ตอนที่สอง สินเดิม2
ตอนที่สอง
สินเดิม
องค์หญิงสิบเก้าครุ่นคิดแล้วตอบรับอุบายที่จูมามาเสนอว่าให้บอกกล่าวกับทุกคนเรื่องท่านตาได้ขายกิจการไปแล้ว และเจ้าของคนใหม่ไม่อยากเผยหน้าตา
เรื่องการค้าในเมืองหลวงที่เจ้าของไม่เป็นที่เปิดเผยล้วนเป็นเรื่องสามัญ ด้วยส่วนใหญ่มักเป็นชนชั้นสูงหรือเหล่าเชื้อพระวงศ์ที่หาหนทางเพิ่มเงินทองจับจ่ายใช้สอย
ส่วนใหญ่จึงไม่มีผู้ใดสืบเสาะ ตราบใดที่ไม่มีเรื่องเลวร้ายหรือความวุ่นวาย
“องค์หญิงไม่ต้องกังวลใจ ขอให้วางใจยัยแก่คนนี้เถิด ท่านตาขององค์หญิงมีพระคุณท่วมหัว ทั้งช่วยชีวิตเอาไว้แล้วยังดูแลทั้งครอบครัว
รับรองว่ายัยแก่คนนี้จะไม่มีวันทรยศต่อองค์หญิงซึ่งเป็นดวงใจของเถ้าแก่เด็ดขาด”
ดวงใจ?
ได้ยินคำนี้แล้วสีหน้าของจ้าวเยว่ซินถึงกับไม่อาจแสดงออกว่าควรรู้สึกเช่นไร นั่นก็ด้วยนางนึกหน้าตาของท่านตาผู้นั้นไม่ออกด้วยซ้ำ
ช่างเถอะ ดวงใจก็ดวงใจ
ได้เป็นดวงใจของท่านตาแล้วได้เงินมากมาย เหตุใดต้องมากเรื่อง
เมื่อตัดสินใจเรื่องการข่าวจากด้านนอกเพื่อไม่ให้เป็นผลร้ายแล้ว เรื่องภายในย่อมสำคัญ
องค์หญิงสิบเก้าตัดสินใจปิดบังทุกคนที่ใกล้ชิดไม่เว้นแม้แต่องครักษ์คู่กายที่มีนามว่า ‘จิ้งหลิง’
ยังจำได้ว่าวันที่นั่งครุ่นคิดพลางจิบชาหอม เอนกายพิงหมอนปัก ใช้ปลายนิ้วเรียวเขี่ยขอบถ้วยชาแล้วตัดสินใจกำชับไม่ให้บอกเรื่องความลับนี้กับผู้ใด
คำถามแรกที่ออกจากปากของเสี่ยวชุนก็คือ
“แม้กระทั่งพี่หลิงก็ไม่บอกหรือ องค์หญิง แล้วเช่นนั้น ผู้ใดจะตามคุ้มกันพวกเรา” สายตาฉงนสงสัยของเสี่ยวชุนเรียกเสียงถอนหายใจจากร่างบาง
ในความคิดของนางกำนัลซึ่งเห็นองครักษ์ผู้นี้มานานปีจนผูกพันสนิทสนม ย่อมรู้สึกไม่เป็นธรรมที่องค์หญิงกีดกันเขาออกไป
ในวันแรกที่ลอบไปพบจูมามานั่นก็ช่างเถิด ด้วยองค์หญิงอ้างว่าไปเพียงครู่เดียว ทั้งยังเป็นช่วงกลางวัน แต่หลังจากนี้เล่า
เห็นสีหน้าไม่เข้าใจของเสี่ยวชุน จ้าวเยว่ซินจึงเอ่ยอธิบาย “ข้าไม่อยากให้เขารู้ ถึงอย่างไรเขาก็เป็นชายหนุ่ม หากรู้ว่าข้าเป็นเจ้าของหอคณิกา คงไม่รู้ว่าจะมองหน้ากันอย่างไร”
ในความคิดว่าองค์หญิงสิบเก้า แม้จิ้งหลิงจะเป็นเพียงองครักษ์ แต่พวกเขาเติบโตมาด้วยกันกว่าสิบปี ทั้งเขายังเป็นคนที่มารดาฝากฝังให้คอยดูแลนางตั้งแต่เพิ่งมีอายุไม่กี่ขวบ
นับจากวันนั้นเด็กน้อยจิ้งหลิงซึ่งได้รับการอุปการะจากมารดาของนาง จึงมุ่งมั่นฝึกฝนฝีมือจนสามารถเข้ามาเป็นองครักษ์ประจำตัวของนางได้
ดังนั้นความผูกพันระหว่างคนทั้งสองจึงมีมากกว่าองครักษ์ทั่วไป นางซึ่งเป็นสตรีย่อมอับอายและไม่อาจสู้หน้า หากเขารู้ว่านางย่ำเท้าเข้าออกในหอที่รดราดไปด้วยน้ำกาม
“แต่...หากไม่บอกพี่หลิง แล้วพวกเราจะลอบออกจากวังอย่างไรเล่าเพคะ” คำถามนี้ของนางกำนัลสาวย่อมมีคำตอบ
“ยังจำรูเล็กข้างตำหนักเย็นได้หรือไม่”
นางกำนัลคู่กายพยักหน้าหงึกๆ สายตามีแววฉลาดขึ้นมาครู่หนึ่ง
ด้วยเมื่อยามเป็นเด็ก องค์หญิงสิบเก้าเคยวิ่งเล่นซนจนไปถึงตำหนักเย็นและพบรูเล็กที่สามารถมุดรอดออกจากกำแพงได้โดยบังเอิญ
แม้หลังจากนั้นจะไม่เคยได้ทดลองใช้ แต่ยามองค์หญิงสิบเก้าเดินเล่นในวัง มักหาเรื่องเฉียดผ่านไปเพื่อสำรวจว่ารูนั้นยังคงอยู่แล้วยังสั่งให้นางกำนัลหาต้นไม้กับกิ่งไม้ไปบดบังไว้ให้แนบเนียนอีกด้วย
ที่แท้ องค์หญิงมีแผนไว้นานแล้วนั่นเอง
