บท
ตั้งค่า

บทที่ 5 ตอน Five Time

"เอ๋!!!"

"ไม่ได้สังเกตเลยเหรอคะ ปีนี้กระรอกน้อยอายุเท่าไหร่"

"กำลังจะสิบแปดครับ"

"อีกไม่นานเลือดในตัวของกระรอกน้อยจะเป็นคนบอกเอง ที่ข้าพูดแบบนี้เพราะว่าตาของกระรอกน้อยก็คือเพื่อนของข้า และมีกลิ่นเลือดแบบเดียวกัน"

"อะไรนะครับ! นี่ท่านพี่อายุเท่าไหร่ครับเนี่ย!" ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ นี่มันสามรุ่นมาแล้วนะ คีย์อายุเท่าไหร่กันแน่

"เอาเป็นว่าเก็บเสื้อผ้าแล้วเตรียมตัวเข้าวังหลวงกันวันพรุ่งนี้ดีกว่านะ ท่าทางจะต้องโดนสอบสวนอีกเยอะแน่ๆ และยังต้องเจอมาร์แชลด้วยเพราะว่าเป็นต้นเหตุให้เกิดเรื่องขึ้น"

"ครับ"

ร่างสูงโปร่งถูกปลุกตั้งเช้าตรู่และยังไม่ได้กินอาหารเช้าด้วยซ้ำ โดนที่เจ้าคฤหาสน์ให้เหตุผลว่าไปกินที่วังหลวงเลยดีกว่าจะได้ไม่เสียเวลา มือขาวเลยเตรียมอาหารแบบลวกๆ อย่างแซนวิชมาเพื่อพกกินระหว่างทาง เมื่อก้าวเข้ามาในรถม้าแล้วก็ไม่ลังเลที่จะหยิบขึ้นมากินในทันที ดวงตาคมมองด้วยความสงสัยและเอ่ยปากถามในทันที

"กระรอกน้อย ที่กินเข้าไปคืออะไรเหรอ" เสียงทุ้มต่ำถามพลางเอียงคอมองไปมาด้วยความสงสัย ถึงแม้ว่าจะอายุมากแล้วแต่การกระทำแบบนั้นน่ารักไม่น้อยเลยทีเดียว

"แซนวิชครับ คือการนำขนมปังมาตัดเป็นแผ่นแล้วใส่ผัก และเนื้อที่ต้องการกินแล้วใส่น้ำที่ทำขึ้นมาแล้วลงไปครับ โดยน้ำเหล่านี้แล้วแต่ว่าจะเป็นน้ำสลัดหรือว่าน้ำผักหรือจะเป็นแยมหรือเนยก็ได้ทั้งหมดครับ แต่ผมเห็นว่าในตู้เย็นมีเพียงเนยเลยทาด้วยเนยสดครับ"

"วิเศษมากเลย กระรอกน้อยมีให้ข้าลองกินไหมคะ"

"มีครับ ผมทำเผื่อไว้สองอัน"

"แล้วทำไมถึงต้องกินระหว่างเดินทาง ในเมื่อก็ใกล้จะถึงวังหลวงแล้ว"

"แซนวิชคืออาหารว่างหรืออาหารกินเล่นครับ ไม่ใช่อาหารหลักในการกิน ถือเป็นมื้อระหว่างวันครับ สำหรับโลกของผมมันเป็นแบบนี้ครับ"

"สุดยอดเลย ถ้างั้นลองทำอาหารว่างให้ข้ากินแบบนี้ระหว่างวันได้ทุกวันไหม"

"ได้ครับ ยังไงผมก็ชอบทำอาหารอยู่แล้วครับ"

"กระรอกน้อยจะทำให้ข้าประทับใจไปถึงไหนกันนะ ข้าไม่รู้จะเริ่มชมจากตรงไหนก่อนแล้วนะ"

เหมือนได้รับคำชมมากมายเริ่มทำให้ใบหน้าขึ้นสีระเรื่อขึ้นมาดื้อๆ ถึงแม้ว่าอากาศจะเย็นสบายแต่เหมือนมีไฟมาสุมรวมกันอยู่ที่แก้มนวลทั้งสองข้างเลย

"ขอบคุณครับ รู้สึกเป็นเกียรติมากที่ท่านพี่พึงพอใจครับ" เสียงหวานเอ่ยตอบกลับไปไม่เต็มเสียงนัก เขาหลีกเลี่ยงที่จะสนทนาด้วยการมองไปที่วิวด้านนอกแทน ทุกอย่างเป็นอย่างที่ถูกเขียนไว้ในบันทึก บรรยากาศเหมือนยุโรปกลางชัดๆ ถึงแม้ว่าจะมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยในบางเรื่องแต่เรื่องวัฒนธรรมบางอย่างก็ไม่มีสินะ

รถม้ายังคงเดินทางออกไปตามเส้นทางหลักของหัวเมืองทางตะวันออก ถ้าเทียบกับทิศทางของใจกลางจักรวรรดิแล้ว เส้นทางของตะวันออกถือว่าเดินทางได้ง่ายที่สุดแล้ว และมีของที่ค่อนข้างสะดวกสบายกว่าหัวเมืองอื่นมากนัก

"ถึงแล้วพะยะค่ะ หม่อมฉันขอตัวไปเก็บรถม้าก่อน"

"อืม อย่าลืมขนของเข้ามาด้วยล่ะ"

"พะยะค่ะ รัชทายาท"

วังหลวงถูกดีไซน์ด้วยสีโทนดำเกือบทั้งหมดตัดกับสีขาวบางส่วนคงความเก่าแก่และน่าสะพรึ่งกลัวไว้ในคราวเดียวกัน สมแล้วที่เป็นวังของแวมไพร์น่ากลัวได้ดีเลยทีเดียว เหมือนกับว่าสามารถประกาศศักดาและข่มขวัญคู่ต่อสู้ได้ดีเลยทีเดียว ร่างสูงโปร่งเดินเข้าไปโดยไม่มีท่าทีหวั่นไหวอะไรเลยทำให้อีกฝ่ายประหลาดใจไม่น้อย

ที่นี่ถ้าเปรียบกับโลกมนุษย์แล้วก็เหมือนบ้านผีสิงขนาดใหญ่เท่านั้นเอง แล้วเขาไม่ได้กลัวผีจะทำท่าตื่นกลัวไปทำไมกัน เดินไปด้วยท่าทีสบายๆ มันก็ไม่มีอะไรแล้ว อีกอย่างสิ่งที่เขาทำมันไม่ใช่เรื่องที่ผิด คนไม่ผิดไม่มีอะไรที่จะต้องกลัว

"มากันแล้วเหรอ" องค์จักรพรรดิทักทายลูกชายและคู่หมั้นที่ลูกชายไปประกาศไว้ในงานเลี้ยงของบ้านมาร์แชล ทำไมถึงทำแบบนั้น มีเหตุผลอะไรกันแน่ ลูกของเขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนจะต้องมีสาเหตุอย่างแน่นอน

"ครับ ท่านพ่อ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยตอบกลับไป

"ครับ ท่านจักรพรรดิ"

"ที่รัก ทำไมเจ้าทำให้เด็กคนนั้นเกร็งล่ะ"

"โธ่! ข้าไม่ได้ตั้งใจนะ"

"ข้าคิดว่าท่านพ่อคงไม่ได้เรียกมาจากงานที่ยังค้างคาเพื่อมาดูท่านพ่อกับท่านแม่ทะเลาะกันใช่ไหม" เสียงทุ้มต่ำเริ่มขุ่นมัวตามอารมณ์เพราะว่างานของเขายังมีอยู่มากแต่ถูกลากตัวมาแบบนี้ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยจำใจต้องมายังวังหลวงแห่งนี้

"อรุณสวัสดิ์ คุณชายจีน" มาร์แชลเอ่ยทักทายด้วยท่าทีเป็นมิตรแต่เหมือนว่าคีย์จะไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ ก็อย่างว่า...ใครจะพอใจที่มาถูกใจคนที่ตัวเองชอบแบบนี้กันนะ

"อรุณสวัสดิ์ครับ  คุณบลัฟ" ประเด็นมันอยู่ตรงที่อีกฝ่ายไม่รู้ว่าใครหลงรักตัวเองเข้าแล้วต่างหากล่ะ

"จะเข้าเรื่องเลยแล้วกันนะ ทำไมเจ้าถึงได้สามารถต่อสู้กับคนที่จะมาปองร้ายกับมาร์แชลได้ ทั้งจักรวรรดิเรียนรู้การต่อสู้ด้วยการใช้ดาบและอาวุธต่างๆ นานา ไม่ได้ถูกสอนมาแบบนั้น เจ้าเป็นคนที่ไหนกันแน่ เจ้าอยู่ตระกูลไหน" จักรพรรดิรัวคำถามที่อยากรู้มากมายใส่จีนโดยที่เจ้าตัวเองก็ไม่ได้รู้สึกทุกข์ร้อนอะไรมากนัก มันเหมือนกับสถานการณ์เข้าห้องเย็นในห้องปกครองในโรงเรียนไม่มีผิด การแก้ไขสถานการณ์คือการบอกความจริงไปต่างหาก

"การต่อสู้นี้เรียกว่าคาราเต้ครับ คือการใช้ร่างกายเตะต่อยออกไปในระยะสั้นด้วยความว่องไวและตัดกำลังคู่ต่อสู้ แม้ว่าจะไม่มีอาวุธแต่สามารถต่อสู้กับอีกฝ่ายได้ ผมถูกสอนมาแบบนั้นมากกว่าการใช้อาวุธเพราะว่าการใช้อาวุธเป็นเรื่องอันตรายมากสำหรับที่บ้านผม คนที่ไม่ได้ทำงานด้านนั้นโดยตรงห้ามใช้ครับ"

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel