บท
ตั้งค่า

บทที่ 31 ตอน Thirty-one Time

"พวกเจ้าเลิกคิดอะไรที่มันเกี่ยวกับข้าและกระรอกน้อยสักทีจะได้ไหม ไม่รู้เรื่องหรือไงว่าข้าได้ยินความคิดของพวกเจ้า ไอ้พวกโง่! " คีย์ทนฟังความคิดเหล่านั้นไม่ไหวจนระเบิดออกมา คำก็มนุษย์ สองคำก็มนุษย์ ทำไมถึงเขียนเส้นคั่นกันขนาดนั้น กระรอกน้อยของเขาออกจะน่ารักขนาดนี้ ทำขนมก็เก่ง ทำไมถึงไม่เปิดใจบ้าง จะใช้คำระหว่างมนุษย์กับแวมไพร์อีกนานไหม

 

"พี่คีย์ครับ พี่เป็นใคร" เสียงหวานเอ่ยถามหลังประโยคอันโหดร้ายนั่น

 

"เป็นรัชทายาท ถามข้าแบบนั้นทำไม" เสียงของคีย์ในตอนนี้ไม่สามารถลดลงได้เพราะความโกรธกำลังครอบงำ รังสีของพลังเริ่มแผ่กระจายไปรอบตัว ดวงตาเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีเลือด

"ในเมื่อพี่รู้ตัวว่าพี่เป็นใครก็คงจะรู้ว่าควรทำต้องอย่างไร การที่มีพลังมากเกินไปก็ไม่ควรใส่ใจ เราไม่สามารถห้ามให้ใครไม่นินทาได้เหมือนห้ามไม่ให้พระอาทิตย์ส่องแสง สิ่งที่ทำได้คือรับมือสิ่งที่จะเกิดขึ้นให้ดีมากกว่านำมาทำลายตัวเองแบบนี้

พวกเขาน่าจะรู้ตัวแล้วว่าตัวเองทำผิดในฐานการนินทาเจ้านายของตนเอง การว่ากล่าวตักเตือนหรือลดเงินที่สมควรจะจ่ายคือสิ่งที่สมควรแต่การฆ่ากันไม่ใช่สิ่งที่เชื้อพระวงศ์ควรทำ มิฉะนั้นคงไม่ต่างจากสัตว์เดรัจฉานเท่าไหร่นัก"

 

"ส่วนพวกเจ้าถ้าอยากจะนินทาข้ามากขนาดนั้น ถ้ายังไม่มีอะไรที่ดีพอก็อย่ามาปากสว่างคิดนั่นนี่ไปเอง เป็นมนุษย์แล้วยังไง เป็นแวมไพร์แล้วเจ๋งตรงไหน ข้าเป็นกัปตันชมรมคาราเต้ที่กวาดรางวัลถึงสามปีซ้อนเชียวนะ แน่จริงก็เข้ามาเลย! จะฟันไม่เลี้ยงเลยสักตัว" น้ำเสียงทรงอำนาจ ดวงตาแข็งกร้าวมองอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใด รังสีความบริสุทธเอ่อล้นออกมาจากร่างสูงโปร่งอย่างเห็นได้ชัด พลังของเทพเริ่มตื่นขึ้นเพราะเหตุการณ์นี้เสียแล้ว

"ส่วนเรื่องที่ข้าเป็นลูกครึ่งเทพหรือไม่นั้น...น่าจะพิสูจน์ได้ด้วยตาของพวกเจ้าแล้วนะ ไอ้พวกไม่มีหัวคิด" สิ่งที่คีย์คิดว่าเป็นลูกครึ่งเทพนั้นผิดมหันต์เพราะร่างกายของไวท์เริ่มมีเกล็ดออกมาผสมกับปีกสีขาว หมายความว่าเด็กคนนี้

 

"ข้าคือบุตรของเทพอพอลโล่ * กับซิคฟรีด ** ต่างหากล่ะ ทีนี้ก็น่าจะกระจ่างกันทั้งสายตาและคำพูดแล้วสินะ" ปิดบังตัวตนไปก็ไร้ประโยชน์ เพราะถ้ายังมัวแต่มานินทากันแบบนี้ตลอดเวลาก็ทนไม่ไหวเหมือนกัน แล้วเป็นการหยุดยั่งไม่ให้รัชทายาทฆ่าคนรับใช้พร่ําเพรื่ออีกต่างหาก เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวก็คราวนี้ล่ะ

 

"ขออภัยด้วยขอรับ คุณชายไวท์ / ได้โปรดให้อภัยพวกเราด้วยนะคะ คุณชายไวท์"

 

"กระรอกน้อย หมายความว่าเจ้าเป็นลูกครึ่งเทพกับมังกรงั้นเหรอ" ดูเหมือนว่ายังมีอีกคนที่ยังตกใจอยู่สินะ

"ความจริงนี่ยังไม่ถึงเวลาของข้าด้วยซ้ำที่จะต้องปรากฏตัว แต่ดูเหมือนจะมีเหตุการณ์กระตุ้นเด็กคนนี้สินะ ในนามของผู้ปกป้องและดูแลบุตรแห่งเทพและมังกร หากมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก ข้าคิดว่าพวกเจ้าได้ตายกันหมดนี้อย่างแน่นอน"

 

ตุ้บ!

