บท
ตั้งค่า

บทที่ 6 ข้าจะหย่า

ระหว่างรอสับปะรดนางต้องเตรียมพื้นที่ปลูก ซึ่งชาวบ้านก็เตรียมให้นางพร้อมแล้ว ที่เหลือก็คงเป็นสถานที่หมัก สิ่งที่ต้องเลือกก็คือโอ่งขนาดพอเหมาะสำหรับใช้หมัก

วันนี้ตอนเช้าตรู่ซือหยางได้นำหีบทองมาหนึ่งหีบ ตอนแรกอีกฝ่ายคิดว่านางจะปฏิเสธ แต่เปล่าเลย หลิวชิงรับมาอย่างเต็มใจ

“อันนี้ถือว่าเป็นค่าความลำบากที่ข้าได้รับในเวลานี้ ไม่ถือว่าเป็นบุญคุณแต่อย่างใด ท่านจะกล่าวอ้างหาเรื่องไม่หย่าให้ข้าในภายหลังไม่ได้เด็ดขาด”

ซือหยางค่อนข้างแปลกใจที่นางพูดเช่นนี้ อีกทั้งมองกระดาษที่นางเขียนขึ้น เขามองตัวอักษรแปลกตา และยิ่งแปลกไปอีกเมื่อ…

“เจ้าเขียนหนังสือได้ตั้งแต่เมื่อไร”

เขาไปรบเกือบหนึ่งปี ไม่แปลกถ้านางจะกล่าวอ้างว่า “หนึ่งปีที่ท่านจากไป ท่านคิดว่าข้าใช้ลมหายใจทิ้งไปวัน ๆ หรืออย่างไร” นางเอ่ยประชดประชัน ไม่ได้เกรงใจว่าตัวเองอยู่ในร่างของภรรยาอีกฝ่ายแต่อย่างใด

“เป็นข้าเองที่ทำให้เจ้าแปลกไป”

ไม่เลย สวรรค์ต่างหาก และอีกอย่างภรรยาท่านตายไปแล้ว นึกถึงสภาพตัวเองตอนที่ฟื้นขึ้นมาก็รู้ได้ทันทีว่านางถูกกลั่นแกล้งมานานเท่าไร มือที่หยาบกระด้าง รูปร่างที่ผอมจนใกล้เห็นกระดูก ไม่แปลกที่อีกฝ่ายจะตาย หลิวชิงตัวจริงหลุดพ้นจากความทรมานแล้ว เหลือเพียงนางที่ต้องมารับกรรมต่อ ดังนั้นแล้วนางต้องทำให้หลิวชิงร่างนี้หลุดพ้นจากเขาให้ได้

“ท่านโปรดลงชื่อด้วย”

ซือหยางหยิบพู่กันและเขียนลงไปอย่างไม่ลังเล ถึงอย่างไรเขาก็มีอีกมากมาย เงินเพียงน้อยนิดที่สมควรเป็นของนางเขาไม่เสียดายสักนิด

ได้เงินมาแล้วก็เหลือคนช่วย นางหันมองเขาที่เป็นแม่ทัพใหญ่ “ปกติแล้วท่านให้ทหารฝึกซ้อมยังไง”

ซือหยางมองนางที่ถาม สีหน้านางอมยิ้มเหมือนมีเลศนัย ยิ่งพอนางเอ่ยออกมาเขาก็ไม่คิดว่านางจะคิดให้

แผนการให้ทหารยกโอ่งขึ้นภูเขา ใครยกได้มากที่สุดจะได้รางวัลอย่างงาม ซึ่งหลิวชิงไม่ได้ให้ใช้หีบที่ตัวเองได้มา แต่กลับให้ซือหยางขุดจากคลังมามอบให้แทน

เรื่องอะไรนางจะขาดทุน...

ซือหยางมองภรรยาตนที่กำลังชี้ให้ทหารวางโอ่งให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ใบหน้านั้นน่ามองยิ่งนัก ทำให้เขาเผลอตัวจนไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง

เสียงไอดังขึ้น “ท่านอ๋อง” เสียงนั้นดังใกล้ตัว องครักษ์เผยถังมองท่านแม่ทัพที่กำลังเหม่อลอยจึงเรียกอีกครั้ง “ท่านอ๋อง”

ซือหยางได้สติจึงหันมองคนเรียกพบว่าสีหน้าองครักษ์เผยถังซีดกว่าปกติ แถมเหงื่อก็ท่วมตัว “เจ้าได้แบกโอ่งกับเขาด้วย?”

องครักษ์เผยถังส่ายหน้า “ไม่ได้แบกขอรับ” เสียงไอดังออกมาอีกทำให้หลิวชิงที่คุมทหารวางโอ่งหันมอง จากนั้นภาพที่นางเห็นก็คือองครักษ์เผยถังล้มลงต่อหน้าหวางอ๋องซือหยาง

“เผยถัง!” เสียงซือหยางเรียกชื่ออีกฝ่าย กำลังจะก้มลงไปดูและเรียกทหารเข้ามาช่วยแต่แล้วก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น

“พวกท่านห้ามแตะต้องตัวเขาเด็ดขาด” หลิวชิงสั่งทุกคน จากนั้นก็วิ่งเข้าไปในกระท่อมแล้วหยิบผ้าปิดปากมาหลายผืนส่งให้ซือหยางและคนของเขา ส่วนตัวนางเองปิดเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

“พวกท่านปิดปากก่อน” นางสั่งให้ทหารแบกคนป่วยไปวางบนแคร่ไม้ใต้ต้นไม้ใหญ่ จากนั้นก็สั่งให้ทหารไปตามท่านหมอหลุนและจินเฟิงมาเพื่อตรวจอาการ ระหว่างนั้นนางก็ไม่ยอมให้ใครแตะต้องตัว

หลิวชิงหันมองซือหยางก็รีบสั่ง “ท่านล้างมือก่อน” นางรีบหยิบน้ำต้มสุกมาล้างมือเขา ความเป็นห่วงที่แสดงออกมาเลยยิ่งทำให้ซือหยางมองข้ามไปว่านางทำเพื่อสิ่งใด

“เจ้าเป็นห่วงข้า”

หลิวชิงเงยหน้ามองเขา “ข้าไม่ได้ห่วงท่าน แต่…” จะเรียกว่ายังไงดี นางห่วงใยสุขภาพกลัวว่าเขาจะป่วยต่างหาก แล้วมันต่างจากห่วงตรงไหน ยิ่งคิดก็ยิ่งงงตัวเอง

“โรคกาฬโรค…” หลิวชิงเว้นช่วงก่อนจะเปลี่ยนคำเรียกโรคใหม่ “โรคห่าที่พวกท่านเรียกในอีกไม่นานจากนี้ เป็นโรคติดต่อทางพาหะคือหนู การกินอยู่ไม่สะอาด กินอาหารก็ต้องต้มสุก ห้ามกินดิบ ต้องอุ่นร้อนไม่ทิ้งข้ามคืน เครื่องเรือนก็ต้องหมั่นทำความสะอาดอยู่เสมอ”

เขาออกรบมาแรมปี คำพูดพวกนี้ล้วนตรงกันข้ามทั้งหมด “ทหารอย่างพวกเรายามทำศึกล้วนต้องเร่งรีบ อาหารสุกร้อนก็ไม่เคยได้กิน ยิ่งต้มสุกร้อนด้วย ความสะอาดก็ยิ่งแล้วใหญ่ ถึงมีการเจ็บป่วยล้มตายแต่ก็ไม่ได้มากมายขนาดนั้น”

“หากท่าน…” หลิวชิงจะอธิบายต่ออีกฝ่ายก็เอ่ยขัดเสียก่อน

“เจ้าควรเรียกข้าว่าท่านพี่ ถึงเจ้าอยากจะหย่า แต่ตอนนี้พวกเรายังไม่หย่ากัน เจ้ายังเป็นภรรยาของข้าอยู่” น้ำเสียงเขาเหมือนโกรธเคือง

ส่วนนางก็กำลังอ้าปากจะเถียง แต่เพื่อให้เขาได้เตรียมการจึงยอมเขาสักครั้ง “โรคนี้ไม่ได้เจ็บป่วยแค่ห้าคนสิบคน แต่จะทำให้คนทั้งกองทัพของท่านตายหมดหากไม่รีบรักษา”

นางพูดแบบนี้ขึ้นมาโดยที่เหตุการณ์ไม่ทันจะเกิดคิดว่าคนจะเชื่อไหม แน่นอนว่าไม่

“เจ้าพูดเหลวไหล”

เอาเถอะ ไว้ให้พวกท่านคิดได้แล้วข้าจะได้ขายน้ำส้มสายชูไว้ทำความสะอาดเครื่องเรือนและรักษาตัวก่อน จากนั้นก็ค่อยมาขอโทษข้าแล้วกัน

“ก็แล้วแต่ท่าน…” หลิวชิงมองหน้าอีกฝ่าย “ท่านพี่จะคิดแล้วกัน แต่หากถึงวันนั้น คำปรึกษาจากข้าจะไม่ใช่คำพูดปากเปล่าอีกแล้ว แต่จะเป็นเงินแทน”

จะหาว่านางหน้าเงินก็ช่าง แต่นางอยากได้เงินตั้งตัวและใช้ชีวิตอยู่ในยุคโบราณนี้จนตายอย่างสงบสุข

หลิวชิงหันมองท่านหมอหลุนที่เดินมาพร้อมจินเฟิงจึงขยับเดินไปหา ซือหยางเห็นแบบนั้นก็เดินตาม ก่อนจะยืนคั่นกลางเมื่อนางไปยืนใกล้จินเฟิง

หลิวชิงกลอกตามองบนหนึ่งรอบ ก่อนจะบ่นในใจว่าใกล้จะตายแล้วยังจะมัวแต่หึงหวงนางอยู่อีก ไม่รู้ว่าองครักษ์ผู้นี้ติดไข้ตั้งแต่เมื่อไร เขาที่อยู่ใกล้ชิดก็ถือว่าเสี่ยงเหมือนกัน เมื่อคิดได้หลิวชิงก็ถอยห่างอีกสองก้าว การทำแบบนี้ทำให้คนที่เป็นสามีถึงกับหน้าตึงและยิ่งหึงนางขึ้นไปอีก

“จินเฟิง” เสียงท่านหมอหลุนช่วยลดความตึงเครียดได้ เรียกบุตรชายไปช่วย “ต้องพาเขาไปที่กระท่อมของข้า”

หลิวชิงเห็นดังนั้นก็เดินไปหาบุตรสาว จับจูงมือเว้นระยะห่างเพื่อไปยังกระท่อม ซือหยางที่เดินตามก็เอ่ยถาม

“เวลาเพียงครึ่งปีเหตุใดเจ้าถึงได้เปลี่ยนเป็นคนละคนเช่นนี้ บอกข้าได้หรือไม่ชิงชิง”

“ข้าไม่ใช่ชิงชิงคนเดิมของท่านอีกแล้ว ท่านควรปล่อยข้าไป”

นางเอ่ยโดยที่ตัวเองเดินอยู่ด้านหน้าและไม่ได้หันมองเขาสักนิดเลยไม่ได้เห็นแววตาเศร้าที่เอ่ยกลับ

“ไม่ว่าเจ้าจะเปลี่ยนไปเท่าไร เจ้าก็เปลี่ยนตัวตนที่ว่าเจ้าเป็นภรรยาข้าไม่ได้ และข้าก็ไม่ยอมให้เจ้าไปจากข้าแน่นอน”

หลิวชิงที่กุมมือลูกสาวก้มมองเด็กน้อยที่บีบมือนาง ใบหน้านั้นเต็มไปด้วยความเศร้า “ท่านแม่ ท่านให้อภัยท่านพ่อเถอะเจ้าค่ะ”

