเราคงจะดีขึ้น เมียเจ้าใหญ่ทำได้อย่างที่เขาเอ่ยปากไว้ ขอบคุณสวรรค์ที่นำพาภรรยาที่ดีมาสู่เจ้าใหญ่ ในอนาคตหากพวกเราไม่อยู่แล้ว ข้าเชื่อว่าเจ้าใหญ่และสะใภ้ใหญ่จะเป็นต้นไม้ใหญ่ดูแลน้องๆ ต่อไป” หยางไห่เทียนพูดจบก็ยกมือปาดน้ำตาที่หางตา

 

“ตาเฒ่าเจ้าอายุปูนไหนแล้วถึงได้มาร้องไห้ไม่อายลูกอายหลานหรือ” นางหนี่ชุนเอ่ยปากต่อว่าสามีทั้งที่ดวงตาของตัวเองเต็มไปด้วยน้ำตา

“ท่านพ่อ ท่านแม่ อย่าร้องไห้เลยขอรับ เดี๋ยวเด็กๆ มาเห็นเข้าจะตกใจ” หยางคุน

“นั่นสิ ถึงท่านจะดีใจมากขนาดไหน ต้องหัวเราะสิจะมาร้องไห้ทำไม ข้าไม่เข้าใจท่านพ่อท่านแม่เลยจริงๆ” หยางมู่

“เจ้ารอง หุบปากของเจ้าไป แล้วนี่สะใภ้ใหญ่กับสะใภ้รองยังไม่กลับมาจากแปลงผักอีกหรือ”  ย่าหนี่ชุนหันไปถามหยางคุน

“ยังเลยขอรับท่านแม่ ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือไม่ แปลงผักของเราไม่ได้มีมาก ข้าเองก็ไม่รู้ว่าเหตุใดป่านนี้แล้วยังไม่กลับมา” หยางคุน

“แม่ว่าเจ้าไปดูสักเที่ยว แม่เกรงว่าจะไปเจอนังคนพาลบ้านหม่ารังแกเอาน่ะสิ ถ้าหากบ้านเรามีเงินแม่เองก็อยากจะซื้อที่ดินดีเอาไว้ปลูกผักเอง ไม่ต้องไปปลูกในที่ส่วนกลางของหมู่บ้าน” ย่าหนี่ชุน

“ขอรับท่านแม่ ข้ากับน้องรองจะไปเดี๋ยวนี้ขอรับ”

ยังไม่ทันที่สองพี่น้องจะได้ออกจากบ้านไปสองสะใภ้ที่ถูกกล่าวถึงก่อนหน้านี้ก็กลับมาถึงบ้านพอดี พร้อมกับสีหน้าไม่สู้ดีนัก ย่าหนี่ชุนมองดูสีหน้าของลูกสะใภ้แล้วคงไม่แคล้วถูกคนบ้านมาพูดจากดูถูกถากถางมาอีกเป็นแน่

“สะใภ้ใหญ่ สะใภ้รองเกิดอันใดขึ้นเหตุใดกลับมาช้าเช่นนี้” ย่าหนี่ชุน

 

“จะอะไรเสียอีกล่ะเจ้าคะท่านแม่ บ้านหม่าโยนกิ่งไม้กับต้นหญ้าใส่แปลงผักบ้านเรา ไม่เพียงเท่านั้นยังพูดจากว่าร้ายพี่สะใภ้เสียๆ หายๆ แถมยังพูดว่าเจ้าใหญ่ของบ้านเราเป็นหมาป่าอยากกินเนื้อหงส์ โชคดีที่ลูกสาวบ้านหม่าไม่เล่นด้วย ถึงได้ไปคว้าเอาเกอยากจนมาทำเมีย นางยังพูดอีกว่าพวกคนจนก็เหมาะสมกันแล้วกับเมียจนๆ” สะใภ้รองพูดออกมาด้วยความโมโห

 

