ตอนที่ 4 ทำไมยังต้องตายอีก
ในขณะที่หลินขุยอันกำลังจะลุกไปหยิบเสื้อคลุม ก็ได้ยินเสียงของนายทหารด้านนอกดังขึ้น หญิงสาวตกใจจนหน้าซีดรีบลุกขึ้นหาที่ซ่อน แต่แล้วข้อมือก็ถูกจับด้วยมือใหญ่ที่ร้อนผ่าว
“ไม่ต้องกลัวมีข้าอยู่ ข้าจะปกป้องเจ้า”
หลิงอี้บอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ทว่ายามที่คนของเขาปรากฏตัว ร่างของหญิงสาวตรงหน้าก็จางหายไปราวกับก่อนหน้านี้นางไม่มีตัวตน
ที่แท้ก็เป็นความฝัน ที่แท้ข้าก็เพ้อไปเอง
ในใจของหลิงอี้เกิดความรู้สึกวูบโหวงผิดหวังขึ้นมา แต่เมื่อมองเห็นอุปกรณ์ทำแผล และยาที่นางบอกเล่าวิธีการใช้เมื่อครู่ ดวงตาคมก็เบิกขึ้น พร้อมกับหัวใจที่เต้นรัวจนแทบคลั่ง
ไม่ใช่ฝัน! ไม่ใช่ฝัน! นางมีตัวตน
“ท่านแม่ทัพ ท่านฟื้นแล้ว บาดแผลของท่าน”
นายทหารหนุ่มมองบาดแผลของท่านแม่ทัพที่ถูกจัดการเรียบร้อยแล้วก็ขมวดคิ้วแน่น ตั้งแต่รองแม่ทัพฉางจากไป พวกเขาเฝ้าที่หน้ากระโจมตลอดแม้แต่มดสักตัวก็ไม่สามารถเข้ามาได้ เช่นนั้นผู้ใดเข้ามาทำแผลให้ท่านแม่ทัพของพวกเขากัน และผ้าที่ใช้พันก็แปลกประหลาด
“เป็นข้าจัดการตัวเอง คราวหน้าหากข้าไม่อนุญาต ใครก็ห้ามเข้ามา”
“ขอรับ” ทหารเวรขานรับเสียงหนักแน่น ก่อนจะรีบออกจากกระโจม เพราะฟังเสียงท่านแม่ทัพดูเหมือนจะมีโทสะจาง ๆ แต่เพราะเหตุใดกัน
หลิงอี้นอนเอนหลังที่บนตั่งเตียง นี่เป็นครั้งที่สองที่เขาได้พบกับหญิงสาวปริศนานางนั้น และทุกครั้งที่นางหายไปก็คล้ายจะมีเหตุการณ์ที่เป็นอันตรายต่อตัวนาง
หากได้พบเจอกันครั้งหน้า เขาจะไม่ยอมให้นางจากไปอีก
หลินขุยอันลืมตาตื่นด้วยความตกใจ ลมหายใจของเธอถี่กระชั้นราวกับเพิ่งผ่านการวิ่งระยะไกลหลายร้อยเมตรมา หัวใจเธอยังคงเต้นแรงจนได้ยินเสียงชัดเจน
ฝัน! เธอฝันถึงแม่ทัพหลิงอีกแล้ว ตกลงมันคือความฝันหรือความจริง ราวกับมีเส้นบาง ๆ กั้นอยู่ ทำให้เธอไม่กล้าปักใจเชื่อ เพราะกลัวว่าเชื่อแล้ว เธอจะผิดหวัง แต่ลึก ๆ แล้วเธอก็มั่นใจว่าไม่ใช่ฝัน หญิงสาวพยายามตบตีกับความคิดที่ฟุ้งซ่านของตนเองอยู่ในหัว
ทว่ายามที่พลิกตัวกลับพบว่าในอ้อมแขนของเธอมีกล่องปฐมพยาบาลเปิดอยู่ ที่สำคัญยาด้านในบางตัวหายไป หญิงสาวรีบดีดตัวลุกขึ้นจากเตียงนอนสำรวจยาในกล่องอีกครั้ง
