ตอนที่ 12 สมบัติแห่งท้องทะเล
ทั้งห้าคนเดินมาถึงจุดหมาย ที่ชายหาดตอนมีชาวบ้านที่ออกมาหาอาหารอยู่บ้าง เด็กเล็กต่างวิ่งเล่นหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน ลี่หยางหมายมั่นปั้นมือเอาไว้ว่าจะต้องทำให้ครอบครัวของสามีดีขึ้นให้ได้
“ท่านพี่ ข้าว่าพวกเราเดินไปทางด้านนั้นดีหรือไม่ ข้าว่าทางด้านนี้คงไม่เหลืออะไรให้เราแล้วล่ะ อีกอย่างเหลือเวลาอีกไม่นานน้ำก็จะขึ้นแล้ว” ลี่หยางเอ่ยบอกสามี
“ได้พี่ตามใจเจ้า”
ลี่หยางเริ่มมองหาอาหารตามชายหาดจนมาถึงหินโสโครกที่มีหอยนางรมอยู่เป็นจำนวนมากและมีขนาดตัวที่ใหญ่ ลี่หยางดีใจเป็นอย่างมาก หยางชุนกับไห่เฉิงเดินตามหลังลี่หยางทั้งสองคนได้แต่มองหน้ากันเมื่อเห็นลี่หยางวิ่งเข้าไปแกะหอยนางรมที่เกาะอยู่ตามหินโสโครก
เดิมทีหอยชนิดนี้ไม่เป็นที่นิยมนัก เนื่องจากไม่สามารถเก็บเอาไว้ได้นาน เท่านั้นยังไม่พอเวลานำไปทำอาหารยังยากแก่การแกะเอาเนื้อข้างในออกมา ชาวบ้านจึงไม่นิยมเก็บสักเท่าไหร่ หากแต่ครอบครัวที่ยากจนเท่านั้นถึงจะยอมกินมัน
“พี่ใหญ่เหตุใดพี่สะใภ้ต้องดีใจขนาดนั้นด้วย นั่นมันหอยนางรมไม่นับว่าเป็นของดีอะไร แม้กระทั่งครอบครัวที่ยากจนที่สุดในหมู่บ้านของพวกเรายังไม่นำไปกินเลย” หยางชุน
“นั่นสิ แต่ข้าเชื่อว่าหยางเอ๋อร์คงมีความคิดดีๆ กระมัง” ไห่เฉิงตอบน้องชาย
“เช่นนั้นเราไปช่วยพี่สะใภ้เก็บกันเถอะขอรับ ข้าเชื่อว่าพี่สะใภ้คงคิดจะนำไปทำของอร่อยเป็นแน่” หยางชุน
“เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ” ไห่เฉิงตอบน้องชายพลางเดินสาวเท้าเข้าไปหาภรรยา
“ท่านพี่ อาชุนมาช่วยข้าเก็บหอยนางรมพวกนี้หน่อยเอาเฉพาะตัวที่มีขนาดตัวที่ใหญ่เท่านั้นนะ ส่วนตัวที่ยังเล็กอยู่ปล่อยเอาไว้ให้มันเติบโตก่อน ส่วนพวกเจ้าไห่ฉีกับอาเฟยอย่าได้ลงไปในน้ำลึกเข้าใจหรือไม่” ลี่หยาง
“หยางเอ๋อร์ แล้วน้องจะไปไหนหรือ” ไห่เฉิง
“ข้าจะไปเดินดูแถวนี้หน่อยขอรับท่านพี่ เพื่อว่าจะได้อะไรติดไม้ติดมือกลับบ้านบ้าง”
“เช่นนั้นพี่จะไปกับเจ้า เข้ายังไม่คุนชินกับหมู่บ้านนี้ ให้พี่ไปกับเจ้าจะดีที่สุด”
“เช่นนั้นก็ได้ขอรับ”
ลี่หยางเดินนำหน้าสามีเพื่อหาแนวหินโสโครก เพื่อบดบังสายตาของชาวบ้าน ลี่หยางตั้งใจจะดำน้ำเพื่อหาปลิงทพเล หรือหอยเป๋าฮื้อ กุ้งมังกร หรือแม้กระทั่งหอยมุกหากว่าเจออะไรเขาก็จะเก็บให้เรียบ ลี่หยางต้องการหาเงินเพื่อนำมาซื้อเรือประมงลำใหญ่ เพื่อที่จะได้ออกไปหาปลาไกลกว่าที่เรือเล็กจะออกไปได้
“ท่านพี่ขอรับ ปลิงทะเล หอยเป๋าฮื้อ กุ้งมังกร อะไรขายได้ราคาดีกว่ากันขอรับ” ลี่หยางถามสามี
“ที่เจ้าว่ามาล้วนแล้วแต่หายากและมีราคาแพงทั้งสิ้นพี่เองก็ไม่ใคร่รู้ราคาที่แน่นอน ด้วยไม่เคยมีใครจับได้และนำไปขายนานแล้ว”
“เช่นนั้นหรือขอรับ หากว่าเราสามารถหาของเหล่านี้ไปขายได้ ข้าคิดว่าน่าจะทำเงินให้ครอบครัวพวกเราไม่น้อย”
“มันจะเป็นไปได้อย่างไร ที่เจ้ากล่าวมาล้วนแล้วแต่อาศัยอยู่ในทะลึก พี่เองก็อยากจะจับมาขายเหมือนกันเพียงแต่ว่าพี่ดำน้ำไม่เก่งเท่าไหร่ ส่วนบ้านหม่านั้นแม้ว่าจะดำน้ำเก่งว่าใครในหมู่บ้านแห่งนี้ ยังไม่เคยจับของล้ำค่าเหล่านั้นได้สักครั้ง ถึงแม้จะมีได้มาบ้างแต่คุณภาพไม่ดีเท่าไหร่แถมขนาดเล็ก จึงทำให้ขายไม่ได้ราคาน่ะ”
“อ่อ เป็นเช่นนี้นี่เอง ท่านพี่ หากว่าข้าสามารถจับของล้ำค่าในทะเลได้เล่าขอรับ ท่านพี่เชื่อว่าข้าจะทำได้หรือไม่”
“พี่ไม่รู้ว่าหยางเอ๋อร์จะทำได้หรือไม่ แต่พี่เชื่อในตัวหยางเอ๋อร์และจะคอยสนับสนุนหยางเอ๋อร์เสมอนะ”
“ขอบคุณขอรับท่านพี่ ที่เชื่อในตัวข้า ข้าสัญญาว่าจะไม่ทำให้ท่านพี่ผิดหวัง”
ทั้งสองคนเดินมาจนถึงแนวหินโสโครกและอยู่ไกลจากระยะสายตาของชาวบ้านเพราะชายหาดบริเวณนี้มีแนวชายหาดที่แคบและน้ำลึกชาวบ้านจึงไม่นิยมมาหาของทะเลบริเวณนี้ ลี่หยางเริ่มที่จะถอดชุดด้านนอกออกเหลือเพียงแค่ชุดดำน้ำที่เขาทำขึ้นมาเองก่อนที่จะแต่งเข้าบ้านหยาง
“หยางเอ๋อร์นั่นเจ้าจะทำอะไรเหตุใดเจ้าจึงถอดเสื้อผ้า”
“ท่านพี่ ข้าจะดำน้ำขอรับ ท่านพี่เชื่อใจข้าก็พอ ส่งถุงตาข่ายมาให้ข้า”
“ระวังตัวด้วยและอย่าฝืนจนเกินไป”
“ข้ารู้ขอรับ”
ถึงปากจะไม่เอ่ยห้ามภรรยาแต่ใจกลับเป็นห่วงภรรยาผู้เป็นที่รักเป็นอย่างมาก อีกทั้งไห่เฉิงเองมีความไว้ใจและเชื่อใจภรรยาอยู่เต็มหัวใจ เขาจึงได้แต่เฝ้ารออยู่บนหินโสดครกด้วยใจจดจ่อ
ทางด้านลี่หยางเองเมื่อได้ลงน้ำตามที่ใจหวังเอาไว้แล้วเขารีบว่ายน้ำออกไปไกลจากแนวหินโสโครก จากนั้นก็พุ่งตัวดำน้ำลงไปในทะเลลึกทันที ลี่หยางมีความรู้สึกว่าเขากลั้นหายใจในน้ำได้ดีกว่าโลกที่จากมาเสียอีก
ลี่หยางมองหาเป้าหมายของเขาอย่างเริงร่า ไม่นานลี่หยางก็พบกับหอยเป๋าฮื้อตัวใหญ่ขนาดเท่าฝ่ามือ ไม่รอช้าลี่หยางรีบเก็บเข้าในถุงตาขายที่นำลงมาด้วย
