ตอนที่ 1 ก่อนที่จะเป็นบ้า
หญิงสาวยกมือขึ้นลูบที่ลำคอเบา ๆ แต่เมื่อดวงตาเรียวเห็นว่าที่ปลายเล็บมีเลือด เธอก็พลันถอนหายใจออกมา คงเป็นเพราะเธอเผลอเกาแล้วเล็บที่ฉีกบาดคอกระมัง เป็นเธอที่คิดเรื่องเพ้อเจ้อ ไร้สาระไปไกล
หลินขุยอันก็ได้แต่ถอนหายใจยาว เงยหน้ามองเงาของตนเองในกระจก ก่อนที่ภาพใบหน้าของชายหนุ่มในความฝันจะสะท้อนขึ้นมาในความคิด
“ดูเหมือนว่าฉันคงต้องหยุดคิดเรื่องของคุณก่อนชั่วคราว ไม่อย่างนั้น ฉันคงต้องย้ายจากห้องสมุดไปอยู่โรงพยาบาลบ้าแน่ ๆ”
หลินขุยอันบ่นออกมาพร้อมกับส่ายหน้าไปมา หลังจากจัดการธุระยามเช้าของตนเองเสร็จก็เดินออกมาแต่งตัว พลันสายตาก็หันไปเห็นทั้งตำรา และเครื่องใช้โบราณมากมายที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะตัวยาว
'อันอันเอ๊ย...เธอหมกมุ่นถึงเขาเพียงนี้จะเก็บไปฝันถึงก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ห้องนอนแทบจะกลายเป็นอนุสรณ์สถานแห่งหลิงอี้ไปแล้ว นี่หากหาหลุมศพเขาเจอ ฉันกลัวเหลือเกินว่าตัวเองจะขุดเขามาไว้ที่บ้าน เฮ้อ...'
หลินขุยอันส่ายหน้าพลางถอนหายใจออกมา ดังนั้นเพื่อให้ความคิดของตนเองหยุดพัก หลินขุยอันจึงตัดสินใจเก็บข้าวของที่เกี่ยวกับแม่ทัพหลิงลงกล่อง ทว่าเมื่อหยิบชิ้นใดดวงตาเล็กก็ดูเหมือนจะจ้องมองอย่างล่องลอยไปเสียทุกครั้ง หากเหยาลี่เซียง ไม่โทรเข้ามาตาม เธอคงได้นั่งจมอยู่กับหลิงอี้ทั้งวันอีกเป็นแน่
“หากให้ฉันเดา เธอคงกำลังนั่งเพ้อถึงหลิงอี้ใช่ไหม หลิงฮูหยิน” หลินขุยอันหลุดหัวเราะออกมา ยัยเพื่อนตัวดีจะรู้ใจเกินไปแล้ว ขนาดไม่ได้มานั่งด้วยกันก็ยังเดาถูก
“หยุดรู้ทันฉันสักวันเถอะนะเซียงเซียง ฉันกำลังจะออกไปแล้ว”
“แน่นอนว่าเธอต้องรีบออกมาเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นเธอจะสายเป็นครั้งที่สามของเดือนแล้ว และเงินเดือนเธอเดือนนี้ก็ไม่พอให้ไปหาซื้อของของแม่ทัพหลิงแน่นอน”
“จ้ะ ๆ ฉันรู้แล้ว เจอกัน” หลินขุยอันกดวางสาย เธออดจะหัวเราะออกมาอีกครั้งไม่ได้ เพราะว่าเธอกำลังเล็งกระบี่ชิงหลง กระบี่คู่ใจของหลิงอี้ ที่ตอนนี้ถูกประมูลอยู่ในตลาดมืด แน่นอนว่าราคามันก็สูงมากจนมนุษย์เงินเดือนอย่างเธอเอื้อมไม่ถึง
หลินขุยอันตัดใจเก็บของชิ้นสุดท้ายลงกล่อง ในเมื่อจะเลิกคิด ก็ควรตัดให้หมด กระบี่นั่นก็อย่าไปสนใจเลย เธอปิดฝากล่องและลากเข้าไปเก็บในมุมลึก ๆ ริมห้องนอน จากนั้นก็หยิบกระเป๋าสะพายใบใหญ่เดินออกจากห้องไป
เมื่อมาถึงมหาวิทยาลัยเหล่านักศึกษาต่างก็หยุดโค้งตัวทำความเคารพหลินขุยอันในฐานะอาจารย์ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่กลับเป็นถึงผู้เชี่ยวชาญพิเศษ เธอก้มศีรษะตอบรับทักทายด้วยรอยยิ้มสดใส ก่อนจะเดินขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นพักครู นี่ต่างหากที่เป็นที่ของเธอ ไม่ใช่ในยุคโบราณนั่น
“อาจารย์หลินมาแล้วเหรอครับ ทำไมวันนี้ดูไม่สดชื่นเลย”
เหยียนต้าฮ่าว อาจารย์ประจำภาคเอ่ยทักทายหลินขุยอันด้วยความกระตือรือร้น แสดงออกชัดเจนถึงความรู้สึกสนใจที่ตัวเขามีต่ออาจารย์ผู้เชี่ยวชาญพิเศษตรงหน้าอย่างไม่คิดปิดบัง
“รับอเมส้มสักแก้วไหมครับ ผมกำลังจะลงไปคอฟฟี่ช็อปพอดี”
“ขอบคุณอาจารย์เหยียนมากค่ะ ถ้าอย่างนั้นฉันก็ต้องรบกวนด้วย นี่ค่ะเงินค่ากาแฟ” หลินขุยอันหยิบธนบัตรออกมายื่นให้กับอาจารย์หนุ่ม ทว่าเขากลับไม่มีท่าทีจะรับ
เหยียนต้าฮ่าวโบกมือปฏิเสธในทันที หากแค่กาแฟแก้วเดียวเขายังเลี้ยงเธอไม่ได้ ภายหน้าจะพิชิตใจหญิงสาวได้อย่างไร แต่เขาไม่ยอมรับหลินขุยอันก็ไม่ยอมถอย อีกทั้งยังพูดชัดเจนอีกว่า ถ้าเขาไม่เอาเงินเธอก็ไม่รับของเช่นกัน สุดท้ายชายหนุ่มก็จำเป็นต้องรับเงินจากมือเธออย่างเลี่ยงไม่ได้ แน่นอนว่าที่อาจารย์สาวทำเช่นนี้ ก็เพราะต้องการขีดเส้นให้ชัดเจน
เมื่อเหยียนต้าฮ่าวลงไปแล้ว เหยาลี่เซียงที่นั่งเอียงหูแอบฟังก็รีบหมุนเก้าอี้ขยับไหล่มาประชิดชนไหล่เล็ก พลางมองตามแผ่นหลังของคนที่เพิ่งจากไป
“ถ้าเป็นฉัน ฉันเลือกคบกับอาจารย์เหยียน ดีกว่าเสียเวลาไปนอนเพ้อฝันถึงท่านแม่ทัพในตำนานที่ตายไปนับพันปีแล้ว”
หลินขุยอันถลึงตาใส่เพื่อนสนิท แต่ก็ไม่ได้เถียงอะไรออกมา เหมือนเช่นทุกวัน การกระทำที่เปลี่ยนไปนี้ของเธอทำให้เหยาลี่เซียงแปลกใจ จนคิ้วเรียวขมวดมุ่น ขยับหน้ามาสบตากับเพื่อนสาวอย่างจับผิด
“ทำไมยะ เธอไม่อยากเป็นหลิงฮูหยินแล้วหรือไง” หลินขุยอันดันใบหน้าที่แทบจะแนบชิดใบหน้าเธอออกไปห่าง ๆ พลางเลื่อนเก้าอี้ไปใกล้กับโต๊ะทำงาน
“อย่ามาล้อเล่นน่า เธอก็รู้ว่าฉันแค่ชื่นชอบแล้วก็เห็นใจในชะตาของแม่ทัพหลิงเท่านั้น ใครจะไปอยากเป็นหลิงฮูหยินของเขากัน”
ปากพูดออกไปแบบนั้นแต่ในความคิดกลับคะนึงหาใบหน้าที่คมเข้ม สายตาที่ดุดัน และรูปร่างที่กำยำของหลิงอี้ จะดีแค่ไหนหากเธอได้เป็นหลิงฮูหยินของเขาจริง ๆ จะดีแค่ไหน หากเธอและเขาเกิดมาในยุคเดียวกัน
หลินขุยอันรีบหยุดความคิดฟุ้งซ่านของตนเองในทันที หลิงอี้เป็นเพียงบุคคลในประวัติศาสตร์ ต่อให้เขาไม่ได้ถูกลอบสังหารก็คงไม่มีอายุยืนยาวหลายพันปี มาแต่งงานกับเธอหรอก หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ หากเขาไม่ตาย เขาก็ต้องแต่งงาน ขุนนางระดับนั้น ให้แต่งกับองค์หญิงสักคนก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ‘เฮ้อ...หัวใจฉันเจ็บจังเลย’
“ฉันได้ยินมาว่า อาจารย์เหยียนเองก็ศึกษายุคเก้าแคว้นเหมือนกัน เห็นว่าเขามีตำราช่วงที่แคว้นอู๋ตี้ล่มสลายด้วยนะ บางทีหากเธอไปเดตกับเขาสักครั้งสองครั้งอาจได้ข้อมูลเพิ่มก็ได้นะ”