บท
ตั้งค่า

EP 4

ตอนที่ 4 : รวมกลุ่มแก๊ง

ช่วงเที่ยงของวันเดียวกัน

ระรินชะเง้อมองแก๊งเพื่อนสาวเมื่อเดินมาถึงโรงอาหารของมหา'ลัย หลังจากเธอไปนั่งอ่านหนังสือนิยายอยู่ในห้องสมุดพักใหญ่รู้ตัวอีกทีก็เกือบเที่ยงพอดี ขณะนั้นเองเพื่อนก็ไลน์มาบอกว่าถึงมหา'ลัยแล้วและรออยู่ที่โรงอาหารทำให้เธอตัดสินใจเก็บหนังสือนิยายและออกมาจากห้องสมุด

ซึ่งตอนที่เธอลุกออกจากมุมอ่านหนังสือนั้น พี่ฟีนิกซ์ยังหลับสนิทอยู่ที่เดิมเธอจึงไม่คิดจะปลุกเขาเพราะมันไม่ใช่หน้าที่ของเธอเลยสักนิด

เมื่อกวาดสายตาไปรอบ ๆ โรงอาหารก็เห็นเพื่อนสาวนั่งรวมกลุ่มกันที่โต๊ะและยังมีแก๊งรุ่นพี่ปีสี่นั่งอยู่ด้วยเหมือนเคย ขาดก็แต่เจ้าของร่างสูงที่ยังหลับอยู่ในห้องสมุดเท่านั้นเอง

"ระริน"

ชิลินโบกมือและเรียกชื่อเธอ ชิลินคือเพื่อนสาวคนสนิทที่มาจากกรุงเทพและเป็นสาวแก่นแสบจนคว้าใจพี่รหัสตัวเองมาครอบครอง พี่รหัสที่ว่าก็คือพี่ดีเซล เคยเป็นคู่ปรับกันมาก่อนด้วยซ้ำแต่ไม่รู้ทำไมถึงก่อเกิดความรักขึ้นได้ แต่พี่ดีเซลก็รักชิลินมากจนตามติดเป็นเงา ส่วนที่นั่งอยู่ข้างขวาของชิลินคือต้นหลิว เพื่อนสาวคนสนิทที่ซี้กันมาก่อนจะเข้ามหา'ลัย ถัดไปนั้นก็เป็นพราวเพื่อนสาวอีกคนที่เพิ่งมารู้จักตอนที่เข้ามหา'ลัยเหมือนกับชิลิน

โลกเหวี่ยงให้แก๊งของเธอมาเจอกัน กลายเป็นว่าเรารักกันและสนิทซี้ปึกเหมือนเจอกันมานานเป็นสิบปี

ระรินเดินมาถึงกลุ่มเพื่อนและนั่งลงเคียงข้างพราวเพราะมีที่ว่างพอดี มือเรียวเล็กยกมือไหว้รุ่นพี่อีกสามคนที่นั่งอยู่ด้วย

"มากันนานแล้วเหรอ" เธอเอ่ยถามด้วยสงสัยเพราะวันนี้อยู่กันครบองค์ประชุมจะขาดก็แต่แก๊งของรุ่นพี่ที่ยังหลับอยู่ที่ห้องสมุด

"สักพักได้ ว่าแต่แกไปไหนมา" ต้นหลิวเอ่ยถามระริน

"อยู่ที่ห้องสมุดนั่นแหละ มาก่อนเวลาฉันก็ชอบไปอยู่ที่นั่น"

"ไปอยู่ที่ห้องสมุดเจอไอ้ฟีนิกซ์ไหม ไอ้นี่หายไปตั้งแต่เช้า ไม่เข้าเรียนมีที่เดียวที่มันจะสิงอยู่ได้ก็คือห้องสมุดมันต้องไปแอบหลับแน่" โอโซนเอ่ยถาม เพราะนิสัยประจำของเพื่อนไม่มาสายก็โดดไปหลับในห้องสมุด

"ไม่เจอค่ะ" ระรินตอบแบบปัด ๆ หลีกเลี่ยงประสานสายตากับรุ่นพี่

"มันมาโน้นแล้ว" พอร์ชชี้นิ้วไปทางฟีนิกซ์ที่กำลังเดินตรงมาทางที่พวกเขากำลังนั่งอยู่ สภาพเพิ่งตื่นนอนอย่างเห็นได้ชัด

"แอบหลับอีกตามเคยสินะ" ดีเซลแซวฟีนิกซ์และยกยิ้มมุมปากที่เดาทางเพื่อนได้ไม่มีพลาด

"เรื่องของกู" ฟีนิกซ์ตอบแบบห้วน ๆ ก่อนจะปรายตามองหญิงสาวตัวเล็กที่เขาเพิ่งเจอให้ห้องสมุด พื้นที่ถัดจากเธอว่างอยู่พอดีทำให้เขาเข้าไปนั่ง ท่อนแขนแกร่งเฉียดกับไหล่มนของเธอเพียงนิดในจังหวะที่หย่อนตัวลงนั่ง

"กูนึกว่ามึงจะหลับยาว ถ้าบ่ายโมงมึงยังไม่เข้าเรียนคาบบ่ายอีกมึงควรนอนอยู่บ้าน" โอโซนบ่นฟีนิกซ์และส่ายหัวเบา ๆ อย่างระอา

"ถ้ากูนอนอยู่บ้านตื่นมาม๊าก็บ่นและให้เฝ้าร้านอยู่ดี สู้มาแอบหลับที่ห้องสมุดดีกว่า อีกอย่างกูก็เกือบหลับยาวหมามันไม่เห่าเรียก"

"หมา? ห้องสมุดบ้านมึงมีหมาหรือไง ละเมอเพ้อฝันหนักแล้วนะ" ดีเซลแปลกใจคำพูดของฟีนิกซ์

ฟีนิกซ์ไหวไหล่ไม่ได้โต้ตอบความสงสัยของเพื่อน และไม่ได้แสดงท่าทีใด ๆ ว่าหมาที่เขาหมายถึงนั่นคือเธอ ทำนิ่งและไม่สนใจไม่อยากให้เพื่อนคิดว่าเขากับเธอเจอกันที่ห้องสมุดและมั่นใจว่าเธอก็คงตอบว่าไม่เจอเขาที่ห้องสมุดเหมือนกัน

ใต้โต๊ะ...มือเรียวเล็กจิกลงบนหน้าขาตัวเองแน่นเพราะรู้ดีว่า 'หมา' ที่เขาพูดถึงหมายถึงเธอ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังเก็บอาการจนไม่มีใครบนโต๊ะสงสัยอีก

อีกอย่างเขาเป็นคนเดินเข้ามานอนเอง ก็ควรตื่นเอง

"พรุ่งนี้วันเกิดระรินไปเที่ยวผับกันไหม" ชิลินเอ่ยชวนทุกคน

"ไม่ได้" ดีเซลตอบกลับแฟนสาวทันควัน และใช้น้ำเสียงเข้มปนดุ

"โห่! พี่ดีเซลนาน ๆ พวกเราจะไปผับสักที ตั้งแต่ครั้งนั้นที่พี่ลากยัยชิลินออกจากผับเราก็ไม่ได้ไปด้วยกันอีกเลย" ต้นหลิวโอดครวญ

ระรินที่เป็นเจ้าของวันเกิดยังนิ่งและเพิ่งจะรู้เรื่องว่าจะไปจัดงานวันเกิดตัวเองที่ผับ เธอไม่ได้เป็นคนต้นคิดเรื่องนี้ด้วยซ้ำ

"ใครเป็นคนนัด" ระรินถามด้วยความแปลกใจ เพราะจู่ ๆ ชิลินก็พูดขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

