บทที่ 30 ตอน Thirty Time
"หากเด็กคนนั้นจะมาทำให้การนองเลือดหายไปได้ หม่อมฉันก็ไม่มีปัญหาหรอก รัชทายาท" ดยุคริคตอบรับอย่างเสียไม่ได้ ตั้งแต่เข้าห้องทำงานมาก็โดนทั้งจักรพรรดิและจักรพรรดินีข่มขู่สารพัดอย่างและเชิญท่านโหราจารย์มาบอกด้วยตัวเอง มิหนำซ้ำยังถูกรัชทายาทมากดดันอีก ใครจะกล้าต่อต้านกันล่ะ! เขาเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเด็กคนนี้จะสามารถทำอะไรได้บ้าง
"ในเมื่อทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี ข้าขอเชิญท่านลุงพักผ่อนอยู่ที่วังหลวงสักสามสี่วัน แล้วจะพบความจริงบางอย่างที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนในชีวิตอันยาวนานของท่าน"
"อรุณสวัสดิ์ครับ คุณมีเทน"
"อรุณสวัสดิ์ขอรับ คุณชายไวท์ ตื่นแต่หัวค่ำเลยนะขอรับ"
"เล่นนอนไวแบบนั้นก็เลยตื่นไวไปด้วยครับ ขอไปห้องครัวด้วยจะได้ไหมครับ"
"ถ้ากระผมปฎิเสธคุณอีกจะต้องโดนสายตาของแวมไพร์ชั้นสูงรุมอีกแน่ครับ ถ้างั้นผมจะนำทางให้" คนในวังหลวงยังไม่เคยเห็นร่างสูงโปร่งมาก่อนเพราะว่าตั้งแต่เกิดเรื่องที่งานเลี้ยงก็ไปอยู่วังของรัชทายาทแล้วเดินทางไปยังใต้ต่อทันที จนวันนี้ทุกคนได้พบเห็นรูปร่างหน้าตาของไวท์แล้วถึงกับตกตะลึงไปหลายคน เพราะรูปร่างดูเหมือนผู้ชายรวมไปถึงกล้ามเนื้ออันแข็งแรงแบบนักกีฬาแต่หน้าตาหวานปานผู้หญิง ถึงจะดูขัดกันแต่เมื่อรวมอยู่ในคนๆ เดียวนั้นเรียกได้ว่าเป็นชายหนุ่มที่รูปงามยิ่งนัก
ห้องครัวจากวังหลวงนั้นใหญ่โตกว่าวังของรัชทายาทมาก กว้างเสียจนไม่รู้ว่าไปสุดทางไหน มือขาวหยิบจับของที่สามารถมาทำเป็นขนมได้ทันทีโดยไม่ได้พูดคุยกับใคร มีเหล่าพ่อครัวมากมายจะมาห้ามปรามการกระทำดังกล่าว จะให้แขกมาทำอาหารได้อย่างไร มันไม่ถูกต้องเลยสักนิดแต่ก็ได้รับคำตอบเป็นรังสีอำมหิตมาจากบุคคลที่มีอำนาจรองจากองค์จักรพรรดิอย่างพ่อบ้านมีเทนก็พากันล่าถอยไปแล้วทำงานของตนเองจะดีกว่า
เขารู้ว่ามีสายตาหลากหลายคู่กำลังแอบมองการทำอาหารของเขาว่าทำอะไรกันแน่ มันกินได้หรือเปล่า นี่อบรมการทำขนมมาตั้งหกเดือนนะเฟ้ย ไม่มีทางที่จะทำของพวกนี้ไม่เป็น ถ้าเรื่องขนมกับเครื่องดื่มไว้ใจได้เลย ส่วนเรื่องอาหารยกให้พวกพ่อครัวทำน่าจะดีกว่าเป็นไหนๆ ท่าทางคล่องแคล่วว่องไวในการทำนั้นอยู่ในสายตาของเหล่าคนทำอาหารในวังหลวงทั้งหมด ไม่น่าเชื่อว่ามนุษย์ที่องค์รัชทายาทเลือกมาจะมีสามารถทำงานบ้านเป็นด้วย ช่างเป็นมนุษย์ชายที่น่าประหลาดยิ่งนัก
"อรุณสวัสดิ์กระรอกของข้า ทำอะไรกินล่ะวันนี้ กลิ่นหอมลอยไปถึงห้องจนข้าตื่นตามกลิ่นมาอีกแล้ว" คีย์ไม่ได้พูดเกินจริงเลยแม้แต่น้อย หลายต่อหลายครั้งที่อยากจะนอนต่อรอให้คนมาปลุกตามเวลา แต่กลิ่นหอมของขนมที่เด็กคนนั้นทำก็มาปลุกให้ตื่นเดินตามไปหาทุกที่ เพราะปกติอาหารในวังจะมีรสชาติจืดชืด ไม่ค่อยมีกลิ่นเท่าไหร่ถ้าเทียบกับขนมที่ได้กินอยู่หลายวันที่ผ่านมานี้มันหอมหวาน กลมกล่อม จนอยากกินอีกเรื่อยๆ
"อรุณสวัสดิ์พะยะค่ะ รัชทายาท / อรุณสวัสดิ์เพคะ รัชทายาท" ร่างสูงพยักหน้าตอบพลางเดินเข้าไปหาร่างสูงโปร่งที่ยังคงมีสมาธิกับการทำงานจนไม่ได้รู้ตัวว่ามีคนเดินเข้ามาใกล้
พลั่ก!
"ขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ" ครีมเทียมที่ตั้งใจจะใส่หม้อดันหกเลอะใส่เสื้อผ้าของรัชทายาทหมดแล้ว มือขาวรีบวิ่งไปหาผ้ามาเช็ดคราบครีมออกแต่มือหนามาจับเอาไว้ กระรอกน้อยในสายตาของคีย์ตอนนี้เหมือนกลัวว่าจะถูกดุเพราะจากสภาพคือเหมือนหูลู่หางตกไปหมดแล้ว แถมยังท่าทีตื่นกลัวนั่นอีกเพราะมารยาทในวังการทำแบบนี้ถือว่าเสียมารยาทกับเชื้อพระวงศ์ไม่น้อยเลยทีเดียว
"ผมทำชุดพี่คีย์เปื้อน... มันผิดมารยาท..." ยังไม่ทันดุเลย... ทำไมถึงตัวสั่นแบบนี้ มันเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ต่างโลกที่จะหวาดกลัวกับอะไรแบบนี้สินะ คีย์เอานิ้วจิ้มครีมเทียมที่ติดอยู่กับเสื้อขึ้นมาลองชิม รสชาติไม่หวานและไม่ขมเกินไป ปกติครีมเทียมที่นี่จะจืด หมายความว่ากระรอกน้อยต้องผสมใหม่แต่เขาดันมาทำให้มันหกหมดเพราะอีกคนตกใจสินะ
"ไม่ต้องกลัวนะ พี่ผิดเอง ไม่ร้องนะครับ" ใบหน้าหวานพยักหน้าแทนการพูดเพราะจะเก็บเสียงสะอื้นไว้ข้างในแทน ปกติเขาไม่ได้กลัวอะไรง่ายแบบนี้ แต่ที่นี่วังหลวงอะไรก็เกิดขึ้นได้ ไวท์อาจจะโดนฆ่าตายตอนไหนก็ได้ทั้งนั้น
"ขอโทษที่มาขัดจังหวะตอนทำขนม ครีมนี้อร่อยนะ! รบกวนปรุงรสอีกรอบได้ไหม" เสียงทุ้มต่ำพูดปลอบพลางลูบผมกลุ่มนิ่มไปด้วยเพราะไม่อยากให้เสียขวัญอีก
"ได้ครับ ผมจะปรุงให้ใหม่! รับรองว่าอร่อยแน่นอน" เหมือนว่าไวท์จะสงบลงแล้วมามีไฟในการทำขนมอีกครั้ง แวมไพร์ที่เย็นชาอย่างองค์รัชทายาทกับอ่อนโยนกับมนุษย์ แถมยังเป็นมนุษย์ผู้ชายด้วย เมื่อก่อนพระองค์แทบจะไม่สนใจใยดีมนุษย์แม้แต่น้อย เห็นว่าร้อยปีก่อนมีเพื่อนเป็นมนุษย์อยู่คนนึงแต่ก็ไม่ถึงกับใจดีมากขนาดนี้ หมายความว่ามนุษย์ผู้นี้มีอิทธิพลกับแวมไพร์ระดับสูงพอสมควร
"ให้ข้าช่วยไหม กระรอกน้อย"
"หม่อมฉันคิดว่านอกจากรัชทายาทจะไม่ได้ช่วยอะไรแล้วยังเกะกะจนทำให้คุณชายไวท์ตกใจจะทำครีมที่เพิ่งผสมเองหกจนหมด กรุณากลับไปรอที่ห้องอาหารเถอะพะยะค่ะ"
"ข้าคุยกับกระรอกน้อยไม่ใช่เจ้านะเมล์"
เมื่อพ่อบ้านส่วนตัวของรัชทายาทกับรัชทายาททะเลาะกันทีไรไม่เคยจบลงโดยง่าย เหล่าคนทำอาหารในครัวต่างพากันเงียบแล้วทำหน้าที่ของตนเองต่อไป จนกระทั่งมีซองถุงแป้งสองถุงแทรกเข้ามาระหว่างการสนทนาของทั้งคู่
"ถ้ายังมีแรงมาเถียงกันได้แบบนี้มาช่วยผมตีแป้งดีไหมครับ ที่นี่ไม่มีที่ตีครีมเหมือนโลกมนุษย์ด้วย ไหนๆ ทั้งสองคนก็แรงเยอะอยู่แล้ว ฝากกองนั้นด้วยนะครับ ค่าทำที่ผมผสมครีมพังเมื่อกี้" ท่าทางน่าตีนั้นปรากฏออกมาให้เห็น ดวงตากลมโตแพรวพราวแตกต่างจากเมื่อกี้อย่างสิ้นเชิง และสิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นคือรัชทายาทกับลอร์ดเมล์กำลังช่วยกันเทแป้งและนวดแป้งตามคำแนะนำของมนุษย์ผู้นั้นและช่วยกันตีแป้งอีกต่างหาก
