บทที่ 32 ตอน Thirty-two Time
"รัชทายาทหลับไปแล้วพะยะค่ะ นอนกอดคุณชายไวท์ไม่ห่างกายเลย" เมล์ตอบไปตามความจริง ทำให้สีหน้าของจักรพรรดิและจักรพรรดินีเป็นห่วงมากกว่าเดิม การรอคอยใครสักคนมัน ทรมาณมากกว่าที่คิดเอาไว้ เนื่องจากในจักรวรรดิการมีความรักของเผ่าพันธ์เดียวกันทำให้ไม่ค่อยสนใจเรื่องเวลาเท่าไหร่นัก ซึ่งคีย์เองก็ได้ซึมซับสิ่งนี้มาเช่นกันแต่เมื่อรู้ว่าไวท์อาจจะตายเพราะอายุขัยสั้นกว่าแวมไพร์มากนัก สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นเศร้าหมองลงทันทีจนใครเห็นก็ต้องสงสารกันทั้งนั้น
"มีเทน เจ้าไปสืบเรื่องผู้ให้กำเนิดหนูจีนมาสิ ข้าว่ามันมีบางอย่างแปลกไป" จักรพรรดิสั่งเสียงเครียด
"พะยะค่ะ ท่านจักรพรรดิ"
"ทำไมเหรอที่รัก มีอะไรกันหรือเปล่า" จักรพรรดินีถามด้วยความสงสัย
"ข้าคิดว่ามีบางอย่างแปลกไป เกี่ยวกับความทรงจำของเด็กคนนั้น"
จากกลางวันเป็นกลางคืนระยะเวลาผ่านไปหลายต่อวัน เหล่าคนรับใช้เริ่มเป็นห่วงอีกครั้งเพราะจากการที่คุณชายไวท์ร่างกายแข็งแรงแต่ยังไม่ฟื้นสักที แต่ตอนนี้กลายเป็นรัชทายาทเหมือนจะไม่ฟื้นด้วยอีกคน ราชวงศ์เริ่มสั่นคลอนอีกครั้งจนกระทั่งหมอหลวงมาตรวจร่างกายปรากฏว่ารัชทายาทร่างกายอ่อนเพลียเลยทำให้หลับยาว ส่วนคุณชายไวท์รอฟื้นเพราะร่างกายแข็งแรงดี ไม่มีปัญหาอะไร
"ข้าถามว่าเมื่อไหร่ลูกของข้าจะฟื้น! ไม่ได้ถามว่าร่างกายเป็นยังไง" เสียงตวาดของจักรพรรดิดั่งลั่นห้องนอนของรัชทายาท
"หม่อมฉันพยายามสุดความสามารถแล้วพะยะค่ะ ตอนนี้ทำได้แค่รอให้ฟื้นสติ" หมอหลวงบอกอีกครั้งพร้อมคุกเข่าขอพระราชทานอภัยโทษเพราะสุดความสามารถแล้วจริงๆ
"รัชทายาทฟื้นแล้วขอรับ! " เมล์บอกเสียงดังลั่นห้องนอนของรัชทายาท ทำให้ทุกคนรีบเข้ามาดูด้วยความโกลาหลจนต้องมีการห้ามปรามไม่ให้รบกวนคนที่เพิ่งฟื้นมากขนาดนั้น
"หมอหลวง! เจ้ารีบตรวจอาการของลูกข้ากับลูกสะใภ้ข้าเดี๋ยวนี้! " จักรพรรดินีเร่ง หมอหลวงรีบวิ่งมาตรวจร่างกายของทั้งคู่ด้วยความหวาดกลัวว่าหัวจะหลุดออกจากบ่า ถึงแวมไพร์จะมีอายุขัยที่ยาวนานแต่ก็ตายได้หากต้องสู้กับราชวงศ์ที่มีเลือดเข้มข้มกว่าขุนนางหรือสามัญชนด้วยกัน
"รัชทายาทกับคุณชายไวท์ร่างกายแข็งแรงดีพะยะค่ะ หากได้รับประทานอาหารหน่อยน่าจะช่วยบำรุงร่ายกายได้"
สายตาคมมองซ้ายมองขวาด้วยความงงงวยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำให้ทุกคนถึงมารวมตัวกันในห้องของเขาแบบนี้ และดูเป็นเรื่องใหญ่มากเสียด้วยหมอหลวงถึงได้มีท่าทีหวาดกลัวท่านพ่อและท่านแม่แบบนั้น
"ลูกแม่เจ้าเป็นยังไงบ้าง แม่เป็นห่วงลูกมากเลยนะ หนูไวท์ แม่ใจจะขาดแล้วหนูเป็นยังไงบ้าง" จักรพรรดินีถามเสียงสะอึกสะอื้นเพราะกลัวจะเสียแก้วตาดวงใจทั้งสองไป แวมไพร์ที่ดีกับมนุษย์ที่ดีไม่สมควรต้องมานอนไม่ฟื้นแบบนี้ นางไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าจะต้องสูญเสียทั้งสองไปจะเสียใจมากแค่ไหน
"ท่านพี่จะทำให้คนอื่นเขาเป็นห่วงกันไปถึงไหน รู้ไหมว่าหลับกันมากี่วันแล้ว" ถึงคำพูดของคลาสจะร้ายกาจแต่ก็ยังแฝงความห่วงใยเอาไว้ เพราะพี่ชายของเขาไม่น่าจะอ่อนแอจนมาตรอมใจแบบนี้ มนุษย์คนนี้มีอะไรดีนักหนาถึงต้องยอมสละชีวิตอันเป็นนิรันดร์ให้ด้วย
"อีกสามวันหากทั้งคู่ยังไม่ฟื้น พวกขุนนางจะพากันมาเลือกรัชทายาทคนใหม่อยู่แล้วนะ ยังจะมัวนอนอะไรกันอีก" คำพูดของครอสถากถางยิ่งกว่าของคลาสแต่น้ำตาและเสียงสะอื้นนั้นทำให้รู้ว่าเป็นห่วงมากแค่ไหน
"ข้าคิดว่าทุกคนกำลังเข้าใจผิดนะ เพราะว่าข้าแค่หลับไปเพราะทำงานหามรุ่งหามค่ำมาหลายวันเลยทำให้ตัวเองอยู่ในสภาวะคงสภาพไม่ฟื้นเพื่อรักษาร่างกาย ส่วนกระรอกน้อยก็กลัวว่าจะตกใจเลยใช้มนต์ให้หลับไปพร้อมกันแล้วมาฟื้นวันนี้ที่ร่างกายแข็งแรงแล้ว"
"รัชทายาทหมายความว่ายังไงพะยะค่ะ" เมล์กำลังสงสัยกับสิ่งที่เกิดขึ้น
"ข้าหมายความว่าทำไมทุกคนถึงไม่รู้ว่านี่คืออาการดีฟของแวมไพร์ที่มักใช้เวลาร่างกายอ่อนแอในการพักผ่อน แล้วท่านเป็นหมอหลวงอย่างไรทำไมถึงไม่รู้ ตอนนี้งงไปหมดแล้ว" คีย์ถึงกับงงว่าทุกคนในที่นี้เป็นแวมไพร์ทำไมถึงไม่คิดถึง อาการดีฟของเขาบ้าง แล้วมาพากันตกใจแบบนี้คืออะไร เรียนมาคืนครูกันไปหมดแล้วเหรอ
"สรุปว่าเจ้าดีฟอยู่แล้วใช้มนต์สะกดทำให้หนูไวท์หลับไปพร้อมกันแล้วมนต์สะกดจะคลายก็ต่อเมื่อเจ้าฟื้นใช่ไหม" ดูเหมือนคนที่ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้เร็วที่สุดคือจักรพรรดิ เพราะเขาเป็นคนแรกที่สรุปและซักถามทันที
"ใช่พะยะค่ะ ท่านพ่อ" และทุกคนก็เริ่มมีสีหน้าคาดโทษหมอหลวงทันที ไหนบอกว่าตรวจทุกโรคแล้วทำไมถึงไม่คิดถึงอาการดีฟของแวมไพร์กันล่ะ เกือบจะเป็นเรื่องใหญ่ในจักรวรรดิอยู่แล้ว ราชวงศ์จะมาสั่นคลอนเพราะรัชทายาทดีฟไปสามวัน มันออกจะบ้าเกินไปแล้ว
"มิน่าล่ะ! ข้าถึงได้หลับตามน้ำแบบไม่อยากจะตื่น พลังของท่านพี่สุดยอดไปเลย" ไวท์บอกพลางชูนิ้วโป้งให้ทั้งสองข้าง สำหรับจักรวรรดิแล้วการยกนิ้วไม่มีความหมายอะไรแต่ดูท่าสำหรับโลกมนุษย์น่าจะหมายถึงเก่งหรือเปล่า
"ในโลกมนุษย์หมายความว่าเก่งใช่ไหม"
"ไม่ใช่แค่เก่งนะพะยะค่ะ เขาเรียกว่าเจ๋งไปเลย"
"เจ๋งไปเลย หมายความว่าอย่างไร"
"หมายความว่าสุดยอดมาก แปลกใหม่ เรียกว่าเจ๋งพะยะค่ะ"
"ข้าคิดว่าตอนนี้พวกเจ้าควรกินอะไรสักหน่อยนะ อาหารถูกยกมาวางให้แล้ว พวกเจ้าก็คุยกันต่อไปเถอะ" จักรพรรดิไอสองสามครั้งเพื่อเตือนว่าไม่ใช่เวลาที่จะมานั่งคุยกันสบายใจแบบนี้ ควรกินข้าวและไปจัดการเรื่องข่าวลือให้เรียบร้อยเสียก่อน ไม่เช่นนั้นน่าจะกลายเป็นเรื่องไปมากกว่านี้อย่างแน่นอน
"รัชทายาท"
"พะยะค่ะ ท่านพ่อ"