นอกจากลี่หยางจะเก็บหอยเป๋าฮื้อมาได้ 4 ตัวแล้ว เขายังจับเอาปลิงทะเลตัวใหญ่มาได้ 1 ตัวจากนั้นก็พาตัวเองขึ้นสู่ผิวน้ำเพื่อหายใจ ลี่หยางสูดอากาศหายใจจนเต็มปอดจากนั้นก็ดำน้ำกลับลงไปใต้ทะเลลึกอีกรอบ
รอบนี้ลี่หยางจับกุ้งมังกรตัวใหญ่ได้ถึง 3 ตัว รอบต่อมาลี่หยางยังคงจับปลิงทะเลได้อีก 3 ตัว และปลาตัวใหญ่มาได้ 2 ตัว เมื่อเห็นว่าผลการเก็บเกี่ยววันนี้เป็นที่น่าพอใจ ลี่หยางรีบว่ายน้ำกลับไปที่หินโสโครกที่ไห่เฉิงนั่งรออยู่ทันที
ไห่เฉิงเห็นภรรยาที่หายลงไปในทะเลเป็นเวลากว่า ครึ่งชั่วยามกำลังว่ายน้ำตรงมายังหินโสโครกที่เขารออยู่ เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาด้วยความดีใจ ตลอดเวลาที่นั่งรออยู่ข้างบนนี้จิตใจของเขาไม่สงบสุขเสียเท่าไหร่ มันเต็มไปด้วยความวิตกกังวลไปต่างๆ นาๆ ทันทีที่เขาเห็นภรรยารักว่ายน้ำตรงมาในทิศทางที่เขารออยู่ ไห่เฉิงจึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอกดูเหมือนว่าก้อนหินหนักอึ้งที่กดทับภายในใจของเขาจะหายไปด้วย
“ท่านพี่ข้ากลับมาแล้ว รอข้านานหรือไม่ ท่านพี่ช่วยข้ายกถุงตาข่ายขึ้นไปได้หรือไม่ ข้าไม่สามารถที่จะยกมันขึ้นไปข้างบนได้ด้วยตัวคนเดียวขอรับ”
“ตกลง เจ้ารอสักเดี๋ยวพี่จะลงไปช่วยประเดี๋ยวนี้”
ไห่เฉิงลงไปในทะเลเพื่อช่วยลี่หยางปลดถุงตาข่ายที่ลี่หยางผูกเข้ากับเอวและยกขึ้นมาจากทะเล ทันทีที่ไห่เฉิงสัมผัสได้ถึงน้ำหนักของถุงตาข่าย เขาไม่รู้ว่าภรรยาเก็บอะไรมาได้บ้างเหตุใดถึงมีน้ำหนักมากเช่นนี้
ไม่รอช้าเขารีบยกถุงตาข่ายขึ้นวางบนหินโสโครกทันที และสิ่งที่เขาเห็นในถุงตาข่ายมันทำให้ไห่เฉิงมองด้วยความตกตะลึง ไห่เฉิงที่ตอนนี้สติหลุดลอยไปแล้วเขายืนทึ่มทื่อเป็นก้อนหินอยู่เป็นนานสองนาน เมื่อได้ยินเสียงภรรยาร้องเรียกเขาจึงได้สติกลับมา
“ท่านพี่ ท่านพี่ขอรับ ท่านพี่ไม่สบายตรงไหนหรือไม่”
“พี่.. พี่ไม่เป็นไร เพียงแต่พี่ตกใจมากเกินไปหน่อย หยางเอ๋อร์น้องรู้หรือไม่สิ่งที่น้องเก็บมาได้จากทะเลวันนี้มันสามารถขายได้ราคาแพงมาก ถือว่าเป็นสมบัติล้ำค่าแห่งท้องทะเลเลยก็ว่าได้ ”
“มันสามารถขายได้ราคาแพงเช่นนั้นหรือขอรับท่านพี่ หากเป็นดั่งที่ท่านว่านั่นย่อมดีต่อครอบครัวของพวกเรา ข้าอยากมีเรือลำใหญ่พวกเราจะได้ออกไปหาปลาได้ไกลขึ้น ข้าจะพยายามหาเงินช่วยท่านพี่อีกแรงนะขอรับ ตอนนี้ข้าว่าท่านพี่ รีบไปเอาถังมาใส่จะดีหรือไม่ ข้ากลัวว่ามันจะตายเสียก่อน”
