บทที่ 34 ตอน Thirty-four Time
"ดยุคสวิตช่วยระงับอารมณ์ด้วย การแสดงกิริยาแบบนี้ไม่เหมาะสมที่จะเป็นผู้นำตระกูลหรอกนะ" ดยุคตระกูลโฟลช์ปรามทันทีที่อีกฝ่ายแสดงกิริยาไม่เหมาะสมออกมา การทำตัวแบบนี้ต่อหน้าประชาชนไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก ถึงจะไม่มีใครเห็นหน้าที่ชัดเจนนอกจากเสียงในการประชุมแต่ทำแบบนี้ก็ไม่ได้ถูกต้องนักเนื่องจากอีกฝ่ายอายุมากกว่าหลายรอบ
"แล้วเจ้าคิดว่าตนเองเหมาะสมกับตระกูลบีเลอมากแค่ไหน" ดยุคตระกูลฟรังซักไซ้ทันทีเพราะอยากรู้ว่ามนุษย์จากโลกอื่นจะตอบเช่นไร
"แน่นอนว่าข้าไม่มีความเหมาะสมอะไรสักอย่างเกี่ยวกับตระกูลบีเลอ และก็ไม่ได้คาดหวังเรื่องที่จะเป็นจักรพรรดินีในอนาคตด้วย แต่ทุกอย่างอยู่บนความไม่แน่นอน ย่อมต้องมีอะไรมาเกี่ยวพันให้เกิดความสัมพันธ์จนหาทางออกได้ในที่สุด ไม่มีใครสามารถทำให้ตนเองได้สมปรารถนา ได้อย่างมีเสียอย่างอยู่ร่ำไป การมีช่วงอายุที่ยาวนานก็ต้องแลกมาความเจ็บปวดที่ต้องทนเห็นคนสำคัญค่อยๆ ตายจากไปทีละคนสองคน แบกรับความทุกข์เอาไว้ที่ตนเองคนเดียวและอยู่กับความเดียวดายไปตราบชั่วนิรันดร์"
"อย่าคิดว่าพ้นข้อหาพวกนั้นแล้วจะได้ใจนะ ชาติกำเนิดของเจ้ามาจากอะไรกันแน่ ตอนแรกเป็นมนุษย์ ผ่านไปสักพักเป็นลูกครึ่งเทพ ล่าสุดเป็นลูกครึ่งเทพกับมังกร เจ้าเป็นตัวอะไรกันแน่ เจ้ารู้ตัวไหม จิรายุ ไพศาล" ดยุคตระกูลริคจี้ปมจุดนี้ทันทีเพราะใครๆ เองก็สงสัยใคร่รู้กันหมดไม่เว้นแม้แต่จักรพรรดิและจักรพรรดินี
"ข้าไม่รู้หรอกว่าตนเองมีชาติกำเนิดเป็นอะไร ความทรงจำมันไม่เป็นรูปเป็นร่าง นอกจากผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ก่อนที่ข้าจะสลบไปเท่านั้นน่าจะให้คำตอบในเรื่องนี้ได้ดีที่สุด"
"ข้าในฐานะรัชทายาทของจักรวรรดิจะเป็นคนให้คำตอบเอง จิรายุ ไพศาล เป็นลูกชายที่เกิดจากเทพบุตรของเทพ อพอลโล่กับซิคฟรีด ทุกคนที่อยู่ในห้องครัวเป็นพยานได้ทั้งหมดว่าเห็นเด็กคนนี้มีปีกเหมือนเทวดาและเกล็ดเหมือนมังกร มีคนคอยคุ้มครองเด็กคนนี้อยู่ ทำให้ความทรงจำถูกปิดกั้นไปบ้าง
ข้าคิดว่าความทรงจำจะกลับมาก็ต่อเมื่ออายุครบสิบแปดปีตามวัฒนธรรมของมนุษย์ในจักรวรรดิแต่ไม่รู้ว่าในโลกอื่นจะเหมือนกันหรือไม่"
"อะไรนะ! เทพ! "
"อะไรนะ! มังกร! "
ความโกลาหลเกิดขึ้นในห้องประชุมทันทีเพราะเทพกับมังกรคือสิ่งที่แวมไพร์ไม่สามารถต่อกรได้สักอย่าง แต่สายเลือดที่น่ากลัวทั้งสองดันไหลเวียนอยู่ในตัวมนุษย์ผู้นี้ แถมยังเป็นเทพแห่งแสงสว่างและมังกรที่แข็งแกร่งที่สุดของยุคอีกต่างหากทำอะไรให้ไม่พอใจขึ้นมา จักรวรรดิไม่ล่มสลายเพราะเด็กคนนี้งั้นรึ รัชทายาทไปเจอตัวมาได้ยังไงกัน
ปึง!