 

"กระรอกน้อย! จีน! ไวท์! "

 

"ไปตามหมอหลวงมาเดี๋ยวนี้! "

"หมอหลวง เมื่อไหร่กระรอกน้อยจะฟื้น นี่มันสามวันแล้วนะ" รัชทายาทเร่งด้วยความร้อนใจ ตั้งแต่คนที่ปกป้องไวท์ปรากฏตัวคราวนั้น ก็ทำให้เหล่าคนรับใช้แพร่ข่าวลือใหม่ออกไปว่าเป็นลูกครึ่งเทพกับมังกร จะต้องนำพาความโชคดีมาให้กับจักรวรรดิอย่างแน่นอน แต่ความโชคดีนั้นทำไมถึงไม่ส่งผลกับเจ้าตัวเลยล่ะ ทำไมถึงนอนนิ่งอยู่แบบนี้ จะให้ข้าช้ำใจตายหรืออย่างไรกัน ฟื้นขึ้นมาเถอะ เจ็บจนจะทนไม่ไหวแล้ว

 

"ออกไปให้หมด" การบังคับเสียงไม่ให้สั่นมันยากถึงเพียงนี้เชียวหรือ

 

"พะยะค่ะ รัชทายาท / เพคะ รัชทายาท"

 

น้ำตาของร่างสูงเอ่อล้นไปรอบดวงตาจนไหลรินออกมาอย่างไม่ขาดสาย ถึงแม้ว่าอาการบาดเจ็บทางร่างกายจะหายตั้งแต่วันแรกที่ได้รับการรักษาแล้วก็ตาม แต่กลับไม่ฟื้นขึ้นมาเสียที ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ ไม่น่าเชื่อว่าแวมไพร์ที่เย็นชาอย่างเขาจะต้องมานั่งร้องไห้ให้กับมนุษย์เพียงคนเดียวด้วย ช่างน่าขันเสียจริง

"พี่คีย์ ร้องไห้ทำไมเหรอครับ ใครทำอะไรให้เสียใจเหรอ" มือขาวเกลี่ยน้ำตาที่อยู่หางตาทั้งสองข้างด้วยความเป็นห่วง ทำไมสีหน้าอิดโรยแบบนี้ ไม่ได้นอนมากี่วันแล้วเนี่ย

 

"กระรอกน้อยฟื้นแล้ว! เจ้าฟื้นแล้ว! ข้าเป็นห่วงจนแทบบ้า! " ร่างสูงโปร่งถูกรวบตัวเข้าไปกอดด้วยความดีใจ แรงกอดที่มากเกินไปจนทำให้รู้สึกอึดอัด อีกฝ่ายพยายามดิ้นออกมาจนแขนแกร่งผ่อนแรงลงนิดหน่อยเพื่อให้หายใจสะดวกขึ้นแต่ก็ไม่ได้ยอมปล่อย

 

"ปล่อยผมก่อนครับ แน่นเกินไปแล้ว" มือขาวพยายามทุบหลังรัชทายาทที่ร่างกายเหมือนทองคำล้ำค่าสำหรับใครต่อใครในจักรวรรดิ เมื่อรู้แบบนั้นก็รีบผ่อนแรงลงทันทีแต่ไม่ได้ยอมปล่อยอย่างที่เสียงหวานบอก

"ข้าขอกอดไว้แบบนี้นะ เพราะคิดว่าไม่น่าจะไหวแล้ว"

 

ตุ้บ!

 

ร่างสูงนอนลงพร้อมกับกอดไวท์เอาไว้ข้างกายแล้วหลับไปทันที แบบนี้เรียกว่าผีอำหรือแวมไพร์อำดีล่ะเนี่ย หลับไปทั้งที่ยังกอดเขาอยู่แบบนี้ได้ยังไง พอจะแกะออกมันก็แน่นจนต้องยอมแพ้และหลับตามกันไปในที่สุด

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

 

"รัชทายาทพะยะค่ะ หม่อมฉัน..." เมล์กะมาเรียกเจ้านายของตนเองให้ไปรับประทานอาหารเย็นแต่พอเจอเหตุการณ์แบบนี้เข้าก็เงียบลงพร้อมกับเดินออกจากห้องไปแล้วสั่งห้ามไม่ให้ใครเข้ามารบกวนทั้งสองขณะหลับอีก

"รัชทายาทล่ะ เจ้าตามให้มากินข้าวไม่ใช่เหรอ" จักรพรรดิถามหลังไม่เห็นหน้าลูกชายของตนเอง ตั้งแต่ว่าที่ลูกสะใภ้สลบไปวันนั้นก็อยู่เฝ้าไม่ห่าง ไม่ยอมกินข้าวเลยสักมื้อจนร่างกายเริ่มซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัด หากหนูไวท์ไม่รีบฟื้นขึ้นมาล่ะก็...เจ้าลูกชายตัวดีต้องตรอมใจตายเป็นแน่

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel