ตอนที่ 2 แม่ทัพหลิง
เหยาลี่เซียงเอ่ยแนะนำโดยไม่ได้คิดอะไร ทว่าหลินขุยอันกลับกระตือรือร้น และในวันหยุดต่อมาเธอก็ตอบตกลงคำชวนไปล่องเรือสำราญของเหยียนต้าฮ่าว ซึ่งทำให้ชายหนุ่มดีใจมากถึงขั้นติดต่อเปลี่ยนระดับตั๋วเป็น VVIP ที่สามารถชมจันทร์บนดาดฟ้าของเรือ และนั่นกลับทำให้หลินขุยอันรู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมาก เพราะในใจเธอมาด้วยจุดประสงค์บางอย่าง และเธอก็พอจะรู้ว่าอาจารย์เหยียนพึงใจในตัวเธอ
ท่ามกลางพลุไฟนับร้อยดวง เพียงแต่เหยียนต้าฮ่าวลงทุนลงแรงไปมากทว่าหัวใจของหลินขุยอันกลับไม่ได้ตื่นเต้นเลยแม้แต่น้อย ในทุกช่วงเวลาเธอมักหาจังหวะสอบถามเกี่ยวกับเรื่องราวการล่มสลายของแคว้นอู๋ตี้อยู่เสมอ เธอตัดคำพูดลึกซึ้งของเขาทั้งหมด ให้เหลือเพียงเพื่อนกันเท่านั้น
“หากอาจารย์หลินสนใจเรื่องราวของแคว้นอู๋ตี้ ที่บ้านผมมีหนังสืออยู่หลายเล่ม วันเสาร์หน้าอาจารย์หลินก็ไปเลือกดูแล้วกันครับ” ในเมื่อหญิงสาวที่เขามีใจชอบสิ่งใด เขาก็พร้อมจะมอบสิ่งนั้นให้เธอ และก็พอดีที่บ้านเขามีหนังสือเหล่านั้นอยู่เช่นกัน
หลินขุยอันได้ยินก็ยินดีเป็นอย่างมาก ดวงตาเธอเปล่งประกาย รอยยิ้มก็กว้างขึ้น เหยียนต้าฮ่าวเห็นแล้วก็ตัดใจไม่ลงอย่างสิ้นเชิง
“จริงหรือคะ ขอบคุณอาจารย์เหยียนมาก ๆ เลยค่ะ อย่างนั้นวันเสาร์หน้าพบกันนะคะ”
“ครับ” เขาเอ่ยยิ้ม ๆ พร้อมกับพยายามเปลี่ยนเรื่องคุยอย่างแนบเนียน แต่ไม่ว่าจะเปลี่ยนกี่ครั้ง หลินขุยอันก็วกกลับมาถึงเรื่องแม่ทัพหลิงอีกจนได้
หลินขุยอันกลับมาถึงห้องก็ล้มตัวลงนอน แม้จะบอกว่าเธออยากจะพักเรื่องของแม่ทัพหลิงเอาไว้ก่อน แต่สายตาก็ยังคงมองไปที่กล่องเก็บสิ่งของที่รวบรวมเรื่องราวของหลิงอี้เอาไว้ไม่วางตา พลันภาพชายหนุ่มในความฝันก็ปรากฏในห้วงความคิด เธอเดินไปนั่งที่ริมหน้าต่างหยิบอุปกรณ์วาดภาพขึ้นมาก่อนจะลงมือร่างเส้นตามความทรงจำ
คิ้วเข้ม ตาคม จมูกโด่ง ทว่าริมฝีปากกลับบางราวสตรี ช่างเป็นบุรุษที่หล่อคมคายและสวยเย้ายวนในคนเดียวกัน หากเขาเป็นคนในยุคนี้ บอกเลยว่าคู่แข่งของจอมมารตงฟางชิงชางต้องเป็นหลิงอี้ผู้นี้แน่นอน
หลังจากใช้เวลาอยู่ครึ่งคืนภาพของชายในฝันก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า แม้จะไม่อยากเข้าข้างตัวเอง แต่ก็ต้องยอมรับว่าภาพของแม่ทัพหลิงที่ถูกบันทึกในอินเทอร์เน็ตนั้นโดดเด่นตรึงตราได้ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของภาพชายตรงหน้าเธอเลย
“เจ้าเป็นใครกันแน่ คิดว่ากระโจมแม่ทัพเช่นข้าเป็นสถานที่เที่ยวเล่นหรืออย่างไร อยากมาก็มา อยากไปก็ไป”
เสียงเข้มคุ้นหูดังขึ้นในโสตประสาท ทำให้หลินขุยอันที่กำลังใช้มีดคัตเตอร์เหลาดินสอพลันตื่นตกใจจนทำคมมีดบาดลงบนปลายนิ้วเป็นแผลยาว หลินขุยอันถอนหายใจกับความซุ่มซ่ามของตนเอง และรีบไปทำแผล โดยไม่ทันสังเกตว่าบนภาพวาดของเธอได้มีโลหิตหยดหนึ่งหยดลงบนแผ่นหยกห้อยเอวของหลิงอี้
หลังจากทำแผลเสร็จแล้วหลินขุยอันก็เดินกลับมามองภาพวาดของตนเองด้วยความภาคภูมิใจอีกครั้ง ก่อนจะวางภาพแม่ทัพหนุ่มลงบนโต๊ะตัวยาว ใช้แท่นไม้กดทับด้านบนและด้านล่างเอาไว้เพื่อไม่ให้ภาพปลิวตก จากนั้นก็หยัดตัวลุกขึ้นยืน แล้วบิดตัวไปมาด้วยความเมื่อยล้า จนกระดูกลั่นดังกร๊อบ ๆ
ไม่ได้วาดภาพมานาน ปวดเมื่อยไปหมดทั้งตัวจริง ๆ
และเพราะความอ่อนล้า ทันทีที่ทิ้งตัวลงบนเตียงนอนเธอก็หลับสนิทอย่างง่ายดายโดยที่บนตัวยังห่มผ้าผืนหนา ในวงแขนก็ยังกอดกล่องอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเอาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว
สายลมอ่อน ๆ จากเครื่องปรับอากาศพัดวนในห้องกว้าง แผ่นภาพบนโต๊ะยาวขยับเบา ๆ โดยที่ไม่สามารถอธิบายด้วยเหตุผลจู่ ๆ แผ่นหยกห้อยเอวในภาพวาดก็เกิดแสงสว่างสีแดงขึ้นวาบหนึ่ง ก่อนที่สายลมจะพัดวนผ่านร่างเพรียวบางบนเตียงเบา ๆ จนหญิงสาวรู้สึกหนาวสะท้านค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา
“ที่นี่ที่ไหน”
คำถามที่ช่างโง่งมถูกหญิงสาวเอ่ยออกมาเบา ๆ เมื่อเธอลืมตาขึ้นมาแล้วพบว่าตนเองไม่ได้อยู่บนเตียงนอนในห้องส่วนตัว แต่กลับเป็นเตียงโบราณที่ไม่คุ้นตาแต่กลับคุ้นเคยแห่งหนึ่ง
“ท่านแม่ทัพได้รับบาดเจ็บรีบไปตามหมอเร็วเข้า”
“เรียนรองแม่ทัพฉาง หมอเซียวได้หายตัวไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วขอรับ”
“จะเป็นหมอเซียว หมอหวัง หมอหยาง หรือหมออะไรก็ช่าง รีบไปพาตัวมารักษาท่านแม่ทัพ”
เสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นอยู่ที่ด้านนอก ก่อนที่ประตูห้องจะถูกเปิดออก ด้วยความตกใจหลินขุยอันจึงรีบพลิกตัวลงจากเตียง แล้วแทรกกายหลบซ่อนอยู่ด้านล่างพร้อมกับผ้าห่มผืนหนาและกล่องปฐมพยาบาลที่ติดตัวเธอมาด้วย หัวใจเธอเต้นแรงราวกับกลองออกศึก แต่ก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดต้องหลบ ในเมื่อนี่มันความฝันของเธออีกแล้ว
“เรียนรองแม่ทัพ ทหารได้ยินว่าท่านแม่ทัพบาดเจ็บหมดสติก็ขวัญเสีย ตอนนี้กองทัพแคว้นซ่งบุกมาทางประตูตะวันออก ด่านหน้าหมดกำลังใจ ใกล้จะต้านไม่ไหวแล้วขอรับ”
“บัดซบ! นายกองอวี้ไปเอาชุดเกราะท่านแม่ทัพมา” หลินขุยอันกำลังจะขยับออกจากใต้เตียง เพราะเธออยู่ในความฝันไม่จำเป็นต้องหลบ แต่เมื่อได้ยินเสียงรายงานของนายกองผู้หนึ่ง เธอก็หยุดชะงัก
เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กองทัพ รองแม่ทัพฝ่ายขวาจึงออกรบแทน ทำให้การรบที่ประตูตะวันออกได้รับชัยชนะ เพียงแต่สุดท้ายเพราะพิษที่บาดแผลแม่ทัพหลิง รักษาไม่ทันท่วงที ถึงแม้ไม่ตาย ก็ไร้ทางเยียวยา
แม่ทัพผู้เก่งอาจทำได้เพียงกลอกลูกตาไปมาบนตั่งเท่านั้น หลังจากนั้นไม่นานกองกำลังหนานอิงจึงพ่ายแพ้อย่างราบคาบในสามเดือนถัดมา และหลิงอี้ก็สิ้นใจตายอย่างอนาถ ทว่าการตายของเขาเป็นปริศนาที่ยังไขไม่ได้ บ้างก็บอกว่า เขาหายดีแล้ว บ้างก็บอกว่าเขาป่วยจนวิปลาสแต่ก็ไม่มีผู้ใดรู้อย่างแท้จริง
บทความประโยคหนึ่งผุดขึ้นมาในความทรงจำของหลินขุยอัน หญิงสาวพลันตื่นตกใจจนต้องยกมือปิดริมฝีปากเอาไว้แน่น หรือว่านี่เธอย้อนเวลามาในยุคสงครามเก้าแคว้น และตอนนี้คือเหตุการณ์หลังจากที่แม่ทัพหลิงถูกลอบสังหาร
ไม่ได้เธอจะไม่ยอมให้เขาเป็นเช่นเดิมเด็ดขาด
หลินขุยอันมองกล่องปฐมพยาบาลในมือ การแพทย์ยุคนี้ยังไม่ก้าวหน้า บาดแผลของหลิงอี้ต่อให้ไม่หนักหนา แต่ถ้ารักษาไม่ทันการณ์ย่อมติดเชื้อและทำให้เสียชีวิตได้ แต่หากเธอช่วยเขาได้ทันเหตุการณ์เหล่านั้นย่อมต้องไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ครั้งนี้เธอจะเปลี่ยนชะตาของเขาเอง!...