"เงียบ แล้วฟังที่รัชทายาทพูดต่อ" จักรพรรดิทุบโต๊ะเพื่อปรามให้เหล่าแวมไพร์ทั้งหมดสงบลงทั้งในห้องประชุมและนอกห้องประชุม เสียงที่เปล่งออกมาช่างทรงพลังยิ่งนัก
"เรื่องชาติกำเนิดน่าจะหมดปัญหาแล้ว ต่อไปคือเรื่องที่ว่าอาการของข้าจะเป็นอะไรไหม ข้าแค่ดีฟไปสองสามวันเพราะทำงานหนักเฉยๆ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงและสั่นคลอนทั้งนั้น ใครที่หวังจะชิงบัลลังค์ก็รีบล้มเลิกไปซะ ถ้ายังอยากมีชีวิตที่ยืนยาวต่อไป"
"ข้าไม่ได้หวังให้ประชาชนเห็นด้วยมากนัก แต่ประชาชนบางส่วนที่เคยเจอมนุษย์ผู้นี้แล้วก็รับรู้ได้ใช่หรือไม่ว่าเขาไม่ได้เป็นอันตรายกับพวกเรา เพราะฉะนั้นก็ขอให้นำไปพิจารณากันด้วย"
"หมดวาระการประชุมแล้ว เลิกประชุมได้" ดยุคตระกูลโฟลช์ปิดพิธีการประชุม
ทุกคนต่างออกจากห้องประชุมไปพลางหวาดระแวงบุคคลที่จะกลายเป็นจักรพรรดินีคนต่อไป กลัวว่าถ้าทำอะไรไม่เข้าตาจะถูกทำให้ตายอย่างแสบสาหัสหรือเปล่า ซึ่งคนที่ถูกมองอย่างไวท์ก็ส่งยิ้มหวานกลับไป สายเลือดของเทพแห่งแสงสว่างทำให้เขาดูเปล่งประกายตลอดเวลาแม้กระทั่งเวลาที่หลับอยู่ มีเสน่ห์เหลือล้นจนใครก็อยากจับจ้องเป็นเจ้าของ สายเลือดของมังกรคือความแข็งแกร่ง อดทน เด็ดเดี่ยว ข้อนี้ก็ทำให้ร่างสูงโปร่งไม่หวั่นไหวต่อที่ประชุมแม้ว่าจะถูกจับตามองอยู่ตลอดเวลาก็ตาม
จากสายตาดูถูกกลายเป็นชื่นชมเหล่าลูกขุนนางหลายคนที่เป็นผู้ชายเข้ามาทักทายด้วยความนับถือกับการพูดจา การวางตัวที่แม้ไม่ได้รับการอบรมแต่ทำได้ดี แต่กลายเป็นที่เกลียดชังของเหล่าลูกสาวขุนนางและเชื้อพระวงศ์ เพราะหลายๆ คนคาดหวังที่จะได้เป็นจักรพรรดินีหรือราชินีหรือแม้แต่สนมก็ขอให้ได้เป็น แต่เหมือนจะไม่สมหวังเสียแล้วถ้ามีตัวจริงมาปรากฏตัวเสียแบบนี้
"เมล์ เจ้าพากระรอกน้อยไปหาคนที่ข้าเตรียมไว้ที่นะ" คีย์สั่งเสียงเรียบพลางเดินตามจักรพรรดิไปยังห้องทำงาน
"พะยะค่ะ ตามข้ามาที่นี่ขอรับ คุณชายไวท์" ร่างสูงโปร่งเดินตามคนสนิทของรัชทายาทไปทางจนมาถึงสวนด้านหลังของวังก็พบกับคนจำนวนหนึ่งประมาณจากสายตาไม่น่าจะต่ำกว่าสามร้อยคน แล้วให้เขามาเจอทำไมงั้นรึ มีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า
"คนๆ นี้คือทอม เฟลิกซ์ จากนี้ไปเขาคือคนสนิทของคุณชาย ส่วนเรื่องยศนั้นไว้เป็นเรื่องที่จัดการทีหลังขอรับ"
"ผมชื่อทอม เฟลิกซ์ เป็นลูกครึ่งแวมไพร์และกลุ่มคนข้างหลังทั้งหมดก็เป็นลูกครึ่งเหมือนผมขอรับ" ทอมบอกพลางโค้งให้อย่างมีมารยาทต่อหน้าว่าที่จักรพรรดินีคนต่อไป
"ยินดีที่ได้รู้จัก ผมชื่อริค ไวท์ เป็นลูกครึ่งเทพมังกรอย่างที่ได้ยินไปในห้องประชุมครับ" ความสดใสของไวท์ได้ใจเหล่าลูกครึ่งแวมไพร์ที่มารวมตัวกันทั้งหมด สมกับที่รัชทายาทได้บอกเอาไว้ หากได้รับใช้คนแบบนี้ไม่มีอะไรให้ต้องกลัวว่าจะโดนดูถูกหรือเหยียดหยาม เพราะเป็นคนประเภทเดียวกัน
"ข้าขอตัวนะขอรับ ต้องรีบตามรัชทายาทไปทำงาน"
