บทที่ 4 ตอน Fourth Time
"อะไรนะ! เด็กคนนั้นเป็นคู่หมั้นขององค์รัชทายาท"
"หมายความว่ายังไงกัน"
"ยังงี้ลูกสาวของฉันก็อดตำแหน่งจักรพรรดินีสินะ"
"แล้วเป็นลูกตระกูลไหนกันถึงได้ครองหัวใจของรัชทายาทได้นะ"
เสียงซุบซิบนินทาต่างๆ นานาถูกพูดถึงเป็นอย่างมากในงานเลี้ยงภายในวันนี้ แล้วมันเรื่องอะไรกันแน่
ดาบจ่อหน้า
คู่หมั้น
รัชทายาท
จักรพรรดินี
หรือว่า!
"ท่านพี่เป็นลูกขององค์จักรพรรดิใช่ไหมครับ" เสียงหวานถามออกมาด้วยน้ำเสียงก่ำกึ่ง ดวงตากลมโตมีแววสับสนอย่างเห็นได้ชัด
"ใช่ แต่ว่ายังไม่มีเวลาเล่าเลยก็เกิดเรื่องซะแล้วสิ" น้ำเสียงของคีย์แลดูไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไรกับเหตุการณ์นี้มากนัก
"พี่ชายของข้าถึงกับออกโรงปกป้องแบบนี้ มันต้องมีอะไรมากกว่าที่เห็นอย่างแน่นอน" คลาสพูดพลางมองร่างของจีนด้วยความสงสัย
"นั่นสิ ปกติพี่ชายของพวกข้าไม่มาทำอะไรแบบนี้หรอกนะ" ครอสมีท่าทีเห็นด้วยพลางมองตามพี่ชายฝาแฝดของตนเอง
"ท่าทางว่ารัชทายาทจะต้องอธิบายท่านจักรพรรดิและจักรพรรดินีภายในวันพรุ่งนี้นะ พรุ่งนี้เช้ารบกวนเข้าเฝ้าที่วังหลวงด้วยพะยะค่ะ" มีเทน คนสนิทของจักรพรรดิบอกตามคำสั่งที่ได้รับมา เป็นอันรู้ดีในหมู่ของคนรับใช้ว่าแม้เขาจะเป็นคนรับใช้เหมือนตระกูลอื่นๆ แต่เขามีเส้นสายและอำนาจมากพอที่จะทำให้บางตระกูลหายไปได้เลยทีเดียว
"อึ๋ย! แค่ฟังเสียงก็น่ากลัวอะ / สยองขวัญชัดๆ เลย" สองแฝดพากันขนลุกซู่ในขณะที่พี่ชายคนโตทำเพียงพยักหน้ารับเท่านั้นเอง
นี่เขากำลังทำให้คีย์ลำบากใจหรือเปล่านะ ทั้งที่แค่จะช่วยคุณบลัฟเฟอร์แล้วทำไมกลายเป็นเรื่องใหญ่ไปได้แบบนี้ โลกนี้มันยังไงกันแน่เนี่ย โลกนี้ถูกหล่อหลอมมากแบบไหนทำไมถึงเกิดสงครามแบบนี้
"ขอโทษนะ แต่คุณชายจีนน่าสนใจมากจริงๆ มาถึงที่นี่ก็ได้พบกับท่านจักรพรรดิแล้ว ข้าเองก็ทำงานรับใช้มานานยังไม่เคยได้รับการเรียกส่วนตัวเช่นนี้เลย" มาร์เเชลบอกด้วยสีหน้าชื่นชมซึ่งคีย์ดูก็รู้ว่าอีกฝ่ายให้ความสนใจกระรอกน้อยของเขาแน่นอน
"ผมว่ายังไงมันก็แปลกนะครับ" เสียงหวานเอ่ยตอบไปด้วยความสงสัย ที่นี่มีแต่สิ่งที่เขาไม่เข้าใจสักอย่าง แถมความทรงจำของเขามันก็ค่อนข้างที่จะเลื่อนลางเสียด้วย
"หวังว่าเราจะได้เจอกันอีกนะคุณชายจีน" ไม่พูดเปล่ามือหนายังเอื้อมมาจับมือขาวพลางกดจูบเบาๆ ก่อนจากไปอีกต่างหาก
"เอ๋!" เขาขยับตัวหนีทันทีด้วยความตกใจแต่ปฏิกิริยาแบบนี้ยิ่งทำให้ดูน่ารักเข้าไปมากกว่าเดิมอีก กระรอกน้อยของคีย์ดูท่าว่าจะเนื้อหอมมากว่าที่คิดไว้เสียแล้ว
"ข้าคิดว่ากลับกันดีกว่าครับกระรอกน้อย พรุ่งนี้ต้องเดินทางอีก"
"ครับ"
มือหนากุมมือขาวเอาไว้ไม่ยอมปล่อยแม้ว่าจะพาเดินออกมาจากงานเลี้ยงแล้วก็ตามที เขาตั้งใจมาประกาศว่ากระรอกน้อยเป็นของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น ดูสายตาของพวกแวมไพร์กระหายเลือดเหล่านั้นสิ ดูก็รู้ว่าอยากดื่มเลือดมากแค่ไหน เขาจะไม่ยอมให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเด็ดขาด