"ก็ก่อนที่แกจะลงมาฉันคุยกับชิลินและพราวว่าน่าจะจัดงานวันเกิดแกที่ผับ อีกอย่างพวกเราก็ไม่ได้ไปนานแล้วด้วยก็อยากไปเฉิดฉายบ้าง" ต้นหลิวบอกกับระรินด้วยใบหน้าระริกระรี้ปนตื่นเต้นที่จะได้ไปอวดกายอรชรต่อหน้าหนุ่ม ๆ ในผับ

"ถ้าแกตกลงทุกอย่างจบ" พราวโน้มตัวมาพูดกระซิบข้างหูระริน พลางส่งสายตาไปทางชิลินที่แสดงสีหน้าเหมือนจะร้องไห้อยู่รอมร่อเพราะมีพี่ดีเซลคอยขัดขวางไม่ยอมให้ไปในสถานบันเทิง

"พวกแกว่าไง ฉันก็ว่าอย่างนั้นแหละ" ระรินยักไหล่เล็กน้อยประหนึ่งว่าไม่ติดปัญหาอะไร ทว่ามีหนึ่งเรื่องที่เธออาจทำให้เพื่อนไม่ได้ "แต่ฉันคงเลี้ยงค่าเหล้าที่ผับไม่ไหวนะ"

เธอต้องรีบบอกก่อนไม่ใช่เพราะไม่อยากเลี้ยงเพื่อน แต่ด้วยเงินที่มีจำกัดทำให้เธอจ่ายเยอะไม่ไหว อีกอย่างราคาเหล้าที่ผับก็แพงตามสไตล์ของสถานที่แบบนั้น สำหรับบางคนอาจเป็นเงินเล็กน้อย แต่ฐานะของบ้านเธอไม่ได้รวยขนาดนั้น พ่อแม่ยังรับจ้างทั่วไปก็เลยต้องจำกัดงบอยู่ประมาณหนึ่ง

"ฉันเลี้ยงเอง" ชิลินพูดเสียงดังด้วยน้ำเสียงสดใส

ระรินระบายยิ้มให้ชิลินที่เห็นความสดใสฉายขึ้นใบหน้าของเพื่อน แต่ก็รับรู้ถึงพลังงานบางอย่างที่อยู่เคียงข้างเพื่อนสาวคนสนิทของเธอ ทำให้เธอได้แต่ยิ้มแหย ๆ ส่งตรงไปให้พี่ดีเซล

"มึงไปไหม" ดีเซลพยักหน้าไปทางโอโซน

"ไปดิครับรออะไร" โอโซนตอบกลับทันควัน

"มึงอะไอ้ฟีนิกซ์"

"ถ้ามึงเลี้ยงกูก็ไม่ติด" เขาไหวไหล่ไม่ได้ติดขัดอะไร ยิ่งถ้าเพื่อนสนิทเลี้ยงเขายิ่งชอบและอยากไปเป็นพิเศษ

"บ้านมึงรวยนะ ร้านทองรายใหญ่ของจังหวัด"

"กูแค่รู้จักใช้เงินต่างหาก" ฟีนิกซ์ยกยิ้มมุมปากอย่างยียวน เพียงมองใบหน้าของดีเซลก็พอเดาออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่ คงไม่ยอมให้เมียตัวเองได้เฉิดฉายง่าย ๆ แน่

"ก็เอาเป็นว่าถ้ามึงเลี้ยงงั้นก็ไปทั้งหมดนี่ รวมโต๊ะเดียวไปเลย" พอร์ชเสนอความเห็น

สี่สาวหันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก คนที่ผิดหวังที่สุดคงหนีไม่พ้นชิลิน แต่ระรินรู้สึกแปลก ๆ อย่างบอกไม่ถูกที่มีพี่ฟีนิกซ์ไปด้วย เธอรู้สึกกระอักกระอ่วนใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งที่เขาไม่ได้ทำอะไรให้เธอเลยด้วยซ้ำ

