บทที่ 36 ตอน Thirty-six Time
"ไม่ทราบว่าท่านจักรพรรดินีต้องการชาแบบไหนครับ" ไวท์ถามพลางถกแขนเสื้อขึ้นเพื่อเตรียมตัวชงชา
"เอาแบบกินแล้วสบายหัว ปลอดโปร่ง ทำได้ไหม"
"ได้ครับ รอสักครู่"
"เฟลิกซ์ รบกวนน้ำแร่สดของวันนี้และน้ำเปล่าด้วย"
"ได้ขอรับ คุณชายไวท์"
มือขาวจัดการหยิบใบชามาเพื่อตรวจสอบความเข้มข้นพลางเช็คกลิ่นแต่ละชนิดไปด้วย จากนั้นนำน้ำแร่ครึ่งขวดต้มลงในน้ำร้อนแล้วจับเวลาจากนาฬิกาของตนเองที่ติดตัวมาจากโลกมนุษย์ และนำน้ำเปล่ามาต้มใบชาทั้งสองที่มีคุณสมบัติดังที่จักรพรรดินีต้องการออกมา เมื่อเสียงนาฬิกาดังร้องเตือนก็หยุดต้มน้ำแล้วมาใส่ในถ้วยเตรียมน้ำร้อนทันที ส่วนชาที่ชงขึ้นมานั้นก็ใส่ถ้วยเพื่อตวงเอาแต่น้ำชาออกมา
การผสมกันระหว่างน้ำต้มสุกกับน้ำแร่นั้นหากใส่ในปริมาณที่เหมาะสมจะให้สถานะเป็นกลางและจะเน้นไปที่รสชาติของชามากกว่าอุณหภูมิของน้ำ แล้วนำมาใส่ลงในถ้วยชาในสัดส่วนที่น้ำชามากกว่าน้ำแร่ประดับด้วยน้ำตาลก้อนและดอกไม้เพื่อส่งกลิ่นหอมลักษณะเฉพาะออกมา ท่าทางเหล่านั้นอยู่ในสายตาของทุกคนที่ตามมาทั้งหมด ทำให้มั่นใจได้ว่านอกจากจะมีฝีมือทำขนมที่อร่อยแล้วยังชงชาได้น่าดื่มอีกด้วย ไม่แปลกเลยว่าทำไมรัชทายาทถึงได้หวงมากขนาดนี้
"เป็นยังไงบ้างครับ ท่านจักรพรรดินี" ดวงตากลมโตมองอย่างลุ้นระทึก เขาไม่ได้ชงชาให้กับบุคคลที่เป็นผู้ใหญ่นานแล้ว รู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก
"อร่อยมากนะลูก รู้สึกปลอดโปร่งมากๆ " ร่างสูงโปร่งถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เธอไม่ได้ชมเพื่อให้อีกคนสบายใจแต่ว่ารสชาติของชาอร่อยมากจริงๆ จนอยากให้เป็นคนทำเครื่องดื่มและของว่างประจำวังหลวงเลยด้วยซ้ำ แต่ไม่รู้ว่าลูกชายของเธอจะยอมไหม
"อะแฮ่ม! ชงอะไรให้ท่านแม่กิน ข้ากินด้วย" คลาสแทรกตัวเข้ามาอยู่ในห้องครัวทันทีเขาได้กลิ่น หอมอ่อนๆ ออกมาเลยได้ตามมาถึงที่นี่ การที่เด็กคนนี้ทำอะไรสักอย่างมันหอมขนาดนี้เลยรึ
"ถ้าท่านพี่คลาสได้กิน ข้าก็ต้องได้กินด้วย" ครอสบอกอย่างเอาแต่ใจตัวเองทันที ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่แฝดเดินทางไปที่ไหนก็ย่อมมีแต่เรื่องชวนปวดหัวทุกครั้งไป หลายๆ คนเลือกที่จะเงียบและไม่โต้ตอบอะไร ขนาดผู้เป็นแม่อย่างจักรพรรดินีก็ทำเพียงส่งยิ้มไปเท่านั้น ไม่ได้พูดอะไรออกมาเช่นกัน
"ถ้าเป็นแบบนี้รบกวนเชิญเจ้าชายคลาส เจ้าชายครอส และท่านจักรพรรดินีที่ห้องนั่งเล่น แล้วผมจะทำอาหารว่างรวมถึงชาให้รับประทานอย่างเต็มที่ อยู่รวมกันแบบนี้ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ครับ" ไวท์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่ฟังแล้วสามารถแปลได้ว่าให้ออกไปจากที่นี่อย่ารบกวนการทำงานของเขานั่นเอง
"แล้วถ้าข้าไม่ยอมทำตามที่เจ้าบอกล่ะ เจ้าจะมีปัญญาทำอะไรข้าได้" คลาสไม่ยอมออกจากห้องไปง่ายๆ ที่นี่มีกลิ่นหอมชวนน่าอยู่มากกว่าที่อื่น ใครจะยอมไปง่ายๆ ล่ะ
