บท
ตั้งค่า

บทที่ 35 ตอน Thirty-five Time

"ครับ ขอบใจมากนะเมล์" จู่ๆ ใบหน้าของเมล์ก็ร้อนขึ้นมาซะอย่างงั้น เสน่ห์ของเทพแสงสว่างกับมังกรมีผลขนาดนี้เชียวหรือเนี่ย อันตรายเป็นอย่างมาก ต้องระวังหัวใจของตัวเองเอาไว้หน่อยแล้ว

 

"ผมเรียนเรื่องยศของเหล่าขุนนางมาพอสมควร ไม่ทราบว่ามีใครสอบเข้ายศของที่จักรวรรดิหรือเปล่าครับ" สิ่งที่ร่างสูงโปร่งถามออกไปนั้นทุกคนได้แต่ส่ายหัว ดูจากเสื้อผ้าหน้าผมแล้วเหมือนไม่ได้รับการใส่ใจเท่าไหร่เลย แบบนี้ต้องปฏิวัติกันหน่อยแล้ว

 

"เฟลิกซ์รู้ไหมว่าทุกคนทั้งหมดมีกี่คน ผมกะจากสายตาน่าจะไม่ต่ำกว่าสามร้อยคนแต่อยากทราบจำนวนที่แน่นอน สามารถบอกผมได้ไหม" ถ้อยคำที่เปล่งเสียงออกมานั้นช่างอ่อนหวานได้ใจเหล่าลูกครึ่งแวมไพร์เป็นอย่างมาก ตอนที่เห็นเหตุการณ์ในห้องประชุมมันช่างตึงเครียดแต่เจ้านายของพวกเขาอบอุ่นและใส่ใจถึงเพียงนี้ ทำให้ทุกคนยอมก้มหัวให้แต่โดยดีทั้งที่ยังไม่มีคำสั่งอะไรทั้งนั้น

 

"ถ้าเป็นท่านพวกเราจะยอมติดตามไปชั่วชีวิต"

"พวกเรายอมรับท่านเป็นนายเหนือหัวของพวกเรา"

 

คำถามก็ไม่ตอบแล้วจะมาพาก้มหัวให้เขาทำไมเนี่ย หันไปทางไหนก็ก้มหัวกันหมดจะเหลือก็แค่เฟลิกซ์เพียงคนเดียว แปลว่าต้องถามคนนี้เท่านั้นสินะ ดูท่าน่าจะรู้เรื่องมากที่สุดในกลุ่มแล้ว

 

"เฟลิกซ์ นายไม่ได้ยินที่ผมถามเหรอ" ไวท์เริ่มคาดคั้นเพราะทุกคนมัวแต่ทำความเคารพกันอยู่โดยไม่สนใจคำพูดของเขาเลย

 

"ทั้งหมด 500 คน ขอรับ คุณชาย" จำนวนมากกว่าที่ประเมินเอาไว้ มิน่าล่ะ! สวนออกจะกว้างแต่พอยืนรวมกันแบบนี้แล้วจำนวนเยอะมากเลยทีเดียว

 

"ผมเองก็ไม่ค่อยรู้ว่าในวังหลวงมีอะไรบ้าง ถ้างั้นลองเราเรื่องของทุกคนให้ฟังหน่อยสิ ขอตัวแทนสักหนึ่งคนออกมาเล่า จะเป็นใครก็ได้ ฟังได้ทุกคน"

มีเด็กคนหนึ่งก้าวออกมาเล่าให้ฟังอย่างตั้งใจ ร่างสูงโปร่งเองก็นั่งฟังอย่างตั้งใจเช่นกัน ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้เส้นทางในวังหลวงแต่การรับฟังความเป็นไปของพวกเขาน่าจะช่วยทำให้รู้อะไรบ้างไม่มากก็น้อย ชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาช่างน่าสงสารนัก ถูกกีดกั้นออกจากพ่อและแม่ไม่ให้อยู่ด้วยกัน เด็กทุกคนต้องไปอยู่รวมกันที่หมู่บ้านหนึ่งหลังจากอายุครบสองปี ส่วนพ่อกับแม่ให้ไปทำงานเดิมที่ตนเองเคยทำ ห้ามแต่งงานหรืออยู่ด้วยกันอย่างเด็ดขาด

 

ช่างโหดร้ายยิ่งนัก แบบนี้เองที่เขาเรียกว่าความห่างของชนชั้นและการเป็นคนแปลกกว่าคนอื่นทำให้ถูกกีดกันเช่นนี้ ความเจ็บปวดที่ได้รับต้องมีมากแค่ไหนก็ไม่มีใครประเมินได้ ทุกคนมองเห็นคุณชายหล่อเหลาตรงหน้าว่าคือคนที่จะช่วยให้หลุดพ้นจากความทุกข์เหล่านี้ไปได้ น้ำเสียง ท่าทาง การวางตัว ช่างเหมาะสมกับรัชทายาทยิ่งนัก ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดถึงถูกเลือกเช่นนี้

"อยู่ที่นี่เองรึหนูไวท์" จักรพรรดินีเอ่ยเรียกด้วยความเอ็นดู ตอนแรกเธอคิดว่าการที่ลูกชายของเธอเรียกเหล่าลูกครึ่งแวมไพร์กับมนุษย์ให้มารับใช้นั้นเป็นเรื่องที่ไม่สมควร แต่พอมาเห็นเหตุการณ์ที่กลุ่มคนเหล่านี้ไม่เคยก้มหัวให้ใครง่ายๆ แม้ว่าจะเป็นจักรพรรดิก็ตามแต่กลับโอนอ่อนให้เด็กคนนี้ ช่างมีวาจาในการพูดอย่างแน่นอน

 

ในสายตาคนภายนอกหมู่บ้านลูกครึ่งแวมไพร์คือสถานที่ๆ ไม่ควรเข้าไปยุ่ง น่ากลัว สกปรก ไม่น่าเข้าหา แต่มันได้เปลี่ยนไปตั้งแต่ที่ลูกชายคนโตของเธอเติบโตและได้รับตำแหน่งรัชทายาท สถานที่แห่งนั้นกลายเป็นที่กินดีอยู่ดีและได้รับการศึกษาที่ดีไม่ต่างจากแวมไพร์หรือมนุษย์ แถมยังมีฝีมือการต่อสู้ที่ร้ายกาจมาก เนื่องจากไม่เคยมีใครไปเข้าในหมู่บ้านแห่งนั้นจึงไม่รู้ความสามารถที่แท้จริงว่าเป็นอย่างไร

แต่ทำไมรัชทายาทถึงให้คนเหล่านั้นแต่งตัวเหมือนไม่ได้รับการอบรมแบบนั้น ไหนจะกิริยามารยาทอีก แต่ดูเหมือนว่าไวท์จะไม่รู้สึกอะไรกับการคุยกับคนที่มีฐานะต่ำต้อยกว่าตนเองแถมยังนั่งพื้นอย่างสบายใจอีกต่างหาก หรือว่าลูกของเราต้องการจะทดสอบอะไรบางอย่างจากลูกไวท์อย่างแน่นอน เพราะเห็นเมล์ไปแอบอยู่ตรงนั้นตั้งนานแล้ว ต้องเป็นแบบทดสอบอะไรสักอย่างแน่ๆ

 

"พอดีหม่อมฉันไม่รู้ทางในวังหลวงหรือแม้แต่ที่อื่น ก็เลยชวนพวกเขาคุยครับจะได้ทำความรู้จักกันไว้ ส่วนเรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง แล้วท่านจักรพรรดินีล่ะครับ" เสียงหวานตอบกลับไปด้วยใบหน้าสดใสร่าเริงในขณะที่เหล่าลูกครึ่งแวมไพร์พากันตกใจแสดงว่ามีแผนทดสอบเจ้านายตัวเองสินะ เจอคนแบบหนูไวท์เข้าไปพวกนายตามความสดใสไม่ทันหรอกนะจะบอกให้

"แม่อยากคุยกับหนูไวท์แต่ตามหาตัวตั้งนานแล้วไม่เจอ ก็เลยตามกลิ่นเลือดมาถึงรู้ว่าอยู่สวนหลังวังนี่เอง ชงชาให้แม่ดื่มหน่อยได้ไหมเอ่ย"

 

"ได้พะยะค่ะ แต่ว่าหม่อมฉันต้องเตรียมอุปกรณ์ก่อนแล้วพวกเขาจะทำยังไงดีพะยะค่ะ" ดวงตากลมโตมองไปยังกลุ่มเหล่าลูกครึ่งแวมไพร์ด้วยความสงสารเพราะตนเองก็ไม่มีอำนาจมากพอที่จะพาไปไหนมาไหนและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ดูดีกว่านี้ จะทำให้เธอเอ็นดูไปถึงไหนกันนะ

 

"แม่คิดว่าพวกเขาน่าจะดูแลตัวเองกันได้นะ รัชทายาทสั่งให้ใครดูแลหนูไวท์บ้าง" จักรพรรดินีส่งสายตาคาดโทษไปด้วยถึงพวกเขาจะไม่กลัวเพราะเป็นคนของรัชทายาทก็เถอะ ร้ายกาจกันจริงๆ เจ้าพวกนี้

 

"ถ้างั้นเฟลิกซ์ตามผมมาที่ห้องครัว ท่านจักรพรรดินีรบกวนรอที่ห้องนะพะยะค่ะ"

"ไม่จ๊ะ แม่อยากดูหนูไวท์ชงชาด้วยตาตัวเอง"

"งั้นไปกันครับ" ร่างสูงโปร่งเดินนำไปยังห้องครัวโดยมีผู้ติดตามของจักรพรรดินีและของตนเองตามมาไม่ห่าง ตอนแรกมีการนินทาเรื่องความไม่แน่นอน ชาติกำเนิด ตอนนี้เปลี่ยนเป็นว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องว่าที่จักรพรรดินีไหม หรืออะไรยังไงก็ยังไม่มีใครรู้ และเรื่องความฮอตของไวท์ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากเพราะยังไม่มีการหมั้นหมายออกมาอย่างเป็นทางการ มีจดหมายจำนวนมากถูกส่งเข้าวังหลวงเพื่อผูกสัมพันธ์ไมตรีทั้งฉันท์มิตรและรักใคร่แบบคนรัก แต่จดหมายทั้งหมดถูกส่งไปยังห้องพักส่วนตัวของคุณชายไวท์แล้วเพียงแค่เจ้าตัวยังไม่รู้เรื่องเท่านั้นเอง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel