ตอนที่สี่ บันเทิงเริงรมย์
ตอนที่สี่
บันเทิงเริงรมย์
บัดนี้จ้าวเยว่ซินซึ่งอยากลองจนปลุกเร้าราคะร้อนให้พวยพุ่งกำลังพยายามนั่งสงบสติอารมณ์ปรับลมหายใจให้คงที่
หลังระงับความคุกรุ่นที่ถูกขัดจังหวะได้แล้ว องค์หญิงจึงเอ่ยบอก
“เอาล่ะ บัญชีกองนี้ตรวจเสร็จแล้ว พวกเรากลับกันเลยก็แล้วกัน”
ร่างบางลุกขึ้นสวมเสื้อคลุมที่นางกำนัลคลี่กางไว้เพื่อเตรียมซ่อนตัวขึ้นรถม้ากลับไปยังวังหลวง
อาศัยความมืดคลี่คลุมและคนคุ้มกันที่จูมามาจัดหามา เพียงไม่กี่อึดใจ สองนายบ่าวก็แฝงกายผ่านรูกำแพงเล็ก ใช้เส้นทางคดเคี้ยวเป็นที่กำบัง เพื่อให้เล็ดลอดสายตาของทหารเฝ้ายามที่มักแอบหลับอยู่เสมอ
กระทั่งเงาร่างเล็กสองคนสอดตัวเข้ามาถึงด้านหลังของตำหนักเล็กแล้วหายวับเข้าไปในความมืดด้านใน พร้อมเสียงปิดประตูแผ่วเบา
โชคดีที่ตำหนักองค์หญิงของนางอยู่ห่างจากคนอื่นแต่กลับอยู่ใกล้กำแพงด้านหลังที่คุ้มกันหละหลวม
ยามนี้องค์หญิงสิบเก้าที่ยืนพิงบานประตูด้วยหัวใจเต้นแรงจากการลุ้นระทึก ใช้เวลาปรับลมหายใจอยู่ครู่เดียว ริมฝีปากบางก็ยกยิ้มแล้วบอกให้เสี่ยวชุนรีบไปนอน
ก่อนที่องค์หญิงเองจะผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วล้มตัวลงนอนเช่นกัน
ในห้วงความคิดคำนึงขณะหลับตา จ้าวเยว่ซินยังคิดถึงเรื่องสุ่มเสี่ยงที่กำลังทำอยู่
หากจะหาสาเหตุว่าไยองค์หญิงสูงศักดิ์เช่นนางจึงยากจนข้นแค้นจนต้องออกจากวังเพื่อหาเงินทองเช่นนี้
นั่นก็ด้วยมารดาของนางเป็นเพียงบุตรสาวคหบดีผู้มีแค่เงินทองแต่ไม่มีฐานอำนาจ เพียงได้พบเจอฮ่องเต้คราหนึ่งแล้วพระองค์ถูกตาต้องใจรับตัวเข้าวัง
แต่ไม่นาน นางสนมเล็กๆ ก็ถูกแผนร้ายจนสิ้นชีพ ทิ้งไว้เพียงธิดาคนเดียวซึ่งยังเล็กนัก
แม้องค์หญิงน้อยจะถูกอุ้มชูเลี้ยงดูโดยไทเฮาผู้เป็นย่า แต่ด้วยมีหลานสาวมากมายหลายคน ทั้งนางยังไม่มีมารดาที่ต้องเกรงใจ
อาศัยเพียงการออเซาะฉอเลาะเอาใจไปวันวัน องค์หญิงสิบเก้าจึงพอรอดพ้นและใช้ชีวิตผ่านความเอื้อเอ็นดูอยู่บ้าง แต่ยังไม่ได้รับการโปรดปรานเท่าใดนัก
ดังนั้นเพียงแค่เบี้ยหวัดขององค์หญิงซึ่งไร้มารดาหรือจะมีผู้ใดใส่ใจให้ความสำคัญว่าเพียงพอหรือไม่
องค์หญิงสิบเก้าจึงจำต้องกระเบียดกระเสียรใช้ชีวิตเรียบง่ายในตำหนักเล็กของตนเอง นอกจากขันที นางกำนัลทั่วไปแล้ว นางจึงมีเพียงนางกำนัลหนึ่งคนกับองครักษ์หนึ่งคนในความดูแลเท่านั้น
โชคดีที่ตำหนักของนางอยู่ห่างไกลทั้งไม่เป็นที่สนใจ ยามพบว่ามีรูเล็กขนาดที่พอรอดตัวออกไปได้อย่างง่ายดายซ่อนอยู่
องค์หญิงสิบเก้าจึงไม่ได้บอกผู้ใดและตัดสินใจหาต้นไม้มาบังเอาไว้ ไม่คิดว่าจะมีวันที่ได้ใช้ประโยชน์จริงๆ
นับจากวันที่ไปยังหอซูฮวาครั้งแรก องค์หญิงจ้าวเยว่ซินก็มักหาโอกาสออกมาอยู่บ่อยครา
ด้วยสถานที่แห่งนี้ช่างบันเทิงเริงรมย์ สามารถพักผ่อนจิตใจ และกินดื่มจับจ่ายฟุ่มเฟือยได้ตามแต่ใจอย่างที่ไม่เคยได้ใช้ชีวิตไร้กฎเกณฑ์เช่นนี้มาก่อน
จ้าวเยว่ซินยอมรับว่าติดใจทั้งสุราอาหารเลิศรสกับบรรยากาศปล่อยตัวปล่อยใจที่เคล้าคลอด้วยเสียงดนตรีไพเราะและเสียงซ่านกระเส่าหนาหู
ครั้นได้ยินเสียงเร้าอารมณ์พวกนี้อยู่หลายคืนหลายวัน ความอยากรู้อยากเห็นอยากลองย่อมบังเกิด
องค์หญิงสิบเก้าจึงเล็ดลอดในทางลับแอบฟังเหล่าคณิกากับคุณชายพวกนั้นหยอกเย้ากันอยู่หลายครา
ทั้งบางคืนยังใจกล้าเจาะรูแอบดูอีกด้วย แต่เมื่อเห็นภาพเปลือยที่กำลังกระแทกส่งส่วนกลางกายเข้าใส่กันเต็มตา สตรีไร้เดียงสาเช่นนางกลับไม่กล้าดูต่อ จำต้องหลบมาระงับอารมณ์
เฮ้อ!...ไม่เจ็บกันบ้างหรืออย่างไร กระแทกแรงเสียขนาดนั้น
แล้วทรวงอกยังโดนบีบบี้จนแทบแหลก
คุณชายพวกนี้ไม่รู้จักรักหยกถนอมบุปผางามเสียบ้างเลย
โชคดีที่แท่งกายไม่ใหญ่เกินไป ท่าทางพี่สาวนางนั้นคงไม่เจ็บมากเท่าใด
จ้าวเยว่ซินต่อว่าในใจยามความปั่นป่วนในกายถูกปลุกขึ้นและค่อยๆ บรรเทาลง
คิดมาถึงตรงนี้เปลือกตาบางขององค์หญิงสูงศักดิ์จึงปิดลงพร้อมลมหายใจสม่ำเสมอบ่งบอกว่าค่ำคืนแห่งความตื่นระทึกได้ผ่านไปอีกคืนอย่างสงบเรียบร้อย