"ถ้าเจ้าชายคลาสไม่ยอมไปก็หมายความว่าขัดขวางการทำขนมและชาของผม งั้นก็ไม่ต้องกินครับ ผมจะได้พาทุกคนที่รออยู่ข้างนอกไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า" คลาสรู้สึกแปลกใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงสามารถพูดชื่อของเขาออกมาได้อย่างแม่นยำ เพราะขนาดแม่ของเขายังจำสลับกับครอสเลย พี่ชายของเขายังเรียกรวมกันว่าแฝดเลย เป็นไปไม่ได้ที่มนุษย์ผู้นี้จะรู้ว่าใครเป็นใคร
"เจ้ามั่นใจได้อย่างไรว่าคนที่คุยด้วยเป็นคลาส ข้าอาจจะเป็นครอสก็ได้ เจ้าแยกพวกเราไม่ออกหรอก เพราะไม่เคยมีใครแยกออก พฤติกรรม นิสัย การแต่งตัวพวกเราจงใจทำเหมือนกัน นอกจากพ่อบ้านส่วนตัวของพวกเราไม่มีใครแยกพวกเราสองคนออกหรอกนะ เจ้าอย่ามาหลอกซะให้ยากเลย" ครอสได้ทีเติมเชื้อไฟต่อจากพี่ชายฝาแฝดเพื่อทำให้อีกฝ่ายงงและสับสน วิธีการนี้ได้ผลทุกครั้งเพราะคู่สนทนาจะเริ่มงงว่าใครเป็นใครและยอมจำนนการจำตัวตนไปในที่สุด
"ถึงจะบอกว่าเหมือนกันแต่ยังไงก็ต่างกันอยู่ดี เจ้าชายคลาสจะมีความสุขุมรอบคอบมากกว่า เจ้าชายคลาส เป็นคนเจ้าแผนการมากกว่าแฝดน้องอย่างเจ้าชาย ครอส เจ้าชายครอสมักจะคอยยุแยงตะแคงรั่วให้คนอื่นสับสน ส่วนเจ้าชายคลาสจะมาสบทบเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือมากขึ้น
ถ้าวิธีการของพวกท่านสองคนมีเพียงเท่านี้ก็ถือว่าเกมส์แล้ว เพราะว่าเป็นแฟนหนังสือเชอร์ล็อคโฮมส์ ชายผู้ที่ฉลาดที่สุดในศตวรรษที่ 19 เรื่องแค่นี้ทำอะไรไม่ได้หรอก อย่าลืมว่าวิธีการเลี้ยงดูและสภาพแวดล้อมที่ผมเกิดมามันต่างจากที่นี่ เพราะฉะนั้นอย่าคิดว่าวิธีที่ใช้กับคนที่นี่จะทำกับผมได้" เสียงหวานพูดด้วยท่าทางมั่นใจและเฉียบขาดทุกคำ เพราะทุกสิ่งที่พูดมาคือสิ่งที่แฝดทำมาโดยตลอดระยะเวลาของพวกเขา
แฝดนรกถึงกับแสดงท่าทีเปลี่ยนไปทันที ทั้งคู่มีตกใจอย่างเห็นได้ชัดจากสายตาของทุกคน สมกับเป็นคนมาจากโลกอื่นเสียจริง มีสิ่งที่คนในจักรวรรดิไม่มี แบบนี้น่าจะเป็นข้อได้เปรียบสำหรับไวท์แล้วว่าทำไมถึงได้ใจรัชทายาทมากขนาดนี้ และคนที่มองเห็นคนแรกน่าจะเป็นรัชทายาทอย่างแน่นอน
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
"ท่านพี่คีย์จะเคาะประตูทำไม ในเมื่อห้องครัวไม่ได้ล็อค" ครอสแซะพี่ชายของตนเองทันที อยากทำตัวเป็นที่สนใจของคนในนี้ล่ะสิ ไม่งั้นคงไม่ทำแบบนี้หรอก น่าหมั่นไส้ชะมัดยาก
"ถ้าข้าจะทำแบบนี้เจ้ามีปัญหาอะไรไม่ทราบ แฝด" คีย์ไม่ได้สนใจคำพูดแขวะของน้องชายตนเองมากนักเพราะพบเห็นอยู่บ่อยครั้งจนชินชา
"หึ! แบบนี้เหมือนระฆังมาช่วยไว้เลย ว่าไหมครับ เจ้าชายคลาส เจ้าชายครอส" เสียงหวานเอ่ยถามด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์ เพราะถ้ารัชทายาทไม่เข้ามาขวาง จะต้องบอกอะไรหลายอย่างที่คนในจักรวรรดิสังเกตไม่ได้อีกอย่างแน่นอน
