ตอนที่ 2
อินฉือเลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ ปกติคุณหนูของนางโปรดปรานเสื้อผ้าสีสดและเครื่องประดับหรูหรา ยิ่งโดดเด่นยิ่งชอบใจ เหตุใดวันนี้จึงเลือกแต่งกายสมถะผิดวิสัย
แต่ด้วยความเป็นบ่าวที่ดี นางจึงรับคำโดยไม่โต้แย้ง “เจ้าค่ะคุณหนู”
“ส่วนเจ้า ฉิงเหอ” เฉินหลันซินหันไปหาสาวใช้จอมแก่น “เจ้าจงไปสืบดูว่า วันนี้คุณหนูรองตระกูลหลิน หลินซูอี่ นางจองที่นั่งไว้ที่โรงน้ำชาใด”
“คุณหนูหลินหรือเจ้าคะ?” ฉิงเหอทำหน้าฉงน “คุณหนูจะไปหาเรื่องนางหรือเจ้าคะ คุณหนูหลินผู้นั้นเรียบร้อยดั่งผ้าพับไว้ รังแกไปก็ไม่สนุกหรอกเจ้าค่ะ”
“ใครว่าข้าจะไปรังแก” เฉินหลันซินหัวเราะเสียงใส “ข้าจะไปส่งเสริมวาสนาให้นางต่างหากเล่า รีบไปจัดการเสีย อย่าให้ข้าต้องรอนาน”
หนึ่งชั่วยามต่อมา ณ โรงน้ำชาจุ้ยอวิ๋น ซึ่งเป็นโรงน้ำชาที่ขึ้นชื่อที่สุดในเมืองหลวง ตั้งอยู่บนทำเลทองที่สามารถมองเห็นถนนสายหลักที่กองทัพจะเคลื่อนผ่านได้อย่างชัดเจน
เฉินหลันซินในอาภรณ์สีฟ้าอ่อนดูสะอาดตา ขับเน้นใบหน้าให้ดูอ่อนเยาว์และน่าทะนุถนอมยิ่งขึ้น นางนั่งอยู่ริมระเบียงชั้นสอง จิบชาหลงจิ่งชั้นดีพลางทอดสายตามองลงไปยังถนนเบื้องล่างที่เนืองแน่นไปด้วยผู้คน
“คุณหนูเจ้าคะ สืบมาได้แล้วเจ้าค่ะ” ฉิงเหอกระซิบรายงาน “คุณหนูหลินซูอี่นั่งอยู่ที่ห้องรับรองฝั่งตรงข้ามเจ้าค่ะ นางมากับสาวใช้ ดูเหมือนจะไม่อยากให้ใครสังเกตเห็น”
“ดี...” เฉินหลันซินพยักหน้าพึงพอใจ แผนการของนางเรียบง่ายนัก
ฉากนี้เฉินหลันซินจะปาสิ่งของใส่หลินซูอี่ด้วยความหมั่นไส้ ทำให้เกิดความวุ่นวาย แต่ครั้งนี้ นางจะเปลี่ยนบทบาท เป็นผู้สนับสนุนที่ดี นางเตรียมถุงหอมลายปักเป็ดยวนยางคู่ที่นางแอบยัดไส้กลอนสื่อรักเอาไว้แล้ว กะว่าจะหาจังหวะโยนให้ไปตกตรงหน้าม้าของติ้งกั๋วกง แล้วแสร้งทำเป็นว่ามันร่วงมาจากมือของหลินซูอี่
เมื่อวีรบุรุษเงยหน้าขึ้นมอง ก็จะสบตากับสาวงามขี้อายบนหอสูง... เพอร์เฟกต์! นี่คือฉากพบรักสุดคลาสสิกที่นางภูมิใจนำเสนอ
ทันใดนั้น เสียงกลองศึกดังกระหึ่มขึ้นจากทางประตูเมือง พื้นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินไหว ผู้คนสองข้างทางต่างเงียบเสียงลงด้วยความยำเกรง
“มาแล้ว! กองทัพฉางเยี่ยน!” เสียงผู้คนอื้ออึงเริ่มดังขึ้น
ขบวนทัพสีดำเคลื่อนตัวเข้ามาอย่างเป็นระเบียบ ทหารทุกนายสวมชุดเกราะเหล็กสีนิล สวมหน้ากากปิดบังใบหน้าครึ่งล่าง เผยให้เห็นเพียงแววตาที่ดุดันและไร้ความรู้สึก กลิ่นอายสังหารเข้มข้นแผ่ซ่านออกมาจนทำให้อากาศรอบด้านดูหนาวเหน็บลงถนัดตา
ธงรูปพญาเหยี่ยวสยายพลิ้วตามแรงลม นำหน้าขบวนคือบุรุษร่างสูงใหญ่บนหลังม้าสีหมอกตัวมหึมา เขาสวมชุดเกราะสีดำขลิบทอง ใบหน้าหล่อเหลา คิ้วกระบี่พาดเฉียง นัยน์ตาคมกริบดุจพยัคฆ์จ้องมองไปเบื้องหน้าอย่างไม่ไยดีต่อสิ่งรอบข้าง
ติ้งกั๋วกง ฮั่วจื่อเซียน... ตัวจริงช่างดูน่าเกรงขามกว่าในจินตนาการร้อยเท่า!
