ตอนที่ 5 รักมิอาจถอนใจ [2]
“โอ๊ย!”
“มานี่เลย! หลินชิงเยว่! ท่านอ๋อง! กลางแจ้งเช่นนี้พวกท่านกล้าทำเรื่องบัดสีนี้ได้เช่นไรกัน ไม่อายพวกบ่าวไพร่รึไร!” ซูเหยาเดินปรี่ออกจากที่ซ่อนวิ่งมาผลักทั้งคู่ให้แยกออกจากกัน ก่อนจะพูดเสียงดังกล่าวหาชิงเยว่ และยังพานไปถึงกงกงที่ไม่รู้จักห้ามองค์ชายรอง
“หานกงกงท่านนี่ก็กะไร เหตุใดไม่ห้ามพวกเขา!”
“เอ่อคุณหนูใหญ่ใจเย็น ๆ ก่อน ข้ายังมิเห็นว่าองค์ชายจะทำสิ่งใดผิดนี่” หานกงกงพูดอย่างเกรงใจทั้งห้ามปรามนางให้ออกห่างองค์ชายและคุณหนูรอง
ส่วนจ้าวหยางบัดนี้เพียงนั่งยกชาขึ้นจิบด้วยท่าทางเรียบนิ่ง ใบหน้าเย็นชา มองซูเหยาอาระวาดอย่างเอือมระอา ริมฝีปากเพียงกระตุกยิ้มเยาะน้อย ๆ เมื่อได้ชมสิ่งที่บันเทิงก่อนกลับเล็ก ๆ น้อย ๆ จากการยั่งอารมณ์นาง
เสียงดังจากเรือนคุณหนูรองทำให้สาวใช้ที่เห็นท่าไม่ดีต้องรีบวิ่งไปตามท่านเสนาบดีและฮูหยินให้มาห้ามปรามคุณหนูใหญ่ เกรงว่าหากปล่อยให้นางอาระวาดต่อไปหัวคงได้หลุดออกจากบ่ากันทั้งจวนเป็นแน่
“เอะอะอะไรกัน ซูเหยาหยุด เงียบ! ข้าบอกให้เงียบ!” หลินเจียงที่วิ่งหน้าตั้งมาทั้งชุดนอนพร้อมซูฉีรีบปรี่เข้าไปห้ามปรามบุตรีคนโตที่กำลังเสียงดังอาระวาดอยู่ต่อหน้าองค์ชายรองอย่างร้อนรน ก่อนจะสั่งให้สาวใช้ตักน้ำขึ้นมาสาดซูเหยาเมื่อห้ามอย่างไรนางก็มิยอมหยุดโวยวาย นั่นแหละนางถึงได้สงบพร้อมกับร่างบางที่ทรุดนั่งลงที่พื้นนิ่งเงียบคล้ายได้สติ
“ท่านพ่อ!”
“ซูเหยา เอ่อท่านอ๋องเป็นความผิดข้าที่ไม่สั่งสอนบุตรให้ดี ขอท่านอ๋องโปรดอภัยด้วยเถอะพ่ะย่ะค่ะ” หลินเจียงอุทานเรียกบุตรสาวที่ตัวปียกโชกก็นึกสงสาร ก่อนจะรีบคำนับรับโทษแทนนางด้วยเสียงสั่นเทา
“เฮ้อ เอาล่ะข้าไม่อยากเอาโทษให้มากความ แต่จะว่าไปคุณหนูใหญ่ของท่านช่างต่างจากคุณหนูรองลิบลับเห็นได้ชัดว่า หึ! ช่างเถอะข้าเองวันนี้ก็รั้งอยู่นานเป็นภาระท่านเสนาบดีพอสมควรแล้ว เห็นทีคงต้องกลับเสียแล้วล่ะ หานกงกงไปเถอะ” จ้าวหยางพูดพร้อมมองเหยียดสบดวงตากลมโตของซูเหยาที่ไหวระริก ดวงตาที่เขามักเห็นจนชินชา ดวงตาที่นางชอบใช้มองเขาไม่ว่าเวลาที่อยู่ใต้ร่างเขารึเวลาที่นางแสดงอารมณ์ร้ายกาจ หึ! ช่างน่าสมเพช ช่างเป็นสตรีที่น่าเบื่อ
‘ท่านอ๋อง’ ซูเหยาได้แต่เพียงครางในใจ เหตุใดพระองค์ถึงมักพูดตัดรอนทำร้ายจิตใจนางอยู่เรื่อย เหตุใดถึงไม่เคยมองเห็นความรักที่นางเฝ้าเทินทูนบ้างเล่า เหตุใดเลือกมองเห็นแต่ด้านร้าย ๆ ของนาง การที่นางหึงหวงพระองค์นางผิดมากรึไร นางเพียงแค่ไม่ต้องการเป็นเหมือนมารดาก็แค่นั้น ท่านอ๋องรักผู้ใดก็ย่อมได้แต่ไม่ใช่ลูกของสตรีที่เป็นต้นเหตุให้มารดานางต้องตายเช่นนาง! ซูเหยาไม่อาจทนสบตาของจ้าวหยางได้อีกต่อไปจึงได้แต่เสก้มมองพื้น ก่อนจะถูกบ่าวรับใช้พยุงให้ลุกขึ้นพร้อมนำเสื้อคลุมมาคลุมให้เมื่อเห็นผู้เป็นนายห่อไหล่น้อย ๆ และอาภรณ์ตัวงามก็เปียกโชกจากน้ำอย่างน่าสงสาร
เปรี้ยง! ซ่า ๆ ยังมิทันหยางจวิ้นอ๋องจะก้าวเดินเสียงคำรามลั่นก่อนสายฟ้าจะฟาดลงมาเสียงดังสนั่นรุนแรงพร้อมกับหยาดพิรุณที่กระหน่ำเทลงมาอย่างหนัก
“ขอบพระทัยท่านอ๋อง เอ่อท่านอ๋อง เหตุใดจู่ ๆ ฝนตกหนักเพียงนี้ ไม่เห็นมีเคล้าเลยนี่ แล้วทำเช่นไรดีเล่านี่ก็ดึกมากแล้ว” หลินเจียงถึงกับกุมขมับ ในใจอยากให้หยางจวิ้นอ๋องเสด็จกลับโดยเร็วจะได้ไม่ต้องมากความกันอีก แต่นี่สวรรค์กำลังกลั่นแกล้งเขาอยู่รึไร
“เอ่อท่านหลิน ในเมื่อนี่ก็ดึกมากแล้วซ้ำฝนก็ตกหนักเช่นนั้นคืนนี้เอ่อ” หานกงกงเพียงเอ่ยยังมิทันได้จบ หลินเจียงที่พอมองออกก็รีบสั่งสาวใช้ให้จัดเรือนรับรองเพื่อให้องค์ชายรองประทับ ดูท่าแล้วฝนฟ้าครานี้คงมิยอมหยุดง่าย ๆ เป็นแน่
เหตุนี้ในกลางดึกจวนตระกูลหลินจึงวุ่นวายกันพอสมควร เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยทุกคนก็สลายตัวแยกย้ายกันกลับไปปฏิบัติภารกิจตน ซึ่งซูเหยานั้นน้อยใจจ้าวหยางและผู้เป็นบิดาจึงได้แต่ปลีกตัวออกมาเงียบ ๆ ตลอดทางเดินกลับนางมิอาจหักห้ามน้ำตาไว้ได้อีกต่อไป ได้แต่ปลดปล่อยมันออกมามีเพียงเสียงสะอื้นน้อย ๆ ที่เล็ดรอดออกมาให้บรรดาบ่าวรับใช้ได้ยิน
จ้าวหยางมองซูเหยาเดินกลับเรือนพลันนึกในใจ มิใช่ว่าลอบร้องไห้กลับไปตลอดทางเสียหรอกนะ
‘สตรีนี้ช่างเป็นเพศที่เข้าใจยาก และน่ารำคาญเสียจริง’
