EP 2
ตอนที่ 2 : อยากให้มีเมีย
หลังจากไถฟีตอินสตาแกรม เปิดเช็กเฟสบุ๊คจนหนำใจก็กินเวลาไปเกือบชั่วโมง ความหิวก็เข้ามาทักทายจนทำให้ฟีนิกซ์เดินออกจากห้องและลงมายังชั้นล่างของบ้าน ซึ่งบ้านของเขาเปิดร้านทอง ทำให้บริเวณหน้าบ้านกับตรงที่เขายืนถูกปิดกั้นไว้อย่างมิดชิดทำให้คนที่มาซื้อทองที่ร้านจะไม่เห็นคนที่ยืนอยู่ด้านในตัวบ้าน ซึ่งสภาพของเขาตอนนี้ก็ไม่เหมาะกับการเจอผู้คนสักเท่าไหร่ เพราะตอนนี้เขาสวมเพียงแค่กางเกงบ็อกเซอร์ตัวเดียวเท่านั้น แม้แต่กางเกงในยังไม่ได้ใส่ เป็นเรื่องปกติสำหรับเขาที่ไม่ชอบใส่เสื้อผ้าอยู่บ้าน
"ม๊าครับผมหิว" เสียงแหบพร่าเอ่ยบอกผู้เป็นแม่ที่ยืนมองเขาอยู่ก่อนแล้ว
"ตื่นมาก็หิว เมื่อคืนม๊านึกว่ากินเหล้าจนอิ่ม" เดือนฉายบ่นลูกชายตัวแสบแต่เธอก็ทำอาหารไว้ตั้งแต่เช้าอยู่แล้ว รู้ดีว่าลูกชายฟื้นจากอาการมึนเมาก็จะร้องหิวข้าวเหมือนเด็กร้องหิวนม "กับข้าวอยู่บนโต๊ะกินข้าว ตักข้าวเอาเอง"
ฟีนิกซ์ยกยิ้มมุมปากชอบใจและเดินไปหาแม่สุดที่รักพร้อมกับโอบกอดจากด้านหลังและหอมแก้มฟอดใหญ่ อีกทั้งยังใช้คางเกยไหล่ของแม่อย่างออดอ้อน
ฟอด
ต้องอ้อนไว้ก่อนเพราะรู้ดีว่าแม่ต้องบ่น อย่างน้อยเอาน้ำเย็นเข้าลูบแรงบ่นจะได้เบาลง(มั้ง)
"ไม่มีใครรู้ใจผมเท่าม๊า"
"หาเมียสักทีเถอะจะได้มีเมียเข้าใจอีกคน จะได้แบ่งเบาภาระม๊าบ้าง"
"ผมเป็นภาระม๊าขนาดนั้นเลยเหรอครับ" ฟีนิกซ์ตีหน้าเศร้า แสร้งทำเสียงน้อยใจแต่ความจริงแล้วเขาไม่ได้น้อยใจแม่ของตัวเองเลย พยายามเรียกลูกอ้อนเข้าไว้
"เออสิ อยากจะติดป้ายประกาศหน้าร้านหาเมียให้ลูกชายแถมข้าวสารสิบกระสอบกับทองสิบบาท"
"ม๊า...ผมลูกม๊านะ จะไปยกให้คนอื่นง่าย ๆ ได้ไง กว่าม๊าจะเลี้ยงดูผมจนโตขนาดนี้หมดเงินไปเท่าไหร่ยังจะแถมของให้เขาอีก"
"เผื่อแกจะโตขึ้นบ้าง ปีสี่แล้วนิสัยเหมือนกับสี่ขวบ" เดือนฉายยังคงบ่นไม่หยุดพลางส่ายหัวกับนิสัยของลูกชายที่เหมือนเด็กไม่รู้จักโต แต่ถึงปากจะพูดประชดประชันแต่ความจริงรักลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียวคนนี้มาก
"บ่นไปเรื่อย บ่นทุกวัน แล้วผมโตขึ้นหรือเปล่าล่ะ...ก็ไม่ใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นผมจะเกาะม๊ากับป๊าไปอีกนาน"
ฟีนิกซ์ไหวไหล่ไม่ได้สะทกสะท้านในคำพูดของแม่เพราะเป็นเรื่องปกติสำหรับเขา และหลังจากพูดจบฟีนิกซ์ก็หอมแก้มแม่ฟอดใหญ่อีกครั้งก่อนจะคลายอ้อมกอดและเดินไปกินข้าวในครัว ไม่ได้สนใจเสียงเหน็บแนมจากแม่ที่ดังไล่หลังมา
"ให้มันได้อย่างนี้เถอะ เสร็จแล้วก็ออกไปช่วยขายทองหน้าร้าน ป๊าแกจะได้เข้ามาพักสายตาบ้าง นั่นก็นิ่งเป็นหลับขยับเป็นแดก"
"ป๊าอยู่หน้าร้านสะดุ้งแล้วมั้งครับ" ฟีนิกซ์ยกยิ้มมุมปากและพูดเบา ๆ เป็นเรื่องปกติที่แม่ของเขาจะเหน็บแนมพ่อเหมือนที่เหน็บแนมเขา แต่ทุกคนรู้ดีว่าแม่ไม่มีอะไรขอให้ได้บ่นเท่านั้น พอบ่นเสร็จก็ใจดีเหมือนเดิม ดูอย่างกับข้าวตรงหน้าที่วางอยู่บนโต๊ะกินข้าวโดยมีฝาชีครอบไว้กันแมลง มียาต้มสมุนไพรที่แก้แฮงค์สูตรของที่บ้าน ที่ใครแฮงก์จากการดื่มพอดื่มยาต้มสมุนไพรตัวนี้จะหาย อีกทั้งยังมีกับข้าวของโปรดเขาอยู่ด้วย
"ปากบ่นไปอย่างนั้น สุดท้ายก็ทำไว้ให้กินเยอะแยะไปหมด ผมมีเมียขึ้นมาแล้วจะมีคนน้อยใจเพราะหาคนอ้อนแบบนี้ไม่ได้แล้ว"
ครอบครัวของเขามีกันแค่สามคน พ่อแม่และลูก และเขาก็เป็นลูกชายคนเดียว ไม่แปลกที่พ่อกับแม่จะต้องการลูกสะใภ้มาดูแลเขา คงอยากหาผู้หญิงเข้ามาในบ้านเพิ่มแม่จะได้มีเพื่อนคุย แต่ก็อย่างว่าผู้หญิงที่จะเข้ากับแม่ผัวได้นั้นคงไม่ใช่เรื่องง่าย
ลูกชายย่อมรู้สเปคของแม่ดี แม่ไม่ชอบผู้หญิงเที่ยวกลางคืน ซึ่งผู้หญิงส่วนใหญ่ที่เขาคุยจะมาจากผับทั้งนั้น แน่นอนว่าก็ต้องเป็นผู้หญิงที่ก้านโลกอยู่ประมาณหนึ่งที่จะสานต่อกับผู้ชายที่เจอกันที่ผับได้
ฟีนิกซ์ตักข้าวเข้าปากพร้อมกับก้มหน้าดูโทรศัพท์ไปด้วย
"ตาดูปากเคี้ยวเดี๋ยวม๊าแกก็เดินเข้ามาด่า" ศักดิ์ชัยเดินเข้ามาและเห็นลูกชายกินข้าวไปด้วยดูโทรศัพท์ไปด้วยจึงเอ่ยเตือน เพราะเดือนฉายไม่ชอบให้ลูกทำแบบนี้ แต่เจ้าแสบก็มักจะทำประจำไม่มีใครห้ามได้
"โดนบ่นมาตลอดอยู่แล้วครับ จะโดนบ่นตลอดไปก็ไม่ติดอะไร" ฟีนิกซ์ไหวไหล่อย่างไม่สะทกสะท้านและมองพ่อที่เดินไปตักข้าวใส่จานก่อนจะมานั่งฝั่งตรงข้ามกับเขา "ไหนแม่บอกว่ารอผมกินข้าวเสร็จค่อยไปเปลี่ยนป๊าไง"
"แม่แกพูดอะไรแล้วเป็นอย่างที่พูดบ้างไหมล่ะ"
"ก็ไม่" ฟีนิกซ์ตอบกลับทันควันและยิ้มกว้างชอบใจ แม่มักเป็นแบบนี้เสมอ พูดอย่างทำอีกอย่าง
"กิน ๆ เข้าไป แม่แกทำตั้งแต่เช้า รู้ว่าแกกลับมาตอนตีห้าก็ทั้งต้มยาสมุนไพร ทำกับข้าวให้แก ป๊าไม่ได้ไปกับแกยังโดนบ่นหูชา"
"ไม่ชินเหรอครับ"
"เหอะ ชินแล้วแต่ก็ขอบ่นหน่อย" ศักดิ์ชัยยื่นหน้าไปใกล้ลูกชายและพูดเบา ๆ กลัวว่าเดือนฉายจะเข้ามาได้ยิน "วัยทองแล้วมันหงุดหงิดง่าย อะไรนิดหน่อยก็บ่น"
"หึหึ" ฟีนิกซ์หัวเราะกับคำนินทาของพ่อ ทันทีที่เคี้ยวข้าวหมดปากทำให้เขาตะโกนออกมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย "ม๊าครับ ป๊านินทา ป๊าบอกว่าม๊าเข้าสู่ช่วงวัยทอง"
"ไอ้เวรนี่" ศักดิ์ชัยยกซ้อมขึ้นมาหวังจะทิ่มไปที่หน้าลูกชายแต่ฟีนิกซ์รีบลุกหนีทันทีทำให้ศักดิ์ชัยไม่สบอารมณ์ และสบถออกมาเบา ๆ พลางมองลูกชายตาเขม็ง
"ม๊า ป๊าจะฆ่าผม" ฟีนิกซ์เดินเอาจานไปวางในอ่างล้างจานและกำลังจะเดินผ่านพ่อ ไม่ลืมที่จะตะโกนแกล้งพ่ออีกครั้งก่อนจะรีบวิ่งออกจากห้องครัว
ศักดิ์ชัยส่ายหัวไปมาเบา ๆ กับความดื้อและกวนประสาทของลูกชาย นิสัยยังเหมือนเด็กไม่เปลี่ยน ไม่แปลกที่เดือนฉายอยากให้ลูกมีเมียเผื่อจะได้โตขึ้นเป็นผู้ใหญ่บ้าง
.....
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
ฟีนิกซ์สวมเสื้อยืดสีดำคู่กับกางเกงขาสั้นธรรมดา เซตผมนิดหน่อยก่อนจะเดินออกมายังหน้าร้านทองที่มีแม่คอยเฝ้าร้านอยู่
"มาได้สักที ได้ยินเสียงแกโวยวายอะไรตอนนั้นแม่กำลังรับลูกค้าพอดี"
"ไม่มีอะไรครับ แค่แกล้งป๊าเฉยๆ" ฟีนิกซ์ตอบกลับแม่ และเห็นว่าแม่กำลังจะเดินเข้าไปในบ้านทำให้เขาร้องห้ามไว้ก่อนเพราะตั้งแต่ตื่นมายังไม่ได้อัดบุหรี่เข้าปอดเลย "ผมขอไปสูบบุหรี่หน้าร้านแปบหนึ่งครับ เดี๋ยวเข้ามาเฝ้าร้านให้"
เดือนฉายมองด้วยสายตาไม่พอใจก่อนจะเอ่ยปากบ่น
"เรื่องมากจริง ๆ แล้วบุหรี่ก็เบาลงบ้าง จะตายก่อนป๊ากับม๊าเพราะบุหรี่เนี่ยแหละ"
จังหวะที่แม่ของเขาบ่นฟีนิกซ์รีบเดินเปิดประตูกระจกหน้าร้านทองออกมาทันที อย่างที่พ่อบอกก่อนหน้านี้ก็คงจริงพอเข้าสู่วัยทองอะไรก็หงุดหงิดไปซะหมด
ฟีนิกซ์หยิบบุหรี่ออกจากกระเป๋ากางเกงและดึงออกมาหนึ่งมวนจากซอง ปากหนางับบุหรี่ไว้และใช้มือป้องปากเพื่อจุดไฟที่ปลายมวนเพื่อให้ติดไฟ ทันทีที่ไฟติดก็อัดความเย็นเข้าปากและปล่อยควันขาวคลุ้งออกมา
สายตาคมทอดมองผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาหน้าร้านระหว่างที่สูบบุหรี่ ตอนนี้ก็บ่ายกว่าแล้วนักศึกษาบางคนก็เลิกเรียน นักเรียนบางคนก็เดินมาเลือกซื้อของกิน ด้วยที่บริเวณนี้เป็นจุดศูนย์รวมมีทั้งของกินของใช้ รวมถึงธนาคารและร้านทองผู้คนก็เลยพลุกพล่าน
สายตาที่สาดส่องมองผู้คนอยู่นั้นกลับสะดุดกับหญิงสาวคนหนึ่ง แต่งตัวด้วยชุดนักศึกษาและเป็นรุ่นน้องของเขาที่กำลังจะเดินผ่านหน้าร้านเขาพอดี
รุ่นน้องคนนี้ที่เคยจับคู่กิจกรรมรับน้องด้วยกัน
ระรินเจอรุ่นพี่คณะเดียวกันยืนอยู่หน้าร้านทองทำให้เธอชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจเดินต่อไป ก่อนจะเงยหน้าสบสายตาคมคู่นั้น
พอเดินเข้ามาใกล้มือเรียวเล็กยกมือไหว้อย่างสุภาพตามมารยาท
"สวัสดีค่ะพี่ฟีนิกซ์"
"อืม เพิ่งเลิกเรียน?" ฟีนิกซ์ถามสั้นพลางพ่นควันบุหรี่ออกมา
"ค่ะ" ระรินตอบกลับพร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อย สายตาเผลอจับจ้องใบหน้าคมคายของรุ่นพี่ปีสี่ ไม่ว่าจะเจอเขาอยู่ในสภาพไหนก็ยังหล่อบาดใจเหมือนเดิม สมฉายาเทพบุตรยกแก๊ง
"มองนานอยากได้พี่?" คิ้วหนาเลิกขึ้นข้างหนึ่ง น้ำเสียงยียวนกวนประสาทชวนให้คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าทำตัวไม่ถูก
ระรินชะงักไปชั่วขณะก่อนจะดึงสติกลับมา
"ขอตัวนะคะ รถใกล้ออกพอดี" ระรินบอกลาและรีบเดินผ่านหน้ารุ่นพี่หนุ่มไปทันที
ถ้าให้โลกนี้มีเขาแค่คนเดียวเธอยอมโสดจนตายดีกว่า พวกเธอสนิทกับแก๊งนี้เพราะชิลินมีพี่ดีเซลเป็นแฟนเลยเจอกันบ่อย แต่เธอก็ยังไม่คุ้นชินในคำพูดสองแง่สองง่ามของรุ่นพี่ เธอไม่ใช่คนใสซื่อแต่ก็อยากได้ผู้ชายหล่อทั้งภายนอกและภายใน แบบพระเอกนิยายที่แสนอ่อนโยน
ฟีนิกซ์ยืนมองแผ่นหลังของรุ่นน้องที่เดินผ่านไปพลางยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย ภาพความทรงจำที่เห็นเธอตอนไปเที่ยวผับผุดขึ้นมาในหัว
เด็กสาวที่ภายนอกดูเรียบร้อยใสซื่อ พออยู่ในแสงสีกลับมีเสน่ห์ชวนให้มองจนไม่อยากจะละสายตา
"สาวน้อยซ่อนรูป" เขาพึมพำออกมาเบา ๆ