จีนนั่งเงียบมาตลอดทางเพราะไม่รู้ว่าสีหน้าครุ่นคิดของคีย์นั้นหมายถึงอะไร ดวงตากลมโตพยายามมองหาว่าที่นี่คือที่ไหน มันคือดินแดนอะไร ทำไมทุกคนถึงมองเขาด้วยสายตาเหมือนจะกินเข้าไปได้ทั้งตัวแบบนั้นด้วย ไม่เข้าใจเลยสักนิดเดียว แล้วทำไมคีย์ต้องโมโหขนาดนั้น มีแต่เรื่องให้งงไปหมดเลยวันนี้
"กระรอกน้อย" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียก หลังจากพากันเงียบอยู่นาน
"ที่นี่คือดินแดนที่แวมไพร์อาศัยอยู่ กระรอกน้อยเป็นมนุษย์เพียงคนเดียว ไม่แปลกที่จะมีแต่คนสนใจเพราะว่ากลิ่นเลือดมันหอมหวานเชิญชวนให้อยากดื่มตลอดเวลาขนาดนี้ แต่ข้ามีความอดทนมากพอที่จะไม่ทำเช่นนั้น...ถ้ากระรอกน้อยไม่เต็มใจ"
ที่แท้ก็มาอยู่โลกของแวมไพร์นั่นเอง เขาก็นึกว่าที่ไหน
เดี๋ยวนะ!
แวมไพร์!
แวมไพร์!
ดื่มเลือด!
ร่างสูงโปร่งเขยิบหนีโดยอัตโนมัติเมื่อรู้ว่าเผ่าพันธ์ของพวกเรานั้นแตกต่างกันมากแค่ไหน ส่งผลให้อีกฝ่ายหัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดู เพราะถ้าหากว่าเขาต้องการจะดื่มเลือดใครขึ้นมาแล้วล่ะก็...สำหรับเลือดบริสุทธิ์อย่างเขาแล้ว มันไม่ยากเกินความสามารถหรอก แต่ที่เลือกจะไม่ทำเพราะต้องการถนอมอีกฝ่ายไว้ให้นานที่สุดมากกว่า และเลือดของอีกฝ่ายมันไม่ธรรมดาเลยทีเดียว
"กระรอกน้อยเคยเห็นหน้าพ่อไหม" เสียงทุ้มต่ำถามเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศให้ดีขึ้น
"อย่ากลัวไปเลย ข้าไม่เลือกคนที่ไม่เต็มใจหรอกนะ ที่นี่มีวิวัฒนาการที่ให้มนุษย์บริจาคเลือดให้แวมไพร์อย่างพวกข้าเพราะฉะนั้นไม่ต้องไปปล้นกินก็มีให้ดื่มกินตามต้องการ"
"ท่านพี่เหมือนบุคคลในหนังสือของคุณตา" ดวงตากลมโตกรอกไปมาเพื่อใช้ความคิด
"เหมือนยังไง" เสียงทุ้มต่ำถามด้วยความใคร่อยากรู้
"มันเป็นสมุดบันทึกของคุณตา ท่านบันทึกไว้ว่าเคยไปยังสถานที่แห่งหนึ่งโดยคิดว่าไม่อาจจะกลับไปได้อีกแล้ว เป็นดินแดนที่มนุษย์กับแวมไพร์อาศัยอยู่ด้วยกัน..." เขาเริ่มรู้ตัวแล้วว่าพูดมากเกินไปเลยหยุดพูดเสียดื้อๆ
"ไม่ต้องคิดมากค่ะ พูดต่อเลย ข้าอยากฟัง"
"เป็นสถานที่โลกของพวกเราไม่มี เพราะพวกเรามีเพียงมนุษย์เท่านั้น และมีเพื่อนชื่อว่าคีย์ที่ช่วยชีวิตของเขาเอาไว้ เขาอาศัยอยู่ที่นั่นจนกระทั่งลมหายใจสุดท้ายเพราะไม่มีวิธีที่จะกลับมายังโลกเดิมของตนเองได้ แต่อยู่มาวันหนึ่งสมุดบันทึกที่เขาเคยจดก็หายไปแล้วมาอยู่ที่บ้านของผมครับ แม่บอกว่าพ่อเป็นคนเอามาให้ครับ" เขาเล่าตามที่ได้ยินมาแต่ฟังดูแล้วมันดูขัดกันไปเสียหมด ไม่เข้ากันเลยสักอย่าง
"กระรอกน้อยก็รู้สึกใช่ไหมครับว่ามันไม่เข้ากันอย่างแรง" ใบหน้าหวานพยักหน้าอย่างเห็นด้วยเพราะมันไม่เข้ากันจริงๆ
"ข้าคิดว่ากระรอกน้อยไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นลูกครึ่งเทพเพราะว่ากลิ่นเลือดมนุษย์มันยังอยู่ในตัว"