“เห็นไหมยาหายไป ฉันไม่ฝัน อันอันแกไม่ได้ฝัน ไหน ๆ ดูหัวสิ นี่ไงยังมีรอยช้ำอยู่เลย ฮ่า ๆ หลิงอี้พวกเราเจอกันจริง ๆ ด้วย”
หัวใจของหญิงสาวเต้นระรัว ก่อนจะเริ่มสำรวจภายในห้องอีกครั้ง เธอกวาดสายตามองบนเตียงกว้าง ผ้าห่มของเธอหายไป ภาพที่เธอเปลี่ยนผ้าปูเตียงไม้เก่าของเขาแล้วปูผ้าห่มผืนหนาของเธอแทนที่ผุดขึ้นมาในความทรงจำ หัวใจของหญิงสาวยิ่งเต้นกระหน่ำ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแล้ว ข้าวของหายไปมากมายขนาดนี้ ล้วนเป็นของที่เธอหยิบติดมือไปทั้งสิ้น ไม่รอช้าหญิงสาวรีบหยิบโทรศัพท์ติดต่อหาเพื่อนสนิท เพื่อจะเล่าเรื่องเหลือเชื่อให้เพื่อนฟังด้วยความตื่นเต้น
“เซียงเซียงฉันไปเจอหลิงอี้มาอีกแล้ว” หลินขุยอันบอกด้วยโทนเสียงที่สูงขึ้นกว่าเดิม เธอดีใจเป็นอย่างมาก ทว่าปลายสายก็ถอนหายใจออกมา
“อันอันเพื่อนรัก ตอนนี้คือเวลาตี 2 เธอควรไปนอน”
“เซียงเซียง ฉันรู้ว่าเธอไม่เชื่อเรื่องที่ฉันเล่า แต่มันคือเรื่องจริง จริง ๆ นะ ถ้าเธอไม่เชื่อมาดูที่ห้องฉันก็ได้ ผ้าห่มของฉันหายไปแล้วจริง ๆ กล่องยาที่เธอซื้อให้ฉันก็หายไปด้วย เซียงเซียงหลิงอี้เขาได้รับบาดเจ็บ แต่ฉันทำแผลให้เขาแล้วนะ”
เหยาลี่เซียงที่เพิ่งนอนไปได้ 2 ชั่วโมงถอนหายใจยาวกับอาการคลั่งไคล้ชายโบราณของเพื่อนสนิท แต่กระนั้นก็ไม่มีอาการรำคาญแต่อย่างใด มีแค่ความเหนื่อยใจ เธอกลัวเหลือเกิน กลัวว่าต้องพาเพื่อนเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล
“อันอัน เมื่อวานเธอบอกฉันว่าเพิ่งเอาผ้าห่มไปส่งซักไม่ใช่หรือไง”
“แต่ฉันไปเอามาแล้ว เซียงเซียง เธอต้องเชื่อฉันนะ ฉันข้ามมิติได้จริง ๆ” หลินขุยอันยังคงพยายามพูดซ้ำ ๆ ให้เพื่อนสนิทฟัง ถึงจะรู้ว่าลี่เซียงไม่ค่อยเชื่อ ไม่ใช่ไม่ค่อยเชื่อ แต่ไม่เชื่อเลยต่างหาก
“โอเค ๆ ฉันเชื่อ ถ้าอย่างนั้นตอนนี้จะยังไงต่อ เธอช่วยชีวิตแม่ทัพหลิงให้รอดจากการถูกลอบสังหาร แล้วชีวิตของเขาต่อจากนี้จะอยู่ยืนยาวจนถึงร้อยปีแล้วใช่ไหม”
“จริงด้วย ต่อจากนี้ชีวิตของแม่ทัพหลิงจะเป็นยังไงต่อ แค่นี้ก่อนนะเซียงเซียง”
หลินขุยอันวางสายจากเพื่อนสนิทแล้วรีบไปเอาตำราบนชั้นขึ้นมาเปิดอ่านในทันที
ตายเพราะถูกลอบสังหารโดยหมอปริศนา!
นี่มันอะไรกัน ทำไมเขายังตายอีก ใบหน้าหลินขุยอันตะลึงถึงขีดสุด เธอฟาดหนังสือลงบนโต๊ะ ทั้ง ๆ ที่เธอช่วยทำแผลให้แล้วนะ!
ไม่ได้!...เธอต้องรีบไปเตือนเขา หลินขุยอันรีบวิ่งไปกระโดดขึ้นเตียงแล้วข่มตานอนหลับ เพียงแต่เวลาหมุนเวียนไปจนถึงเช้าวันใหม่ เธอก็ไม่สามารถข้ามมิติไปเตือนแม่ทัพหลิงได้
หรือว่าเขาจะจบชีวิตลงเช่นนี้จริง ๆ ในใจอาจารย์สาวเศร้าเป็นอย่างมาก หลายวันที่ผ่านมาเธอกินข้าวราวกับแมวดม ใช้ชีวิตราวกับคนที่ไร้เรี่ยวแรง ในหัวเอาแต่คิดถึงเรื่องของหลิงอี้ ทำไมเขาต้องตายอีกล่ะ ทำไมเธอไปหาเขาไม่ได้
ทันใดนั้นเธอก็นึกขึ้นได้ว่า วันพรุ่งนี้เธอมีนัดกับอาจารย์เหยียน ดังนั้นเธอจึงพยายามข่มใจรอ วันต่อมาหลินขุยอันจึงรีบไปที่บ้านของเหยียนต้าฮ่าวตามนัด และเป็นตามที่เขาบอก ในบ้านของเขามีหนังสือมากมายที่บันทึกเกี่ยวกับเรื่องราวของแคว้นอู๋ตี้จริง ๆ
เพราะถูกลอบโจมตีจากมือสังหาร แม่ทัพหลิงบาดเจ็บสาหัส ไร้หมอรักษา ทำให้ถูกหมอปริศนาฉวยโอกาสเข้ามาวางยาพิษ
หนังสือสามเล่มล้วนบันทึกไปในแนวทางเดียวกัน ในใจของหลินขุยอันเริ่มร้อนรน ทั้งกังวลและห่วงใย หากแต่ในจังหวะที่เธอกำลังเคร่งเครียด เหยียนต้าฮ่าวก็ส่งกล่องไม้สลักใบหนึ่งให้เธอ
“อะไรหรือคะ”
“ป้ายห้อยหยกมรกตหลิงหยุน ผมประมูลได้เมื่อห้าปีก่อน เห็นว่าเป็นของในยุคเก้าแคว้น และน่าจะเป็นของแคว้นอู๋ตี้”
หลินขุยอันรับกล่องไม้มาจากอาจารย์หนุ่มด้วยความสนใจ ชื่อป้ายหยกห้อยนี้เหตุใดจึงเหมือนกับป้ายหยกห้อยของตระกูลหลิงเลย ทว่าเมื่อเปิดฝากล่องออกก็ยิ่งตกใจ ไม่เพียงแค่ชื่อเหมือน แม้แต่แผ่นหยกด้านในก็เหมือนด้วย หลินขุยอันค่อย ๆ เอานิ้วไล้สัมผัสบนเนื้อหยกเบา ๆ
“อาจารย์หลิน ระวังครับ!”
เหยียนต้าฮ่าวร้องห้าม ทว่าก็ช้าไปเพราะทันทีที่ปลายนิ้วเลื่อนผ่านเนื้อหยก รอยร้าวเล็ก ๆ บนแผ่นหยกก็บาดเข้าที่ปลายนิ้วของเธอ
ชายหนุ่มรีบหยิบกล่องไม้ในมือหญิงสาววางลงบนโต๊ะ ก่อนที่เขาจะรีบพาเธอไปทำแผล
“ก่อนหน้านี้ตอนที่ประมูลมา แผ่นหยกนี้ผิวเนียนละเอียด แต่ไม่รู้เพราะอะไร อยู่ดี ๆ มันก็เกิดรอยร้าวขึ้น ทำให้อาจารย์หลินบาดเจ็บผมต้องขอโทษด้วย”
“ขอโทษทำไมกันคะ เป็นฉันเสียอีกที่แตะต้องของของคุณโดยไม่ได้ขออนุญาตก่อน”
“ไม่เป็นไรครับ อย่างไรเสียผมก็จะเอาไปเปิดประมูลอยู่แล้ว”
“เปิดประมูล!”
“ครับ คุณแม่ผมท่านถือ ป้ายหยกมีรอยร้าว นับเป็นของอัปมงคล แต่จะทิ้งไปผมก็เสียดาย เลยคิดว่าจะเอาไปฝากประมูลครับ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะมีคนซื้อไหม”
“ฉันซื้อค่ะ”