“ได้ เจ้ารอพี่อยู่ที่นี่ พี่ไปไม่นาน ส่วนถุงตาข่ายพี่จะเอาวางไว้ในแอ่งหินนี่ก่อน อย่างน้อยๆ ยังมีน้ำอยู่พวกมันจะไม่ตายแน่นอน”
“ขอรับท่านพี่”
ไห่เฉิงรีบไปเอาถังไม้มาจากไห่ฉีที่ตอนนี้กำลังรวบรวมปลาหมึกและหอยตลับที่ชายหาด โดยที่เขาไม่พูดอะไรเพียงแต่บอกน้องชายว่าให้นำอาหารทะเลที่รวยรวมได้เทใส่ถังเดียวกันกับหยางเฟย ซึ่งแน่นอนว่าไห่ฉีทำตามความต้องการของไห่เฉิงโดยไม่อิดออด
ใช้เวลาเพียงไม่นานไห่ฉีกลับมาพร้อมกับถังไม้เขานำถังไม้ไปตักน้ำทะเลมาไม่มากนักแต่พอท่วมถุงตาขายที่เขาใส่ลงไปจาก ลี่หยางที่สวมชุดที่แห้งทับชุดดำน้ำของเขาเรียบร้อยและพร้อมที่จะกลับบ้านทันที ทั้งสองคนเดินไปรวมกลุ่มกับน้องๆ และเรียกทุกคนให้กลับบ้านทันที
หยางชุนไม่พูดหรือซักถามอะไรให้มากมาย เขาเห็นท่าทางร้อนรนของพี่ใหญ่ทำให้เขาฉุกคิดขึ้นได้ว่า พี่สะใภ้อาจจะพบอะไรดีๆ เข้าแล้ว เขารีบยกตะกร้าหอยนางรมขึ้นสะพายหลังและสาวเท้าเดินตามพี่ชายและพี่สะใภ้กลับบ้านทันที
หนางเฟยกับไห่ฉีเองก็เป็นเด็กที่เฉลียวฉลาด ทั้งสองคนไม่ถามอะไรหรือรีบหามถังไม้เดินตามพี่ชายกลับบ้านทันที ตลอดทางที่เดินกลับมาบ้านนั้น ไห่เฉิงสับสนวุ่นวายในใจอีกทั้งยังมีความรู้สึกละอายใจอยู่มาก
เขาที่เป็นสามีแท้ๆ แต่ไร้ความสามารถ กลับเป็นภรรยาของเขาที่มีความสามารถขนาดดำน้ำลงไปจับเอาของล้ำค่าแห่งท้องทะเลขึ้นมา ถึงแม้จะไม่แค่ 3-4 ตัว แต่มีขนาดที่ใหญ่นั่นหมายถึงว่าราคาของมันยิ่งจะสูงขึ้นไปด้วย
ทันทีที่กลับมาถึงบ้านเขาไม่ได้เอ่ยทักทายแม้กระทั่งท่านปู่ท่านย่า ท่านพ่อและท่านอาที่นั่งอยู่ที่ลานบ้านไห่เฉิงหิวถังตรงเข้าไปในครัวโดยไร้การพูดจา แต่ทว่าท่าทางที่เขาแสดงออกมาทำให้ ทุกคนที่นั่งอยู่ในลานบ้านรับรู้ได้ทันทีว่ามีสิ่งไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น หาไม่แล้วไห่เฉิงจะมีอาการตื่นตระหนกเช่นนั้นหรือ
หยางไห่เทียนหันหน้าไปมองลูกชายทั้งสองและภรรยา ทุกคนมีสีหน้าไม่ต่างกันจากนั้นเขาก็ลุกขึ้นเดินตามหลานชายและหลานสะใภ้เข้าไปในบ้าน หยางคุนกับหยางมู่พี่น้องก็ลุกเดินตามผู้เป็นพ่อเข้าไปทันที เหลือเพียงท่านย่าหนี่ชุนที่นั่งมองพวกเขาพ่อลูกจากไปด้วยความไม่เข้าใจและไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“เจ้าใหญ่เกิดอะไรขึ้น ไม่ใช่ว่าเจ้าพาสะใภ้ไปรวบรวมอาหารทะเลหรอกหรือ” หยางคุน
“ท่านพ่อ ไม่มีอะไรขอรับเพียงแต่ข้าตกใจเกินไปหน่อย”