ข้างกายเขามีองครักษ์คนสนิทสองนายขนาบซ้ายขวา ผู้ที่อยู่ทางขวาหน้าตาเคร่งขรึม นามว่าจงอี้ ส่วนผู้ที่อยู่ทางซ้ายมีรอยยิ้มมุมปากดูเจ้าเล่ห์ นามว่าโจวจื่อ
“หล่อเหลาเหลือเกินเจ้าค่ะคุณหนู!” ฉิงเหอหวีดร้องเบาๆ แต่เฉินหลันซินหาได้สนใจความหล่อเหลานั้นไม่ นางกำลังคำนวณระยะทางและองศาการตกของถุงหอมในมือ
“จังหวะนี้แหละ!”
เมื่อม้าของฮั่วจื่อเซียนเคลื่อนเข้ามาใกล้จุดที่นางคำนวณไว้ เฉินหลันซินรวบรวมสมาธิ นางต้องปาถุงหอมนี้ให้แม่นยำที่สุด ให้มันดูเหมือนร่วงมาจากฝั่งของหลินซูอี่ที่อยู่ตรงข้าม
ฟิ้ว...
ถุงหอมไหมปักลายเป็ดยวนยางลอยละลิ่วออกจากมือของเฉินหลันซิน ข้ามผ่านความว่างเปล่ากลางถนน มันพุ่งโค้งอย่างสวยงามมุ่งหน้าไปยังหน้าม้าของแม่ทัพหนุ่ม
ทว่า...
สิ่งที่นางไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น จู่ๆ ลมกรรโชกแรงระลอกหนึ่งก็พัดวูบเข้ามาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ส่งผลให้ถุงหอมที่ควรจะตกหน้าม้า กลับถูกพัดเบี่ยงทิศทาง ปลิวว่อนไปกระแทกเข้ากับอกเสื้อของฮั่วจื่อเซียนอย่างจัง!
แม่ทัพหนุ่มชะงักม้าทันที มือแกร่งคว้าถุงหอมนั้นไว้ได้ด้วยสัญชาตญาณอันรวดเร็ว
“แย่แล้ว” เฉินหลันซินหน้าซีดเผือด “ลมบ้าอะไรมาพัดตอนนี้!”
ฮั่วจื่อเซียนก้มลงมองถุงหอมในมือ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองหาที่มาของวัตถุปริศนานี้ สายตาคมกวาดมองไปรอบทิศ ท่ามกลางความเงียบสงัดของฝูงชนที่ตื่นตระหนกว่าใครบังอาจลอบโจมตีท่านแม่ทัพ
เฉินหลันซินรีบหดหัวกลับเข้ามาในระเบียง หัวใจเต้นรัวดั่งกลองศึก นางภาวนาขอให้เขาเข้าใจผิดว่าเป็นของหลินซูอี่
แต่สวรรค์ดูท่าจะไม่เข้าข้าง... เพราะทิศทางลมและมุมที่ปามานั้น ชัดเจนว่ามาจากระเบียงฝั่งทิศตะวันออก ซึ่งเป็นฝั่งที่นางนั่งอยู่!
“โจวจื่อ” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้น แฝงด้วยพลังยุทธ์ที่ทำให้คนฟังขนลุก
“ขอรับท่านแม่ทัพ” องครักษ์หนุ่มรับคำ
“ขึ้นไปดูซิว่า... สตรีตระกูลใดช่างกล้าหาญชาญชัย ส่งของแทนใจให้ข้ากลางถนนเยี่ยงนี้” ฮั่วจื่อเซียนเอ่ยพลางกระตุกยิ้มมุมปาก “นำนางลงมา ข้าอยากจะเห็นหน้านางนัก”
เฉินหลันซินได้ยินประโยคนั้นชัดเจนเต็มสองหู นางทรุดตัวลงนั่งกับพื้นเก้าอี้ ยกมือทาบอกด้วยความตื่นตระหนก
“จบกัน ข้าอุตส่าห์ปูทางให้เขามองนางเอก ไยเขาถึงเงยหน้ามองหาข้าเล่า!”
เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้นจากบันไดโรงน้ำชา ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ราวกับเสียงมัจจุราชที่กำลังมาเยือน เฉินหลันซินหันไปมองหน้าอินฉือและฉิงเหอที่หน้าซีดไม่แพ้กัน
แผนการแรกเพิ่งเริ่ม ก็พังไม่เป็นท่าเสียแล้ว... ดูท่าชีวิตในนิยายเรื่องนี้ของนาง จะไม่ง่ายดายอย่างที่คิดเสียแล้วกระมัง!
