บทที่ 43 ตอน Forty-three Time
"หม่อมฉันยินดีชดใช้ด้วยชีวิตพะยะค่ะ / หม่อมฉันยินดีชดใช้ด้วยชีวิตพะยะค่ะ" แวมไพร์ทั้งสองคนพูดออกมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมายราวกับว่ารู้ชะตากรรมอยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น การต่อสู้ที่ทำโดยพละการและไม่ได้รับอนุญาตนั้นโทษสูงสุดคือประหารชีวิต ถึงจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีอายุยาวนานแต่ก็สามารถตายได้เช่นกัน
"หึ! ขนาดรู้กฎก็ยังทำอีกนะ ไม่สมกับที่เป็นนักเรียนดีเด่นกันทั้งคู่เลยนะ คีเซิน เมล์" สายตาคมมองเห็นสัญญาณมือของไวท์ว่าไม่อยากให้ลงโทษขั้นเด็ดขาดเลยเปลี่ยนแปลงอะไรเล็กน้อยเพื่อให้น่าสนุกยิ่งขึ้น อยากจะรู้ผลที่ตามมาเหมือนกันว่าจะเป็นเช่นไร
"ในฐานะที่คนที่ได้รับความเดือดร้อนในทีนี้คือไวท์ ข้าจะให้คุณชายริค ไวท์เป็นผู้ตัดสินในความผิดของพวกเจ้าทั้งสองคน ที่กระทำการเกินกว่าเหตุเช่นนี้" สีหน้าของไวท์หนักใจขึ้นมาทันทีเพราะไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะทำแบบนี้ แถมยังมีสีหน้าที่สนุกสนานอีกต่างหาก ท่าทางกำลังเหมือนเล่นเกมส์อะไรสักอย่างอยู่เลยนะ
"ถ้าเช่นนั้นแล้วยังมีวิธีการลงโทษที่แม้ไม่ใช่ความตาย แต่ก็สามารถทำให้ทั้งสองคนอยากตายเลยล่ะ" ใบหน้าหวานมีสีหน้าเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันทีทำให้แวมไพร์ทั้งสองสะดุ้งทันที ถึงจะไม่รู้ว่าเป็นอะไรแต่ท่าทางจะน่ากลัวไม่ใช่น้อย
"ไม่ทราบว่าวิธีที่คุณชายจะใช้ลงโทษพวกเขาทั้งสองคนคืออะไรหรือขอรับ" เฟลิกซ์ถามด้วยสีหน้าเป็นกังวล ไม่เคยรู้ว่าเวลาลูกครึ่งมังกรยิ้มแบบนี้มันรอยยิ้มพิฆาตมากกว่าจะเป็นรอยยิ้มอ่อนโยนแบบที่เคยเห็นดั่งเช่นทุกวัน
"เนื่องจากที่นี่การถือยศค่อนข้างอ่อนไหวมาก เพราะต้องรักษาหน้าตาของตระกูลเอาไว้ บทลงโทษมีทั้งหมดสามข้อที่เมื่อได้ฟังครบทุกข้อ แทบอยากจะตายแต่ก็ตายไม่ได้ เพราะว่าข้าไม่อยากให้ตาย" แวมไพร์ทั้งสองกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ไม่เคยรู้มาก่อนว่าจะต้องมาหวาดกลัวลูกหลานของตาแก่อีกครั้งหนึ่งจนได้
"ข้อแรก ถอดยศของทั้งสองคนออกเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ จากนี้ไปเวลาไปไหนมาไหนตำแหน่งคือข้ารับใช้ภายในวังเท่านั้น ไม่มีสิทธิมีเสียงอะไรในการออกความคิดเห็น มีหน้าที่ทำตามเท่านั้น"
"ข้าขอถามว่าคุณชายลงโทษแบบนี้แล้วจะได้อะไรหรือขอรับ" เมล์ถามด้วยความสงสัย การถอดยศเพียงชั่วคราวไม่ใช่บทลงโทษร้ายแรงแต่ทำไมถึงยังสั่งลงโทษแบบนี้กัน
"เป็นคำถามที่ดีครับ เพราะว่าทั้งสองเป็นที่นับหน้าถือตาของแวมไพร์และลูกครึ่งแวมไพร์ ชอบทำอะไรเกินหน้าที่ของตนเองโดยไม่จำเป็น การลดยศนั้นทำให้รู้ว่าต่อไปควรสงบปากสงบคำมากกว่านี้" แค่เหตุผลแรกก็ทำให้แวมไพร์ทั้งห้าสะดุ้งกันเป็นแทบ ช่างเป็นเหตุผลที่เฉียบขาดและซับซ้อนมาก
"ข้อสอง หน้าที่ของข้ารับใช้ของทั้งสองคนจะต้องทำความสะอาดครัวตอนนี้ ทำอาหาร ตัดหญ้าในสวน ดูแลสวนดอกไม้ สวนผัก ความสะอาดภายในวังทั้งหมดโดยจะไม่ได้รับการช่วยเหลือใดๆ ทั้งสิ้นจากผู้อื่น หากพบเห็นจะถูกสั่งลงโทษแบบเดียวกันทั้งสามข้อและระยะเวลาเริ่มนับจากวันที่กล้าลองดี" งานบ้านถือเป็นบทลงโทษสุดโหดสำหรับผู้ชายในจักรวรรดิ การทำแบบนี้ไม่ต่างอะไรกับลงโทษทั้งเป็น
"แต่ไม่ต้องห่วงว่าจะทำไม่ได้เพราะจะมีคนคอยช่วยสอนให้เป็นระยะเวลาสามวัน หมายความว่าสี่วันที่เหลือจะต้องทำเองทุกอย่างทั้งหมดเพียงแค่สองคน คนอื่นข้าให้พักงานเป็นระยะเวลาสี่วัน"
"ข้อสุดท้ายก็คือในช่วงระยะเวลาการลงโทษนั้นจะต้องใส่ชุดข้ารับใช้หลวงผู้ชายไปจนกว่าจะหมดระยะเวลาการรับโทษ และเรื่องการกระทำความผิดครั้งนี้จะถูกเขียนรายงานส่งทางพระราชวังด้วยลายมือและตราประทับของผม"
"ส่วนเหตุผลนั้นไม่ยาก หากรู้จักละอายต่อความผิดในครั้งนี้แล้วนั้น จะไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง" รอยยิ้มหวานที่เหมือนบาดลงไปในใจของแวมไพร์วัยหนุ่มทั้งสองนั้นไม่ได้ชวนให้ดูน่ารักแต่มันน่าสยดสยองเสียมากกว่าในเวลานี้ เสียงร้องโหยหวนร้องขอความตายดังออกมาจากทั้งคู่ทันที
"คุณชายขอรับ ช่วยให้ข้าตายเสียเถอะ หากลงโทษเช่นนี้" เมล์บอกด้วยใบหน้าหนักใจและอยากตายมากกว่ามีชีวิตอยู่ ไม่เพียงแต่เป็นการลงโทษที่ยากแต่ยังสร้างความอับอายให้เป็นประวัติเสื่อมเสียแก่วงศ์ตระกูลอีกต่างหาก
"ข้าด้วยขอรับ ถ้าลงโทษแบบนี้ได้โปรดใช้กริชเงินแทงที่หัวใจของข้าเสียดีกว่า ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน" คีเซินก็มีความคิดเห็นไม่ต่างจากฝ่ายตรงข้ามนัก หากเป็นเช่นนี้ยอมตายเสียดีกว่า
"หึ! ทียังงี้ล่ะ สามัคคีกันขึ้นมาเชียว คำสั่งออกไปแล้วไม่มีการเปลี่ยนแปลง"
"ไปห้องหนังสือกันเฟลิกซ์ ข้าอยากเขียนรายงานเรื่องนี้แล้ว"
"ขอรับ"
ไม่น่าเชื่อว่าเจ้านายที่น่ารักของเขาจะโหดถึงขนาดนี้ รู้บทลงโทษแบบนี้แล้วไม่มีทางกล้าทำอะไรผิดเด็ดขาด มันไม่ได้บาดเจ็บแต่ทำให้อับอายไม่รู้จะอายยังไงแล้ว ภาษาจักรวรรดิก็เหมือนจะเรียนรู้ได้เร็วถึงขนาดที่เขียนรายงานออกมาได้สละสลวยเช่นนี้ ความน่ากลัวทางสายเลือดมันคงเข้มข้นน่าดู
มาร์แชลไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมีมุมที่โหดแบบนี้ด้วยเหมือนกัน ถึงจะไม่ใช่การลงโทษด้วยความตายแต่แบบนี้มันตายทั้งเป็นกันชัดๆ และเขาคิดว่ามันคงจะดีกับตนเองมากนัก หากหลีกเลี่ยงที่จะไม่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามโกรธกันแบบนี้ น่ากลัวเสียยิ่งกว่าความตายเป็นไหนๆ
คีย์กลับเห็นต่างจากหลายๆ คน เขามองว่านี่แหละคือความแข็งแกร่งของเผ่าพันธ์มังกรที่มีอยู่ในตัวของเด็กคนนี้ แต่ไหนแต่ไรมาประวัติของมังกรในเรื่องความกล้าหาญและเด็ดขาดถูกส่งต่อกันมารุ่นต่อรุ่น เด็กคนนี้ก็คงจะไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก หากศึกษาข้อมูลให้ดีอาจจะเป็นการช่วยจักรวรรดิได้ในภายภาคหน้าก็เป็นได้