ถูกสองคนพูดแบบนี้แล้วนางก็เริ่มลังเลกับแผนการรวยโดยไร้สามี จังหวะการเดินไปกระท่อมนั้นยาวนานเหมือนกับใจนางที่หวั่นไหว หรือเพราะความรู้สึกจาง ๆ ของร่างนี้ยังอยู่

เป็นดั่งคาดการณ์ องครักษ์เผยถังป่วยเป็นกาฬโรคจริง ๆ แต่อาการยังไม่หนักเท่าคนแรกที่ยังทดลองรักษาอยู่อีกห้องหนึ่ง ท่านหมอหลุนจึงกันทุกคนออกไป

หลิวชิงจึงพาชิงลี่ออกไปรอด้านนอกชาน ซือหยางก็รีบตามไปด้วยเช่นกัน เมื่อนั่งลงอีกฝ่ายก็ถามอีก

“ที่เจ้าพูดมาคือเรื่องจริงหรือไม่”

เขาหมายถึงอะไร เรื่องคนจะตายเป็นล้าน หรือว่าเรื่องที่นางบอกว่าคุณชายเฉินฝางที่ไม่เคยเห็นหน้ากันเลยสักครั้งคือพ่อของเด็กในท้อง

พอไม่รู้ว่าคือเรื่องอะไรนางก็ไม่ตอบ ได้แต่นิ่งเงียบ

“ถ้าเช่นนั้นข้าต้องทำเช่นไรเพื่อไม่ให้เรื่องพวกนี้เกิดขึ้น”

หลิวชิงไม่ตอบเช่นเดิม นางลุกขึ้นไปหยิบกระดาษมาแล้วส่งให้เขาแทน พอจะนั่งลงก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา

“ชิงเอ๋อร์” ชิงเอ๋อร์ไหนอีก หลิวชิงหันมองตามเสียงก็พบว่าเป็นบุรุษคนหนึ่งในชุดสีเขียวสดใสกำลังลงจากรถม้า ในมือถือพัดโบก ผมรวบขึ้นเพียงครึ่งหนึ่ง ตรงเอวมีกระเป๋าคาดเอวอยู่

อย่าบอกนะว่าเขาคือ…

“ข้ากลับมาแล้ว มาพร้อมกับของที่เจ้าต้องการ” เพราะว่าเขาแวะที่ร้านก่อนจึงทราบว่านางทำงานอยู่กับหมอหลุน ไม่ได้อาศัยอยู่ในสกุลหวงแล้ว จึงเร่งรีบขึ้นเขาเพื่อนำสินค้าที่นางต้องการมาให้

หลิวชิงไม่ได้มองหน้าคนข้างตัวสักนิด นางเดินไปหาอีกฝ่ายที่กำลังฉีกยิ้มกว้างยกมืออ้าแขนรับนางเข้าไปกอด ใบหน้าซือหยางไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัดรีบขยับเดินตามนางคิดเข้าไปขวาง

“ชิงเอ๋อร์” เสียงหวานเรียกชื่อนาง

จากนั้นก็ “.....” เฉินฝางมองนางเดินผ่านไม่สนใจเขาสักนิด แต่กลับสนใจเกวียนสินค้าด้านหลัง

หลิวชิงเปิดผ้าที่มีน้ำชุ่มอยู่ออกมองต้นพันธุ์สับปะรดที่ใบเริ่มออกเหลือง ถือว่าเขารู้จักวิธีการเก็บรักษาพันธุ์ต้นไม้ เพราะกว่าจะมาถึงเมืองหลวงต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์ หากเป็นคนอื่นตอนนี้คงตายหมดแล้ว ดังนั้นแล้วนางต้องเร่งลงมือปลูก อีกทั้งจากสถานการณ์คนที่เริ่มป่วยตอนนี้นางต้องเร่งหมักน้ำส้มสายชูโดยเร็ว