“หน้าไม่อายจริง ข้าไม่คิดว่าบ้านหม่าจะไม่เลิกแล้วต่อบ้านเรา เท่าที่ผ่านมาในอดีตเฒ่าหม่าเองคดโกงพ่อของพวกเจ้า เพราะเมื่อก่อนพ่อของพวกเจ้าอาศัยเรือบ้านหม่าออกหาปลา แต่กลับไม่ได้รับความยุติธรรมภายหลังพ่อของเจ้าถอยออกมา ไม่เพียงแต่พ่อของพวกเจ้าไม่แก้ต่างกลับกลายเป็นว่าเงียบเอาไว้เพราะเห็นแก่พ่อของเฒ่าหม่าในตอนนั้น แต่บ้านหม่ายังทำตัวไม่รู้ผิดถูก มันช่างน่ารังเกียจนัก แล้วอีกอย่างเจ้าใหญ่ไม่เคยชายตาแลลูกสาวบ้านหม่า มีแต่เด็กสาวคนนั้นทำตัวไร้ยางอายมาเกาะแกะเจ้าใหญ่”

 

“ช่างมันเถอะเจ้าค่ะท่านแม่ ข้าเชื่อว่าเจ้าใหญ่กับเมียจะต้องมีวันที่ได้เชิดหน้าชูตา” นางลู่เอิน

“แน่ล่ะ เจ้าใหญ่สายตาดี อีกทั้งรักเมียมาก ให้เด็กบ้านหม่ามัดรวมกันสิบคนเจ้าใหญ่ก็หาได้สนใจไม่ พวกเจ้ารีบไปล้างหน้าล้างตาแล้วไปทำอาหารช่วยเมียเจ้าใหญ่เถอะ”

“เจ้าค่ะท่านแม่”

ในห้องครัวลี่หยางกำลังทำมื้อค่ำอย่างมีความสุข ปลาตัวใหญ่ที่จับมาวันนี้เขานำมาทำอาหารทั้งหมด ปลาตัวใหญ่หนึ่งตัวทำน้ำแกปลาขาวข้นกลิ่นหอมสดชื่น 

ปลาอีกหนึ่งตัวลี่หยางทำปลาเปรี้ยวหวานเสียครึ่งตัว อีกครึ่งตัวทำปลานึ่งซีอิ้ว นอกจากนี้ยังมีผัดผักป่า ที่เขาและน้องสามีไปเก็บมาเมื่อตอนเช้า รวมถึงเห็ดหอมและเห็ดหูหนูด้วย 

เห็ดทั้งสองอย่างนี้ลี่หยางนำมาผัดกับต้นหอม ถึงแม้อาหารจะธรรมดามาก แต่ลี่หยางรับรองเลยว่าเรื่องรสชาติย่อมไม่ธรรมดา อย่างน้อยๆ เขาก็มั่นใจว่าเขาทำอาหารได้อร่อยระดับหนึ่ง

“หยางเอ๋อร์มีอะไรให้แม่กับอาสะใภ้ช่วยหรือไม่” นางลู่เอินถามลูกสะใภ้

“ไม่มีขอรับท่านแม่ อาหารเสร็จพอดีขอรับ”

“เช่นนั้นแม่กับอาสะใภ้จะช่วยจัดโต๊ะและยกอาหารออกไปเอง เจ้าเองก็ไปล้างหน้าล้างตาก่อนแล้วค่อยมากินข้าว แม่ขอโทษที่กลับมาช้าไม่ได้ช่วยเจ้าทำอาหาร”

“ไม่เป็นไรขอรับท่านแม่ ไม่ได้ลำบากอันใดขอรับ ข้าทำได้ ท่านพี่ พาน้องๆ ไปล้างมือมากินข้าวก่อนขอรับ แล้วค่อยมากลับมาทำต่อ" ลี่หยางหันไปเรียกไห่เฉิง

หลังมื้ออาหารลี่หยางและสามีรวมถึงเหล่าน้องชายยังคงยุ่งวุ่นวายอยู่กับการจัดการหอยนางรม โดยมีแม่สามีกับอาสะใภ้เข้ามาช่วย ในที่สุดลี่หยางก็ได้ซอสหอยนางรมแสนอร่อยถึง 10 ไหเล็กด้วยกัน ทำให้แม่สามีดีอกดีใจเป็นอย่างมาก และเป็นอีกครั้งที่ทำให้ลี่หยางรู้ว่าที่นี่ยังไม่มีซอสหอยนางรม

“ลูกสะใภ้ ซอสหอยนางรมนี่อร่อยมากเลย แม่ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะสามารถนำเอาหอยที่ไม่มีใครสนใจเอามาทำอาหารได้อร่อยเช่นนี้”

“เวลาท่านแม่ผัดผักป่า หรือทำอาหารประเภทผัดเมื่อใส่ซอสหอยนางรมนี้เข้าไปก็จะทำให้รสชาติของอาหารดีขึ้นขอรับ ท่านแม่ไม่ต้องห่วงว่ามันจะหมด ซอสหอยนี้อยู่ได้ไม่นานข้ากลัวว่ามันจะเสียไปก่อน อย่างมากไม่เกิน สองอาทิตย์หากใช้หมดแล้วเราแค่ทำขึ้นมาใหม่ เพราะเช่นนั้นท่านแม่ใช้ได้ตามสะดวกขอรับ”

“แม่รู้แล้ว ขอบใจเจ้ามากนะลี่หยาง”

“ไม่เป็นไรเลย ข้าเต็มใจขอรับ”

 

ห้องโถงด้านนอกท่านพ่อและท่านอาปรึกษากันตกลงจะนำสมบัติแห่งท้องทะเลไปขายพรุ่งนี้ในตอนที่กลับมาจากจับปลา จะได้นำไปขายเสียพร้อมกัน หากขายได้ราคาดีพวกเขาจะมีเงินต่อเติมบ้านและซ่อมแซมให้แข็งแรงก่อนที่หน้ามรสุมจะมาเยือน อีกทั้งจัดเตรียมเสื้อผ้าสำหรับฤดูหนาวให้กับทุกคนในครอบครัวด้วย

 

หลังจากอาบน้ำพักผ่อนแล้วลี่หยางจึงบอกกับไห่เฉิงด้วยว่าพรุ่งนี้เขาจะออกไปหาปลาด้วยเพราะอีกสองวันจะต้องกลับไปเยี่ยมบ้านเดิมแล้ว โดยปกติการเยี่ยมบ้านเดิมนั้นจะต้องกลับไปในวันที่สี่ที่แต่งงานแต่ลี่หยางตั้งใจจะกลับไปช้าหน่อยเพราะเขามีอะไรหลายๆ อย่างที่จะต้องทำ อีกทั้งลี่หยางตั้งใจจะนำอาหารทะเลกลับไปฝากครอบครัวด้วย

 

เช้าวันต่อมาลี่หยางตื่นมาตั้งแต่ยามอิ๋น หลังจากจัดการธุรส่วนตัวเสร็จแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะต้องหุงอาหารมื้อเช้าเตรียมเอาไว้สำหรับครอบครัว ลี่ หยางทำอาหารง่ายๆ เพียงสามสี่อย่างเท่านั้น 

เพราะเมื่อวานพวกเขารวบรวมอาหารทะเลมาได้มาก มีทั้งปลาหมึก และหอยหลายชนิด เช้าวันนี้จึงมีน้ำแกงหอยตลับสีขาวข้นกลิ่นหอมสดชื่น ปลาหมึกผัดต้นหอม ไข่เจียวหอยนางรมซึ่งใช้หอยนางรมที่เหลือจากการทำซอสหอยนางรมเมื่อคืน และตบท้ายด้วยผัดผักป่า และซาลาเปาไส้ทะเลรวมสำหรับนำติดตัวไปกินระหว่างทางออกหาปลาด้วย

นางลู่เอินมองการกระทำที่ใส่ใจของลูกสะใภ้ด้วยความพอใจ ยิ่งดูยิ่งถูกใจและพอใจเป็นอย่างมาก ลี่หยางใช้เวลาเพียงไม่นานอาหารทุกอย่างก็เสร็จและเป็นเวลาเดียวกันกับที่เหล่าบรรดาชายหนุ่มในบ้านตื่นขึ้นมาเพื่อออกไปหาปลาในทะเล

“ท่านพี่วันนี้ข้าจะไปด้วยนะขอรับ” ลี่หยางบอกกล่าวสามี

“มันจะดีหรือพี่ว่าเจ้าจะเหนื่อยเกินไปหรือไม่” ไห่เฉิงแม้จะรู้ความสามารถของภรรยาแต่เขาก็ยังอยากให้ภรรยาอยู่ที่บ้านอยู่ดี

“ไม่เหนื่อยเลย ไม่เหนื่อยเลย โดยเฉพาะเวลาที่หาเงินได้เยอะๆ ขอรับ”

“ได้ ได้ เช่นนั้นน้องก็ไปเตรียมตัวเถอะ”

“ขอรับท่านพี่”

ไห่เฉิง หยางชุน ช่วยกันแบกถังไม้ที่มีซาลาเปาร้อนๆ ใส่กลิ่นหอมลอยออกมาถึงแม้ว่าเขาจะกินรองท้องไปบ้างแล้วแต่ไม่ได้ทำให้ความอยากอาหารของเขาลดลงเลยด้วยซ้ำ

หยางคุนกับหยางมู่สองพี่น้องไปรอที่เรือลำเล็กของเขาอยู่ก่อนแล้วเพื่อเตรียมความพร้อม เมื่อเห็นว่าลี่หยางจะออกไปหาปลาด้วยก็ทำให้หยางคุนกับหยางมู่พี่น้องได้แต่มองลูกสะใภ้หลานสะใภ้ด้วยความภาคภูมิใจ

 มีสะใภ้เกอบ้านใดบ้างที่จะยอมออกไปทำงานหนักเช่นสะใภ้เกอบ้านเขา ตลอดทางที่เดินมามีเสียงซุบซิบของชาวบ้านดังมาตลอด แต่คนบ้าน หยางหาได้สนใจไม่ ทำเพียงเตรียมตัวออกเรือหาปลาเท่านั้น 

“เจ้าว่าสะใภ้เกอบ้านหยางจะออกไปหาปลากับสามี หรือแค่ไปควบคุมเงินสามีตอนหาปลา” หญิงอ้วนที่ชอบซุบซิบนินทากล่าวขึ้นในตอนที่นางถืออาหารมาส่งให้สามี

“ข้าว่าคงจะมาควบคุมเงินเสียมากกว่า” หญิงหน้าเหลี่ยมลิ่วล้อของหญิงอ้วน

“สะใภ้บ้านหยางจะทำอะไรแล้วมันเกี่ยวอันใดกับพวกเจ้า” หญิงวัยกลางคนที่เป็นคู่อริกับพวกหญิงอ้วน

“ใครพูดกับเจ้ากัน ข้าไม่ได้ถามความคิดเห็นของเจ้าไม่ต้องมาพูดมาก” หญิงอ้วนว่าแล้วสะบัดหน้าเดินจากไป

คนบ้านหยางไม่ได้สนใจว่าใครจะพูดอะไร หรือมีความคิดเห็นเช่นไร เมื่อทุกคนมาพร้อมกันแล้ว พวกเขาก็ออกไปหาปลาในทะเลด้วยเรือลำเล็กของครอบครัว

ระหว่างนั่งเรือออกไปหาปลาหยางมู่เริ่มกินซาลาเปา หยางชุนเองก็เช่นเดียวกัน แม้แต่ท่านพ่อผู้เคร่งขรึมอย่างหยางคุนยังอดไม่ได้ที่จะแย่งซาลาเปากับน้องชายและหลานชาย ซาลาเปาไส้ทะเลรวมนั้นอร่อยมากอีกทั้งยังมีเห็ดหอมใส่ลงไปด้วย ซาลาเปาทั้ง 16 ลูกหมดลงไปภายในเวลาไม่นาน

เมื่อเรือแล่นมาถึงจุดที่พวกเขาใช้หาปลาในแต่ละวัน หยางชุนทำหน้าที่ตกปลาเช่นเดียวกับพ่อและท่านลุง ส่วนไห่เฉิงกับลี่หยางทั้งสองคนเลือกที่จะนำถุงตาข่ายผูกเอวแล้วดำน้ำลงไปมากกว่า

หยางไห่เฉิงดำน้ำได้ไม่ลึกเท่ากับลี่หยาง อีกทั้งขาสามารถกลั้นใจในน้ำได้น้อยกว่าลี่หยางด้วย ทำให้เขาจับได้แค่ปลาที่แหวกว่ายเข้าถุงตาข่ายเพียงเท่านั้น ซึ่งต่างจากลี่หยางที่ดำน้ำจมดิ่งลงไปเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่เขาวางเอาไว้

 

 

 

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel