บทที่ 42 ตอน Forty-two Time
"ข้าคิดว่าจะมีการแทรกแซงผ่านชื่อของข้า เลยคิดวิธีป้องกันเอาไว้แล้ว ป่านนี้พวกขุนนางคงรู้แล้วว่าไม่สามารถหลอกข้าได้ง่ายๆ " จะมาหลอกคนอย่างจีนมันเร็วไปร้อยปีเจ้าพวกคนแก่
"ถ้าไม่รังเกียจรบกวนไปรับประทานอาหารนอกวังกับข้าได้ไหมขอรับ"
"ก็ดีนะ เพราะข้าไม่ได้ออกไปไหนเลยนอกจากอยู่ในวังด้านในของรัชทายาท" ตั้งแต่แต่งตั้งตำแหน่งนี้มาสถานที่อยู่คือพระราชวังส่วนตัวของรัชทายาทที่อยู่ในเขตวังหลวง ไม่ได้ถูกย้ายให้ไปอยู่วังใหม่อย่างที่ใครหลายคนเข้าใจ จนทำให้มีข่าวลือว่าได้รับความโปรดปรานเป็นอย่างมากถึงขนาดที่ให้อยู่วังเดียวกันแต่ยังไม่ได้เข้าพิธีอย่างเป็นทางการ
"ไม่ได้นะขอรับ กลิ่นเลือดของคุณชายแรงมากขนาดนี้ ข้ากลัวว่าคนภายนอกจะทนไม่ไหว" เพราะนับวันยิ่งส่งกลิ่นหอมมากขึ้นเรื่อยๆ ต้องรอจนกว่าสร้อยเวทย์มนตร์ปกปิดกลิ่นเสร็จก่อนถึงจะเดินทางออกไปด้านนอกได้
"ถ้าเช่นนั้นเชิญมาที่วังแล้วกันครับ เดี๋ยวทำของหวานให้กิน"
ลับหลังร่างสูงโปร่งที่เดินนำบุคคลทั้งสองไปแล้วนั้นไม่ได้ล่วงรู้เลยมีว่ามีสงครามสายตาส่งหากันไปมาตลอดทาง เพราะอีกคนอยากพาไปเที่ยวแต่อีกคนไม่อยากให้ไปไกลเกินวังหลวง จนเดินทางมาถึงพระราชวังส่วนตัวของรัชทายาทเสียงทุ้มนุ่มก็ขอตัวเข้าครัวไปทำของมากินอย่างเคย ได้โอกาสที่จะปะทะคารมกันทันที
"คุณชายมาร์แชลไม่เข้าใจหรือขอรับว่าตอนนี้กลิ่นเลือดของคุณชายมันเริ่มอันตรายมากขึ้นทุกวัน จนกว่าสร้อยปกปิดกลิ่นจะมาหรือเรียนจนสามารถปกปิดกลิ่นตนเองได้ถึงจะได้รับอนุญาตออกไปด้านนอก ท่านฝึกฝนมานานหลายปีย่อมทำได้แต่คนที่ไม่เคยทำอะไรแบบนี้ไม่มีทางฝึกได้ภายในไม่กี่เดือนหรอก โปรดเข้าใจตรงนี้ไว้ด้วย"
"มีเอิรล์เฟลิกซ์ เซอร์คลาวน์ ลอร์ดมาร์แชล และไหนจะคนของข้าอีก เจ้าคิดว่าข้าจะยอมปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนั้นหรือไงกัน คิดง่ายเกินไปแล้ว" เขารู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ มีขุนนางคอยปกป้องมากขนาดนี้ใครจะกล้ามากินเลือดของเด็กคนนี้กัน ถ้ามีมันคงจะตายก่อนได้ลิ้มรสเป็นแน่
"ถึงจะแบบนั้นก็ไม่ได้ขอรับ มันยังอันตรายเกินไป"
"เฟลิกซ์ เจ้าจะดื้อดึงไปถึงไหนกัน ก่อนหน้านี้นายของเจ้าก็ไปดินแดนอื่นมามากมายก่อนที่จะเข้าวังหลวง จะมาทำเป็นพิธีรีตองให้ยุ่งยากทำไมกัน" เขาเห็นมาตลอดว่ารัชทายาทพาไปดินแดนอื่นแต่ทำไมเวลานี้กลับไปไม่ได้เสียแล้ว
"นับวันกลิ่นยิ่งรุนแรงรอให้สร้อยปกปิดกลิ่นที่ถูกสั่งมาถึงเสียก่อน แล้วหลังจากนั้นค่อยว่ากันขอรับ" การปะทะฝีปากยังคงดำเนินต่อไปเพราะคนห้ามไม่ได้อยู่ที่นี่นั่นเอง
มือขาวเริ่มจัดเตรียมของสำหรับอาหารกินเล่นในเวลานี้โดยมีคัสซัสมองด้วยความกังวลเป็นระยะ ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเห็นมนุษย์ทำของกินแปลกประหลาดมาก่อน แถมยังมีรสชาติอร่อยน่าเหลือเชื่ออีก
"คัสซัสไม่ต้องกังวลไป แค่นี้ข้าทำได้ ไม่มีปัญหา" เสียงทุ้มนุ่มบอกพลางจัดแจงเตรียมทำอย่างทะมัดทะแมง
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
"รัชทายาทเรียกให้คุณชายไปเข้าพบขอรับ"
"บอกให้ท่านพี่รอก่อนนะ ข้าขอทำอาหารก่อน"
"ถึงจะเป็นบุตรบุญธรรมแห่งตระกูลริคก็ตามแต่ไม่มีสิทธิปฏิเสธคำสั่งของรัชทายาท กรุณาทำตามคำสั่งด้วยขอรับ"
"ถึงจะเป็นลอร์ดโฟลช์ก็ไม่มีสิทธิมาว่าคุณชายแบบนี้ ท่านไม่รู้จักธรรมเนียมของที่นี่หรือ" คีเซินออกโรงช่วยเจ้านายที่พวกเขาเพิ่งจะดูแลได้ไม่กี่วัน ถึงจะไม่ได้รู้จักกันนานแต่ก็รู้ว่าเป็นคนดี มองโลกในแง่ดี ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด
สงครามในครัวเริ่มเกิดขึ้นเนื่องจากต่างคนต่างปกป้องนายของตนเอง ความรวดเร็วในการโจมตีนั้นไม่ได้แตกต่างกัน ความต่างก็คงจะมีเพียงสายเลือดของคี เซินที่มีเลือดของแวมไพร์เพียงครึ่งเดียว ทำให้ไม่สามารถใช้พลังต่อกรได้อย่างเต็มที่เหมือนเลือดบริสุทธิ์อย่างเมล์นั่นเอง เหล่าแวมไพร์หนุ่มภายในวังเริ่มรู้แล้วว่ามีการใช้พลังของแวมไพร์ที่มีพลังขั้นสูง หมายความว่าเกิดการต่อสู้กันอยู่ หากตามเสียงการต่อสู้ไปน่าจะรู้ว่าอยู่ที่ไหน และภาพตรงหน้าที่ทั้งสามเห็นก็คือคีเซินกับเมล์กำลังต่อสู้กันโดยที่ไวท์มัวแต่ทำอาหารและมีสมาธิจนไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง
"หยุดกันทั้งสองคน พวกเจ้ากำลังจะทำให้กระรอกน้อยของข้าได้รับบาดเจ็บไปด้วย" คีย์ออกปากห้ามทันทีและเหมือนว่าเสียงของคีย์จะทำให้ร่างสูงโปร่งหลุดออกจากสมาธิการทำอาหารแล้วรีบหลบการต่อสู้ที่เกิดขึ้นในห้องครัวทันทีแต่เหมือนว่าจะหลบไม่พ้นเสียแล้ว ข้างหนึ่งก็นมสดอีกข้างก็วิปครีมที่เพิ่งทำเสร็จคงต้องเสียสละตัวเองซะแล้วล่ะ
ซ่า!!!
ทั้งคีเซินและเมล์โดนนมสดและวิปครีมที่ร่างสูงโปร่งทำสาดใส่คนละข้างจนทำให้หยุดชะงักการต่อสู้อย่างหวุดหวิดก่อนที่จะใช้พลังกับไวท์เพราะถึงให้หลบยังไงก็ไม่มีทางพ้นเพราะมันระยะประชิดตัวมากจนเกินไป คีย์ มาร์แชล เฟลิกซ์ มองด้วยความตกตะลึงเพราะมันคือวินาทีที่สำคัญมากยังสามารถทำให้แวมไพร์ที่มีพลังทำลายล้างสูงหยุดลงได้ สมแล้วที่เป็นลูกหลานของตาแก่
"เฮ้อ.... เสียดายวิปครีมกับนมสดชะมัด ทำตั้งนานกว่าจะเสร็จ" เสียงทุ้มนุ่มถอนหายใจยาวออกมาด้วยความเสียดายทั้งที่สถานการณ์ตรงหน้านั้นวิกฤตเกินกว่าจะมาห่วงเรื่องแค่นี้
"วิเศษมาก! กระรอกน้อย เจ้าสามารถหยุดแวมไพร์ระดับสูงได้ด้วยการสาดของกินใส่ ข้าประทับใจมาก" คีย์ชื่นชมด้วยความเอ็นดูพลางปรายตามองตัวต้นเหตุที่ทำให้ครัวเหมือนสมรภูมิรบเช่นนี้
"รัชทายาทจะต้องจัดการเรื่องนี้พะยะค่ะ หม่อมฉันเห็นว่าไม่สมควรที่จะปล่อยผ่าน" มาร์แชลท้วงความยุติธรรมให้กับไวท์ทันทีเพราะถ้าหากว่าไวท์ไม่ใช่ไหวพริบเช่นนี้อาจจะได้รับบาดเจ็บไปแล้วก็ได้ โชคดีที่เด็กคนนี้ฉลาดกว่าที่คาดคิดไว้มากนัก ยิ่งเจอก็ยิ่งหลงใหลในความงดงามในหลายๆ ด้าน
