ตอนที่สาม อยากรู้อยากเห็น2 (กรุบกริบ)
ตอนที่สาม
อยากรู้อยากเห็น
เมื่อนึกขึ้นได้ มือที่วางอยู่บนตักจึงกำแน่นแล้วกดเล็บยาวเรียวจิกลงบนฝ่ามือจนเป็นรอยเพื่อเตือนตนเองให้มีสติ
จะทำอะไร จ้าวเยว่ซิน
นี่มัน...ไม่ควร ไม่ใช่เวลา ไม่ใช่ที่นี่
แม้จะย้ำเตือนอย่างไรแต่ความต้องการนั้นไม่ได้จางหาย เป็นเพียงความพยายามที่จะกดลึกให้ซ่อนตัวอยู่เท่านั้น
แต่ความอุ่นร้อนที่แผ่ซ่านยังคงทรมาน
และยิ่งถูกห้าม ย่อมยิ่งชัดเจน
ฝ่ามือบางเผลอยกขึ้นกอบกุมก้อนเต้าเนื้อของตนเองนอกร่มผ้าข้างหนึ่ง ขณะอีกข้างค่อยๆ ยกชายกระโปรงขึ้นแล้วล้วงนิ้วมือเล็กเข้าไปสัมผัสลูบลากเนินเนื้ออย่างเก้ๆ กังๆ
ความรู้สึกวูบวาบยามเม็ดจุกกลางเต้าเต่งชูตั้งชันชวนให้ลูบไล้ปัดป่ายแล้วขยำฝ่ามือเคล้นคลึงยิ่งนัก
มือเล็กนั้นจึงอดล้วงสอดเข้าไปในสาบเสื้อแล้วบีบเฟ้นก้อนเนื้อนุ่มเพื่อสัมผัสความอวบหยุ่นเต็มมือ พลางสลับข้างไปมาราวต้องการทดสอบว่า ข้างซ้ายหรือข้างขวาจะรู้สึกดีกว่ากัน
ส่วนมือข้างที่แตะลงตรงกลางร่องกลีบสัมผัสได้ถึงน้ำเหนอะหนะที่ไหลออกมา นั่นช่างชวนให้นิ้วอุ่นเลื่อนลากป่ายผ่านสำรวจสองกลีบซ้ายขวา
ก่อนจะค่อยๆ แหวกโดนเม็ดติ่งกึ่งกลางที่ยิ่งแตะก็ยิ่งปลุกความซ่านเสียว
“อื้อ...”
ยามนี้ใบหน้างามเผลอเงยขึ้นหลับตาส่งเสียงครางแผ่ว มือหนึ่งยังคงขยำเต้าทรวงของตนเอง ส่วนอีกมือเขี่ยเม็ดติ่งไปพร้อมกันด้วยอารมณ์หวามไหว
อ้า...เหตุใดจึงร้อนเช่นนี้
อูวว...เม็ดตรงกลางนี่ ยิ่งบดยิ่งรู้สึก...เอ่อ...ดี เรียกว่าดีใช่หรือไม่
อ่า...
ร่างเล็กขยับบิดเร่าไปมาด้วยความปั่นป่วนที่ค่อยๆ เพิ่มพูนอย่างไม่รู้ตัว รู้สึกได้ถึงลมหายใจถี่รัวและอาการเกร็งสะท้าน
ขณะหลับตาเคลิ้มไหวซึมซาบไปกับความรัญจวนที่ชวนค้นหา
จู่ๆ ประตูก็เปิดออกพร้อมเสียงของเสี่ยวชุนที่ดังเข้ามาพาให้จ้าวเยว่ซินต้องรีบละมือจากกลีบอวบสีแดง แล้วปล่อยชายกระโปรงลงด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ
ยามนี้นางยังรู้สึกได้ถึงปลายนิ้วที่อุ่นวาบอาบเคลือบด้วยของเหลวเหนียวใส จนต้องรีบเช็ดกับขอบกระโปรง
ส่วนมืออีกข้างรีบขยับสาบเสื้อที่เปิดกว้างให้เรียบร้อยพยายามข่มสายตาไม่ให้มองทรวงอวบนานเกินไปด้วยยังรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งกาย
จ้าวเยว่ซินขยับตัวให้นั่งตรง ริมฝีปากขบเม้มเข้าหากัน คล้ายต้องการกดความเร่าร้อนไว้ไม่ให้หลุดรอดออกมา พลางมองหน้านางกำนัลสาวที่ยังไม่รู้ตัวว่าเข้ามาขัดขวางความสุขของเจ้านาย
“องค์หญิง อุ๊ย!...ลืมไป เอ่อ...นายหญิง พวกเราจะกลับกันหรือยังเจ้าคะ” เสี่ยวชุนรีบเปลี่ยนคำเรียกขานที่พลั้งเผลอ ก่อนจะพรั่งพรูลมหายใจเมื่อหันซ้ายหันขวาแล้วไม่พบผู้ใด ทั้งยังไม่ได้สังเกตสีหน้าของนายสาวอีกด้วย
นางกำนัลในวังหลวงยังคงไม่เข้าใจว่าเหตุใดองค์หญิงต้องมาที่นี่ด้วยตนเองตั้งหลายครั้ง แค่ตัวเลขบัญชีมอบให้จูมามาจัดการก็หมดเรื่องแล้ว
แน่นอนว่าเสี่ยวชุนไม่มีวันเข้าใจความคิดของเจ้านาย ด้วยตัวเลขบัญชีไม่ใช่สิ่งเดียวที่ดึงดูดให้องค์หญิงสิบเก้าวิ่งออกมาจากตำหนัก
แต่เป็นความอยากรู้อยากเห็นต่างหาก
โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นภาพชวนเร้าใจปลุกตัณหาราคะให้พลุ่งพล่านปั่นป่วนจนดับได้ยากขึ้นทุกที
และบัดนี้จ้าวเยว่ซินซึ่งอยากลองจนปลุกเร้าราคะร้อนให้พวยพุ่งกำลังพยายามนั่งสงบสติอารมณ์ปรับลมหายใจให้คงที่
หลังระงับความคุกรุ่นที่ถูกขัดจังหวะได้แล้ว องค์หญิงจึงเอ่ยบอก
“เอาล่ะ บัญชีกองนี้ตรวจเสร็จแล้ว พวกเรากลับกันเลยก็แล้วกัน”