“ซือหยาง” นางหันมองเจ้าของชื่อที่อยู่ด้านหลัง อีกฝ่ายเมื่อได้ยินนางเรียกชื่อก็ยืดตัวขึ้นมาหน่อย “ฮูหยินเรียกข้ามีอันใด”

หลิวชิงรู้สึกแปลก ๆ ที่ได้ยินแบบนี้ นางไม่คิดว่าอีกฝ่ายมีจุดประสงค์เพื่อข่มใครบางคนว่าอยู่ในฐานะอะไร แต่สนใจงานของตนมากกว่า

“ข้าอยากให้คนของท่านปลูกหน่อสับปะรดให้เสร็จก่อนรุ่งสาง”

ในเมื่อมีให้ใช้นางก็ใช้โดยไม่เกรงใจ ส่วนคนได้หน้าก็ภูมิใจที่เมียยังคิดถึงอยู่ แต่หารู้ไม่ว่านางคิดแต่จะรวยแล้วแยกทางเท่านั้น

นางหันไปมองคุณชายเฉินฝางที่ทำสีหน้าไม่ค่อยพอใจเท่าไร “ข้าเร่งรีบเดินทางกลับมาเพื่อพบเจ้า คำทักทายสักคำก็ไม่มี” น้ำเสียงเขาเหมือนสามีงอนภรรยา จากนั้นเขาก็มองนางตั้งแต่หัวจดเท้า

“เจ้าดูมีน้ำมีนวลขึ้น ข้าคิดว่าเจ้าจะอดอยากปากแห้งเสียอีก ที่ไหนได้…”

“ข้าท้อง” หลิวชิงบอกโดยไม่เกรงใจ ปากคุณชายเฉินฝางกำลังจะถามว่านางท้องกับใครในเมื่อสามีไปรบ หลิวชิงก็เอ่ยแทรกขึ้นมา

“บุตรของท่าน หรือว่าท่านจะปฏิเสธ”

หา!! คนได้เป็นพ่ออ้าปากค้างหันมอง ตอนนี้ไม่เพียงแค่ซือหยางเท่านั้นที่ยืนเหมือนจะใช้ดาบปาดคอเขา ยังมีจินเฟิงอดีตคู่หมั้นนางอีกคน แล้วเขาไปเป็นพ่อเด็กในท้องตอนไหน แม้แต่จับมือนางก็ยังไม่เคย!!

“แค่ก ๆๆ” เขาไอขึ้นมาพร้อมกำลังจะแก้ต่าง แต่หลิวชิงก็รีบร้องไห้แล้วพูด

“หรือท่านจะไม่ยอมรับในสิ่งที่ท่านทำ ทั้งที่ตอนนั้นท่านบอกว่ารักข้า อยากให้ข้าหลุดพ้นจากสกุลหวงโดยเร็ว” บีบน้ำตาเก่งเหลือเกินแม่คุณ คุณชายเฉินฝางกำลังจะบ้าตาย หันมองสีหน้าซือหยางเหมือนจะฆ่าเขาให้ตายตอนนี้

เขาที่เห็นสถานการณ์ไม่ดีจึงพูดแทรกขึ้น “ข้า…”

“ท่านคิดจะไม่รับผิดชอบ” หลิวชิงก็รีบแทรก

“ข้า…”

“ท่านกลายเป็นบุรุษไร้ยางอายตั้งแต่เมื่อไร”

“.....” คุณชายเฉินฝางอ้าปากค้าง ใบหน้าเริ่มมีเหงื่อซึมเมื่อซือหยางดึงดาบออกมา เขาอาศัยความเร็วรีบคว้าแขนหลิวชิงไปยังใต้ต้นไม้ใหญ่เพื่ออยู่ให้ห่างจากดาบที่กำลังจะปาดคอตัวเอง

“เจ้าเล่นอะไรอยู่ชิงเอ๋อร์”

หลิวชิงเลิกคิ้วมองอีกฝ่าย เป็นอย่างที่นางคิด สองคนนี้ไม่มีอะไรกันจริง ๆ แล้วอีกฝ่ายมอบถุงหอมให้นางทำไม

“ถุงหอม”

คุณชายเฉินฝางก้มลงมองถุงหอม “เจ้าหมายถึงถุงหอมที่ข้ามอบให้เจ้าใช่ไหม นั่นก็เพื่อการติดต่อตกลงที่จะซื้อขายที่ดินต่างหาก”

“ที่ดิน?” นางถามอย่างสงสัย

คนไม่ทันสังเกตก็รีบพูดต่อเพราะกลัวตัวเองตาย

“ก็ที่ดินบรรพบุรุษสกุลหวงอย่างไรเล่า ตอนนั้นเจ้าเป็นคนขอร้องให้ข้าช่วยนำที่ดินผืนนั้นกลับมาให้เจ้า แล้วเจ้าจะแบ่งที่ดินครึ่งหนึ่งให้ข้าเป็นการแลกเปลี่ยน”

“ข้าจะเอาที่ดินคืนไปทำไมในเมื่อยกให้สกุลหวงไปแล้ว”

“เจ้าไม่รู้แล้วข้าจะรู้เหรอ อีกอย่างที่ดินผืนนี้แม้จะดูไม่มีราคาแต่ก็เป็นที่ดินที่มีฮวงจุ้ยที่ดีที่สุดในเมืองนี้ ข้าเองก็ต้องการจะนำมันใช้ฝังบรรพบุรุษสกุลเฉินเช่นกันจึงยอมตกลงกับเจ้าก่อนจะออกเดินทางไปทางเหนือ”

อย่างนี้นี่เอง ในเมื่อนางต้องใช้ผืนดินนี้เพาะปลูกและทำกำไร ดังนั้นแล้วหากได้ผลกำไรที่ต้องการนางก็จะได้ซื้อที่ดินผืนใหม่มากกว่าเท่าไรก็ได้ เพราะนางไม่สนฮวงจุ้ยอะไรนั่นด้วยซ้ำ

“ถ้าอย่างนั้นท่านกับข้าก็มีจุดประสงค์เดียวกัน”

ใบหน้าของคุณชายเฉินฝางมองอย่างระแวง “ข้าจะยกที่ดินผืนนั้นทั้งหมดให้ท่าน ส่วนข้าก็ต้องการที่จะหย่ากับซือหยางโดยเร็ว เหตุผลเท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ท่านกับข้าร่วมมือกัน”

“ร่วมมืออะไร” พูดเสร็จก็หันมองซือหยางสามีของนางที่กำลังจะเดินมา สีหน้าเหมือนกำลังบอกว่าจะไม่ทนให้ภรรยาตนคุยกับบุรุษอื่นอีกแล้ว

“ท่านต้องรับเป็นพ่อเด็กในท้อง”

“ไม่ได้”

“ต้องได้”

“ถ้าท่านไม่ทำข้าจะร้องเดี๋ยวนี้!!”

“จะร้องทำไม!!” คุณชายเฉินฝางหันมองหลิวชิงที่ยกมือขึ้น จากนั้นก็ทำเป็นเอนตัวและล้มลงอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์มันเกิดขึ้นเร็วมากจนเขาตั้งตัวไม่ติด

ซือหยางที่เห็นหลิวชิงกำลังจะล้มก็รีบเข้ามาประคอง

“ท่านไม่รักบุตรคนนี้ถึงขนาดอยากจะฆ่าเขาเชียวหรือ…ฮืออออ” จากนั้นน้ำตามากมายก็ไหลออกมาไม่หยุด

คุณชายเฉินฝางหน้าซีดแล้วซีดอีกเมื่อเห็นดาบคมที่ถูกดึงออกจากฝักของซือหยาง

สวรรค์ ท่านแกล้งข้าใช่ไหมถึงได้ส่งนางจิ้งจอกตัวนี้มาเจอข้า!!!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel