ตอนที่ 4 รักมิอาจถอนใจ [1]
งานเลี้ยงฉลองยังดำเนินไปอย่างครึกครื้นจนกระทั่งล่วงเข้าสู่ยามซวี [20.00 น.] แขกในงานก็เริ่มทยอยกลับไปเกือบหมด จะเหลือก็แต่หยางจวิ้นอ๋องที่ปลีกตัวไปนั่งดื่มชาต่อที่เรือนของชิงเยว่ ส่วนเหออ๋องนั้นมีภารกิจต่อขอปลีกตัวกลับไปเมื่อโหย่วแล้ว
การมาร่วมงานวันเกิดเหล่าฮูหยินตระกูลหลินในวันนี้ จ้าวหยางมาในนามผู้เป็นมารดา และเป็นเขาที่ไม่ต้องการให้เอิกเกริกมากนักจึงมีเพียงกงกงและองครักษ์มาด้วยอย่างละคน ทั้งสองพูดคุยกันอย่างสนุกสนานกระเซ้าเย้าแหย่กันไปมาราวสนิทสนมกันมาเสียเนิ่นนานทั้งที่ซูเหยามั่นใจว่าไม่มีทางเป็นไปได้ เหตุใดคนทั้งคู่ถึงได้ทำราวกับรู้จักกันมานาน โดยนางมิได้เฉลียวใจซักนิดว่าการที่ชิงเยว่ออกไปนอนจวนบ่อยครั้งโดยอ้างว่าไปตรวจร้านทางตลาดฝั่งเหนือที่ผู้เป็นบิดาแบ่งให้นางดูแลนั้นแท้จริงแล้ว ลอบไปอยู่ที่ตำหนักกลางป่าไผ่ของจ้าวหยางอ๋องต่างหากเล่า
และนั้นล้วนอยู่ในแผนของชิงเยว่ทั้งหมดที่นางให้คนลอบไปสืบจนรู้ว่าจ้าวหยางตั้งแต่กลับจากออกศึกนั้นมักไปที่ใด การสืบนั้นก็ไม่ยากเพียงแอบตามพี่สาวนางไปเพียงเท่านั้น ที่เหลือนางเพียงสร้างสถานการณ์เป็นสาวงามจิตใจดี คุณหนูผู้สูงส่งอ่อนแอแต่มีจิตใจเมตตาต่อผู้ยากไร้ แจกข้าวแจกน้ำซ้ำบริจาคทรัพย์นางทำเช่นนี้อยู่ประมาณสี่วันก็ได้ผูกมิตรกับจ้าวหยางอ๋องในที่สุด ส่วนว่าเหตุใดนางถึงทำได้แยบยลและซูเหยาไม่ทันรู้ตัวหนะหรือ หึ! เพียงให้ท่านย่าทานยาฉางฮวากุยในข้าวต้มที่ให้บ่าวรับใช้นำไปใส่ มันออกฤทธิ์ไม่อันตรายเพียงแค่ทำให้อ่อนแรงเล็กน้อย ซ้ำตรวจพบต้นตอของยาได้ยากจึงมิต้องกลัวว่าจะถูกพบและจับได้ เมื่อท่านย่าไม่สบายมีรึหลานรักเช่นซูเหยานางจะมีจิตใจทำสิ่งอื่นใด นั่นจึงเป็นโอกาสอันหอมหวานของนางที่จะได้ใกล้ชิดองค์ชายผู้หล่อเหลาเช่นองค์ชายรอง และยิ่งได้ชิดใกล้นางกกลับรู้สึกลุ่มหลงในพระองค์ไม่ต่างจากซูเหยาเลยทีเดียว
“องค์ชายวันนี้ชิงเยว่ทำขายหน้าท่านแล้ว” ชิงเยว่แสร้งทำใบหน้าสลดเผยยิ้มน้อย ๆ ฝืดเฝื่อนดวงตาเอ่อคลอด้วยน้ำตาทำทีราวเสียใจที่ถูกผู้เป็นพี่ทำให้อับอาย ครู่ต่อมาก็มีท่าทีเอียงอายเมื่อถูกอ้อมแขนแกร่งโอบกอดเข้าแนบอก
“ช่างนางเถอะเจ้าทำดีที่สุดแล้ว เจ้าหาได้มีเจตนาอื่นแอบแฝงจริงรึไม่ เช่นนั้นก็ย่อมไม่ผิด” จ้าวหยางนึกเห็นใจจึงเอื้อมแขนไปคว้านางเข้ามากอดเพื่อปลอบประโลม
“เอ่อท่านอ๋องซูเหยานางมองพวกเราอยู่ ชิงเยว่เกรงว่านางจะ…”
“จะตบตีเจ้าเช่นนั้นรึ หึ! หากนางกล้าทำเช่นนั้นให้เจ้ามาบอกข้า ต่อไปนี้ข้าจะปกป้องเจ้าเอง อย่าได้เกรงใจรู้รึไม่ ฮึ” จ้าวหยางบอกอย่างหนักแน่นในใจนึกชังสตรีผู้นี้ยิ่งนัก ยามอยู่ต่อหน้าเขานางมีเพียงสีหน้าอ่อนแอหน้าสงสาร แต่เมื่อนางอยู่กับชิงเยว่นางกลับแตกต่างราวคนละคน
ในขณะที่กำลังปลอบใจชิงเยว่อยู่นั้นฉับพลันหางตาคมได้ทันเห็นซูเหยาที่แอบมองพวกเขาอยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าคมพลันเหยียดยิ้มเยาะน้อย ๆ แล้วกอดกระชับร่างบอบบางในอ้อมกอดให้แน่นขึ้น อีกทั้งเลือกเชยคางเล็กของชิงเยว่ขึ้น หากนางมองจากมุมที่นางอยู่คงเห็นเป็นว่าเขากำลังจูบน้องสาวนางอยู่เป็นแน่ หึ!
ใช่มีเพียงจ้าวอ๋องที่เห็นนาง ชิงเยว่เองก็ล้วนเห็นนางจึงแย้มยิ้มส่งให้ซูเหยาไปหนึ่งคราก่อนที่คางมนจะถูกเชยขึ้นจากหยางจวิ้นอ๋อง
ตึก ตึก ตึก! บัดนี้ใจของชิงเยว่สั่นระรัวราวกองศึก ใบหน้าคมที่ชิดใกล้ทำให้นางเผลอจินตนาการคิดไปไกล มือบางกำชายอาภรณ์ตัวเองแน่นเนื้อตัวสั่นระริกด้วยมิเคยให้บุรุษคนใดใกล้ชิดนางเฉกเช่นนี้มาก่อน ก่อนจะหลับตาลงช้า ๆ เพื่อรอรับจุมพิตจากจ้าวหยาง
