บทที่ 37 ตอน Thirty-seven Time
"แม่ว่าพวกเราไปรอหนูไวท์ที่ห้องนั่งเล่นกันดีกว่า แม่อยากคุยกับลูกทุกคน" จักรพรรดินีเอ่ยขึ้นมาเพื่อต้องการให้สถานการณ์เปลี่ยนไป แล้วทุกคนก็ทำความเคารพส่งบุคคลสำคัญของจักรวรรดิให้ไปนั่งรอที่ห้องนั่งเล่น จนตอนนี้เหลือไวท์และเหล่าคนดูแลของไวท์ทั้งหมด
"เฟลิกซ์ นายให้คนพาทุกคนไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ส่วนห้องนอนน่าจะนอนพักที่เดียวกับคนอื่นๆ ให้ลองไปถามดู เรื่องขนมกับชาผมจะจัดการเอง"
"ขอรับ คุณชายไวท์"
ณ ห้องนั่งเล่น
"แม่ต้องการคำอธิบายจากรัชทายาท ลูกไปเจอเด็กคนนี้มาจากที่ไหน ทำไมช่างเหมือนมนุษย์เมื่อร้อยปีก่อนที่ลูกเก็บได้ไม่มีผิดเพี้ยน ฉลาดหลักแหลม วางตัวดี พูดจาเฉียบขาด แถมยังสามารถสยบแฝดได้ด้วย ขนาดแม่ยังจำแฝดสลับกันเลย มันหมายความว่ายังไงกันแน่" จักรพรรดินีรัวคำถามใส่ลูกชายคนโตเป็นจำนวนมากแต่อีกฝ่ายทำเพียงยิ้มตอบมาเท่านั้น ไม่ได้มีท่าทีตกใจอะไรมากมาย
"ท่านแม่ถามมากมายขนาดนี้ ข้าตอบไม่ถูกเลยพะยะค่ะ" รัชทายาทตอบพลางยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ท่าทางที่ไม่ได้มาเห็นมาเป็นเวลาร้อยปี บัดนี้ทุกอย่างปลดล็อคหมดแล้ว ไร้คำถามจากองค์จักรพรรดินีมีเพียงการส่งรอยยิ้มแบบเดียวกันคืนกลับไปเท่านั้น
"อย่ามารู้กันแค่สองคนแล้วปล่อยให้พวกผมงงแบบนี้ได้ไหม รีบบอกความจริงมาได้แล้ว" คลาสเริ่มโวยวายทันทีเพราะตนเองเกิดช้ากว่าอยู่หลายร้อยปี ทำให้เรื่องราวบางอย่างก็ไม่ได้รับรู้เท่าพี่คนโตมากนัก และในรัชสมัยของจักรพรรดิองค์ปัจจุบันนั้นมีจักรพรรดินีเป็นภรรยาเพียงคนเดียว ไม่ได้มีราชินีหรือพระสนมเพิ่มแม้แต่คนเดียว ทำให้เหล่าเชื้อพระวงศ์และขุนนางรุ่นใหม่รักเดียวใจเดียวตามไปด้วย
เกรงว่าจะถูกนินทาเพราะขนาดนายเหนือหัวสูงสุดยังหลงรักภรรยาเพียงผู้เดียว แล้วทำไมพวกเขาถึงจะทำไม่ได้กันล่ะ ยุคสมัยการปกครองในช่วงทศวรรษแรกเริ่มนั้น ได้ให้กำเนิดบุตรชายเพียงพระองค์เดียวออกมา ใครๆ ต่างก็คิดว่ารัชทายาทคือบุตรเพียงคนเดียวและไม่น่ามีโอรสหรือธิดาเกิดขึ้นอีก แต่หลังจากที่มีการแต่งตั้งรัชทายาทอย่างเป็นทางการทั้งการศึกษาและการต่อสู้
องค์จักรพรรดินีก็ตั้งครรภ์อีกครั้งแถมยังเป็นแฝดอีกด้วย นั่นทำให้ทุกคนรู้ว่าองค์จักรพรรดิทรงร้ายกาจในเรื่องการวางแผนเป็นอย่างมาก หากมีบุตรหลายคนในระหว่างที่ตำแหน่งรัชทายาทยังไม่มั่นคงจะต้องมีการเลือกเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ถ้าหากทำให้มันเข้าที่เข้าทางก่อนที่จะมีบุตรเพิ่มก็นับว่าเป็นอีกเรื่องนึง ทำให้รู้ว่าข้อดีของการมีอายุที่ยืนยาวนั้นทำให้สามารถแก้ปัญหาของขุนนางที่หวังจะตักตวงผลปรธดยชน์ได้นั่นเอง
"เอาเป็นว่ากระรอกน้อยของข้าไม่มีทางแพ้พวกเจ้า และไม่มีทางแพ้ใครหน้าไหนทั้งนั้น เพราะเด็กคนนั้นเป็นลูกหลานของเพื่อนฉันเมื่อร้อยปีก่อน มนุษย์เพียงหนึ่งเดียวที่สามารถสยบความร้ายกาจของแวมไพร์ได้ พวกนายก็เรียนผ่านหนังสือมาแล้วนิ จำชื่อไม่ได้เหรอ" พอพูดถึงความเก่งกาจของมนุษย์คนนั้นที่แฝดเคยได้ร่ำเรียนมาก็ถึงกับตกตะลึงทันที หมายความว่าเด็กคนนั้นคือลูกหลานของตาแก่นั่นงั้นรึ
เพล้ง!
"หมายความว่ายังไง รัชทายาท หมายความว่าเด็กคนนั้นคือหลานของตาแก่นั่นงั้นเหรอ" ดยุคตระกูลริคถึงกับทำแก้วแตกด้วยความตกใจ ขนาดเจอกันไม่กี่ครั้งยังรับรู้ถึงความน่ากลัวนั้นได้ดีและจำไม่เคยลืม พอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมถึงได้รับการยอมรับทั้งรัชทายาทและองค์จักรพรรดินี
"ท่านลุงคงจะยอมเรื่องการแต่งตั้งให้กระรอกน้อยของข้า เป็นบุตรบุญธรรมแล้วใช่หรือไม่" มันไม่ใช่ประโยคคำถามแต่มันคือคำสั่งจากคนที่มีสายเลือดเข้มข้มกว่านั่นเอง และแน่นอนว่าดยุคตระกูลริคตกลงด้วยความเต็มใจอย่างไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น
"พิธีแต่งตั้งคุณชายริค ไวท์ จะถูกจัดขึ้นภายในหนึ่งสัปดาห์ หม่อมฉันจะเตรียมการให้เรียบร้อยพะยะค่ะ" และแน่นอนว่าได้รับคำตอบที่น่าพอใจกับทุกคน ไม่มีการคัดค้านใดๆ อีก
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
"ของว่างกับน้ำชามาแล้วครับ รอบนี้ผมไม่รู้ว่าจะมีใครมาเพิ่มอีกไหมเลยทำมาเผื่อไว้เยอะเลย หวังว่าจะกินพอกันนะครับ" ใบหน้าหวานสิ่งยิ้มพลางจัดแจงของให้สำหรับห้าคนอย่างคล่องแคล่วประนึงเหมือนทำประจำ ทั้งที่ความจริงแล้วเจ้าตัวเคยทำมาก่อนตอนอยู่ร้านอาหารของแม่ แค่เปลี่ยนสถานที่ความเคยชินมันไม่เปลี่ยนไปด้วยสักหน่อย การทำแบบนั้นทำให้ทั้งสามคนมั่นใจว่าเด็กคนนี้คือลูกหลานของชายที่น่ากลัวคนนั้นเลยต่างพากันเงียบกริบ ไม่มีใครปริปากอะไรออกมาอีก เท่ากับปัญหาเรื่องความไม่เท่าเทียมกันได้หมดไปแล้วอย่างสิ้นเชิง
"ข้ากินของที่เจ้าทำให้มาทุกอย่างแล้ว ยังไม่มีอะไรที่ไม่อร่อยเลยนะ กระรอกน้อย" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยปากชมด้วยความจริงใจ นับวันมีแต่ของกินที่ไม่เคยเห็นในจักรวรรดิ สิ่งที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือความอร่อยที่หากินได้ยากยิ่งนัก แบบนี้ใครจะปล่อยให้หลุดมือไปกันล่ะ
"อร่อยมากเลยหนูไวท์...ระหว่างรอการแต่งตั้งจะต้องอยู่วังหลวงเป็นการชั่วคราวนะ สถานที่คือวังรับรองหลังถัดไป เดี๋ยวข้าจะจัดการให้"
"ขอบพระทัยพะยะค่ะ ท่านจักรพรรดินี"
"ฝีมือของเจ้าอร่อยจริงๆ ข้าชมจากใจนะไม่ได้แกล้ง"
"อันนี้ข้าเห็นด้วย ขอกินหมดนี่เลยนะ"
"ข้าก็คิดว่าอร่อยเหมือนกัน" แม้จะไม่อยากยอมรับมากนักแต่รสชาติชาที่หอมหวานรวมถึงขนมที่ทำมาก็เข้ารสกันอย่างนุ่มลิ้น การทำอาหารเก่งมันเป็นทักษะเฉพาะตัวของคนต่างโลกหรือเปล่านะ น่ากลัวเกินไปแล้วนะคนตระกูลนี้
"ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอไปคุยกับเฟลิกซ์และทุกคนได้ไหม มีอะไรที่พอจะช่วยได้บ้าง ผมสามารถขอดูแลพวกเขาทั้งหมดได้ไหม" ร่างสูงโปร่งเดินเข้ามาถามอีกฝ่ายด้วยความร้อนรนใจ สภาพที่ไม่ต่างอะไรกับนักโทษแบบนั้นมันเกินกว่าจะรับไหวจริงๆ ในเมื่อเขาอยู่ที่นี่แล้วทุกอย่างจะต้องเรียบร้อยและดีขึ้นอย่างแน่นอน