ระรินชำเลืองมองคนที่นั่งเคียงข้างเพียงนิดก่อนจะเบนสายตากลับมาที่เพื่อนสนิทราวกับไม่อยากให้ใครสังเกตเห็นว่าเธอแอบชำเลืองมองเขา

"ถ้างั้นฉันอาสาไปรับพวกแก แต่คิดว่าชิลินไม่ต้องไปรับแล้วเพราะพี่ดีเซลไปด้วย แต่หวังว่าคืนนั้นจะไม่มีใครหายอีกนะ" ต้นหลิวอาสาเป็นคนขับไปรับเพื่อนคนอื่น

ระรินพยักหน้าตอบรับคำชวนของต้นหลิว เพราะยังไงซะเธอก็ต้องไปแต่งตัวห้องของต้นหลิวอยู่แล้ว ด้วยที่ในกลุ่มบ้านของเธอไกลสุดและเธอก็มีแค่รถมอเตอร์ไซต์คันเก่าที่จอดไว้ใกล้กับท่ารถสองแถว ถ้าจะให้แต่งตัวสวยแล้วขี่มอเตอร์ไซต์คันนั้นเข้าผับคงเรียกเสียงหัวเราะให้ผู้คนแถวนั้นไม่น้อย แต่เธอไม่อายที่มีรถเก่าขับแค่สถานที่ที่เธอจะไปนั้นไม่เหมาะก็เท่านั้นเอง

ที่ต้นหลิวเน้นย้ำว่าคงไม่มีใครหายออกจากผับก็เพราะก่อนหน้านี้พี่ดีเซลเคยลากชิลินออกจากผับและปล่อยให้พวกเธออยู่กับแก๊งรุ่นพี่ปีสี่ แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้เกิดเหตุการณ์อะไรเกินเลยพอผับปิดทุกคนก็แยกย้าย

"ถ้าลงตัวแล้วฉันไปซื้อก๋วยเตี๋ยวมากินก่อนนะ ตั้งแต่เช้ายังไม่ได้กินอะไรเลย" ระรินบอกกับเพื่อน และดีดตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็วอีกอย่างต้องการจะลุกออกจากตรงนี้เพื่อให้ห่างจากพี่ฟีนิกซ์ด้วย

"ฉันไปด้วย" พราวพูดด้วยน้ำเสียงสดใสและลุกขึ้นอย่างพรวดพราด

"กูหิวข้าว" ฟีนิกซ์บอกเพื่อนก่อนจะดีดตัวลุกขึ้นออกจากโต๊ะ แล้วเดินไปยังร้านอาหารของมหา'ลัยที่มีหลากหลายเมนูให้เลือกสรร แต่สิ่งที่เขาเล็งไว้ตั้งแต่แรกและเป็นร้านประจำนั่นก็คือร้านข้าวแกงซึ่งอยู่ติดกับร้านก๋วยเตี๋ยวที่มีหญิงสาวร่างเล็กยืนสั่งอยู่พอดี จังหวะที่เขากำลังจะเลือกเมนูอาหารก็ได้ยินเสียงหวานดังลอยเข้ามาในหูพอดี

"เอาเส้นหมี่น้ำตกค่ะ ไม่กระเทียมเจียว ไม่ผักค่ะ"

คำสั่งของเธอทำให้ฟีนิกซ์กระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เธอกินง่ายราวกับเด็กน้อยทั้งที่อายุก็ใกล้จะยี่สิบแล้ว ทว่าความสนใจในการสั่งก๋วยเตี๋ยวของเธอก็เกิดขึ้นเพียงชั่วครู่เท่านั้นก่อนเขาจะหันกลับมาสนใจเมนูอาหารข้าวราดแกงตรงหน้าแทน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel