บทที่ 41 ตอน Forty-one Time
"ได้ครับ มีอะไรที่ต้องทำเพิ่มอีกไหม"
"การเรียนภาษาจักรวรรดิ ขนบธรรมเนียมในวัง กิริยามารยาท น่าจะเป็นสิ่งที่ต้องเริ่มเรียนรู้ก่อนเป็นอันดับแรก นอกนั้นยังมีเวลาสอนกันอีกนานขอรับเพราะอายุขัยของท่านยาวนานกว่าพวกเราเยอะ"
"หมายความว่ายังไง ลูกครึ่งแวมไพร์อายุขัยน้อยกว่าลูกครึ่งเทพกับมังกรเหรอ"
"ใช่ขอรับ พวกเราอาจจะอยู่ดูแลไม่ได้ตลอดแต่ลูกหลานของพวกเราจะคอยดูแลข้างกายท่านไปตลอด"
"ถ้างั้นผมเองก็จะดูแลทุกคนตราบจนลมหายใจสุดท้ายเช่นกัน ดีไหมเอ่ย" รอยยิ้มหวานที่สดใสเหมือนโลกทั้งใบถูกส่งมายังเฟลิกซ์ ถึงแม้ว่าจะอยู่มานานแต่ไม่เคยมีใครทำตัวแบบกับเขาเลยสักครั้ง ทำให้เสียงข้างในหัวใจเต้นแปลกไปจากที่เคยเป็น ใบหน้าเริ่มแดงก่ำเหมือนคนออกกำลังกายมาอย่างหนัก
"เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมหน้าแดงจัง" นิ้วเรียวยาวจิ้มหน้าผากอีกฝ่ายด้วยความสงสัยโดนที่เจ้าตัวไม่รู้เลยว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้ลูกครึ่งแวมไพร์เขินขนาดนี้
"ไม่เป็นไรขอรับ เดี๋ยวข้าจะไปเตรียมน้ำให้อาบ นอนดึกไม่เป็นผลดีเท่าไหร่"
"แล้วผมไม่ต้องนอนกลางวันแล้วตื่นกลางคืนเหรอ แบบนั้นต้องเรียกว่านอนเลยวันไม่ดีเท่าไหร่" ตอนนี้เขาพอจะเข้าใจสถานการ์ณแล้วว่าเด็กตรงหน้าคือลูกหลานของตาแก่ไม่ผิดอย่างแน่นอน การใช้คำ การพูดจา การมองทะลุปรุโปร่งแบบนี้
การคัดสรรคนมาดูแลริค ไวท์ บุตรชายบุตรธรรมของเชื้อพระวงศ์อย่างตระกูลริคเสร็จสิ้นภายในสามวันเพราะถ้ายิ่งล้าช้า การเรียนการสอนต่างๆ ก็จะช้าตามไปด้วย โดยคนที่จะมาสอนนั้นไม่ใช่คนอื่นคนไกล ก็คือเหล่าบรรดาที่คัดเลือกมาว่าจะให้ใครมาเป็นคนดูแลนั่นเอง อันได้แก่เฟลิกซ์ ได้รับตำแหน่งเป็นคนสนิทที่ใกล้ชิดกับคุณชายริค ไวท์มากที่สุด ดำรงตำแหน่งเอิรล์ คัสซัส พ่อบ้านประจำพระราชวังที่คอยดูแลงานในวังรวมถึงต้อนรับแขกทั้งหมด ดำรงตำแหน่งไวเคานต์ คีเซิน หัวหน้าคนดูแลเรื่องอาหารการกินประจำวัง ดำรงตำแหน่งบารอน คลาวน์ หัวหน้าอัศวินประจำวัง ดำรงตำแหน่งเซอร์
"อรุณสวัสดิ์ขอรับ คุณชายไวท์" มาร์แชลทักทายอย่างเป็นกันเองเพราะตนได้ข่าวมาว่าวันนี้บุตรบุญธรรมของตระกูลริคจะมาส่งเอกสารด้วยตนเองเรื่องการทำพิธีแต่งตั้งคนสนิทจากตำแหน่งสำคัญต่างๆ ของพระราชวัง ซึ่งถือเป็นเอกสารสำคัญหากตกหล่นกลางทางอาจจะสร้างความเสียหายให้กับเชื้อพระวงศ์ได้ ตั้งแต่ก้าวลงจากรถม้ามาก็มีหลากหลายสายตาจับจ้องมาด้วยความอยากรู้อยากเห็นและพากันชื่นชมในความสง่างามของร่างสูงโปร่ง
"อรุณสวัสดิ์ครับ คุณชายบลัฟเฟอร์ มาทำอะไรที่นี่เหรอครับ" เสียงทุ้มนุ่มถามด้วยความอยากรู้ ดวงตาเปล่งประกายนั้นส่องสว่างออกมาจากดวงตากลมโตอย่างเห็นได้ชัด ท่าทางที่แปลกประหลาดของเจ้าตัวทำให้ถูกมองได้ง่ายยิ่งนักแต่เหมือนคนที่ถูกมองจะไม่รู้ตัวเลยสักนิดเดียว
"พอดีมาจัดการเอกสารของทางพระราชวังหลวงเลยเดินทางมาขอรับ บังเอิญจังเลยที่ได้เจอกันแบบนี้" มาร์แชลบอกพลางยิ้มหวานอย่างอารมณ์ดี
"ไม่ใช่ว่าคุณชายแอบดูตารางงานที่ประกาศหน้าบอร์ดพระราชวังหลวงเลยรู้กำหนดการล่วงหน้า แล้วมาดักรอเจอนะขอรับ ถ้าเป็นแบบนั้นคงจะเสียมารยาทแย่เลย" เฟลิกซ์แอบจิกกัดไปไม่น้อยเพราะดูไม่เหมือนคนมาส่งงานแต่เหมือนคนมาดักรอเจอเสียมากกว่า และความหมายแฝงก็คือแอบดูตารางงานของริค ไวท์แล้วมาดักรอเจอหน้าพระราชวังหลวงนั่นเอง
"ไม่คิดเลยว่าคนสนิทที่เพิ่งได้รับตำแหน่งเอิรล์ไปได้ไม่นานจะมีนิสัยแบบนี้ด้วย ระมัดระวังตัวหน่อยดีไหม ตอนนี้ไม่ใช่แค่ดูแลหมู่บ้านลูกครึ่งแวมไพร์เมื่อแต่ก่อนแล้วนะ เป็นถึงขุนนางคนสนิทที่ต้องคอยปกป้องคุณชายจากตระกูลเชื้อพระวงศ์แล้ว" ความหมายที่มาร์แชลตอบกลับมาคือเป็นขุนนางไม่นานควรจะทำตัวให้มีมารยาทมากกว่านี้ และจงรู้ด้วยว่าชาติกำเนิดตนเองเป็นอย่างไร
"ถ้าจะมาเถียงกันแบบนี้มันไม่ได้หรอกนะ ข้าคิดว่าควรหยุดทั้งคุณชายบลัฟเฟอร์ที่ดูไม่เป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กแบบนี้ ส่วนเฟลิกซ์รู้ทั้งรู้ว่าต่อกรไม่ได้จะไปต่อปากต่อคำให้มันเปลืองน้ำลายทำไม ไปส่งเอกสารกันเถอะ"
คำพูดของไวท์ตอกหน้าทั้งลอร์ดผู้สูงศักดิ์และขุนนางคนสนิทที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งได้ไม่นาน ทั้งคู่หน้าชาไปตามๆ กันเพราะโดยคนที่อายุน้อยที่สุดด่าได้เจ็บขนาดนี้ เกิดมาเพิ่งจะเคยเจอคำด่าที่แปลกและเจ็บในเวลาเดียวกัน มือขาววางเอกสารลงแล้วปั๊มตราที่เป็นชื่อของตนเองบนเอกสารพลางเซ็นกำกับเอาไว้อย่างดี เนื่องจากเคยอยู่ชมรมภาษาญี่ปุ่นมาก่อนทำให้ลายเซ็นของเขามีทั้งภาษามนุษย์ในดินแดนแห่งนี้ ภาษาจักรวรรดิและภาษาญี่ปุ่นจากโลกที่เคยอาศัยอยู่มาก่อน ช่างเป็นลายเส้นที่แปลกและมีหลายอันมากที่สุด และเป็นที่แน่นอนว่าไม่มีใครปลอมลายเซ็นได้เพราะแพ้ทางภาษาญี่ปุ่นกันหมด
ภาษามนุษย์ของแดนจักรวรรดิคือภาษาอังกฤษซึ่งไม่ใช่อุปสรรคเท่าไหร่ ส่วนภาษาจักรวรรดิค่อนข้างเขียนลากวนไปมาแต่มีหลากหลายคำดี ส่วนภาษาญี่ปุ่นนั้นแน่นอนว่าทุกคนไม่เคยเจอและไม่มีใครเขียนออกเพราะจงใจเขียนด้วยตัวอักษรคันจิที่มีที่มาแปลกประหลาดลงไปด้วยเพื่อยากต่อการแกะภาษาเข้าไปอีก เพราะฉะนั้นลืมเรื่องที่จะถูกปลอมแปลงเอกสารไปได้เลย ไหนจะตราปั๊มที่ลวดลายพญานาค ลายเซ็นหลากหลายภาษานั้นทำให้พ่ายแพ้กันไปหมด เนื่องจากตอนแรกเห็นว่ามาจากต่างโลกอาจจะสามารถแทรกแซงงบประมาณหรือใช้ตราปั๊มกับลายเซ็นปลอมลงไป ซึ่งในตอนนี้ความคิดเหล่านั้นได้ถูกลบออกไปจนหมดสิ้น หนทางในการจะแอบกินเล็กกินน้อยหมดไปในทันที
"ทั้งลายบนตราปั๊มทั้งลายเซ็นช่างแปลกประหลาดมากขอรับ ตอนแรกที่ข้าเห็นคุณชายออกแบบได้แต่ตกตะลึงเพราะคิดว่าไม่มีใครน่าจะลอกเลียนแบบได้สักคนเดียว" มันพิลึกขนาดนั้นคนในจักรวรรดิไม่มีทางเข้าใจอย่างแน่นอน เป็นเครื่องยืนยันว่าเด็กคนนี้มาจากต่างโลก