“ตกใจ เจ้าตกใจเรื่องอันใด เกิดอะไรขึ้นรีบพูดมาจะมามัวอ้ำอึ้งอะไรอยู่อีก” หยางไห่เทียนดุหลานชายคนโตออกมาทีหนึ่ง
“นี่ขอรับ ท่านปู่ ท่านพ่อ ท่านอา” ไห่เฉิงทำอะไรไม่ถูก ได้เพียงแต่บอกให้พวกเขาดูในถังไม้เท่านั้น
“นะ..นี่.. นี่.. พี่ใหญ่ตบข้าทีแลัวบอกข้าทีนี่ข้ากำลังฝันไปอยู่หรือไม่” หยางมู่
“น้องรอง ตั้งสติหน่อย มีอะไรในถังไม้กันแน่ รีบเอาออกมาให้ท่านพ่อดูเร็วๆ เข้า เจ้าเป็นเด็กหรือยังไง หยุดพูดจาไร้สาระได้แล้ว”
“พี่ใหญ่ ท่านจะว่าข้าไมได้นะ เช่นนั้นท่านก็ดูเอาเองเถอะ” หยางมู่ยกถังไม้ออกมาตั้งด้านหน้าพี่ชาย
“ท่านพ่อ นี่มันสมบัติแห่งท้องทะเล ท่านพ่อ ท่านดูสิ มีตั้งหลายตัวแถมยังมีขนาดที่ใหญ่มากด้วย” หยางคุนเองก็อดที่จะตกใจไม่ได้
“เจ้าใหญ่ เจ้าได้ของพวกนี้มาได้อย่างไร เท่าที่ปู่รู้มา เจ้าพวกนี้อยู่ในน้ำลึก พวกเจ้าไม่ได้ไปทำอะไรไม่ดีมาใช่หรือไม่” หยางไห่เทียน
“ท่านปู่ ท่านพูดอะไร ท่านทำเหมือนไม่รู้จักข้า ข้ายังเป็นหลานของท่านอยู่หรือไม่” หยางไห่เฉิง
“นั่นสิท่านปู่เหตุใดถึงได้กล่าวหาพี่ใหญ่เช่นนั้น” หยางชุน
“แล้วเจ้าจะบอกมาได้หรือยังว่าเอาของพวกนี้มาจากไหน” หยางคุน
“ภรรยาข้าดำน้ำลงไปเก็บมาน่ะสิ ข้าหาภรรยาได้ดีและเก่งกาจใช่หรือไม่” หยางไห่เฉิงเชิดหน้าขึ้นตอบท่านพ่อของตัวเอง
“ทำอะไรกันอยู่หรือขอรับ” ลี่หยางที่กลับมาจากอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าถามขึ้น
“หลานสะใภ้ ของเหล่านี้เป็นเจ้าที่ดำน้ำจับมาได้เช่นนั้นหรือ” ไห่เทียน
“ขอรับท่านปู่ นอกจากนี้ข้ายังได้ปลาตัวใหญ่มาอีกสองตัวด้วย ท่านพี่ ท่านช่วยแยกพวกนี้ออกจากกันได้หรือไม่ ข้ากลัวว่าหากอยู่รวมกันแล้ว มันจะเบียดกันจนเกินไปทำให้เกิดบาดแผล และทำให้ราคาต่ำเอาได้”
“ได้ พี่จะแยกให้เดี๋ยวนี้”
“ท่านพ่อพาท่านปู่กับท่านอาออกไปนั่งพักผ่อนก่อนขอรับ ข้าจะทำอาหารรอท่านแม่กับอาสะใภ้”
“ได้ๆ ท่านพ่อ น้องรอง ออกไปด้านนอกกันเถอะขอรับ อย่าอยู่เกะกะในห้องครัวเลย”
หลังจากที่ทุกคนออกไปแล้ว ลี่หยางให้สามีกับน้องชายช่วยกันแกะหอยนางรมออกจากเปลือก วันนี้เขาจะทำซอสหอยนางรมเอาไว้กินในครอบครัว ลี่หยางไม่รู้ว่าที่นี่จะมีซอสหอยนางรมหรือยัง แต่เท่าที่ดูแล้วเมือนว่าเครื่องปรุงจะมี ซีอิ๊วหวานและ ซีอิ๊วขาว รวมถึงเต้าเจี้ยวแล้ว เพียงแต่ซอสหอยนางรมลี่หยางยังไม่เคยเห็นในบ้านเท่านั้น
