บทที่ 29 ตอน Twenty-nine Time
"พะยะค่ะ ท่านจักรพรรดิ / พะยะค่ะ ท่านพ่อ"
ผมคิดว่าท่านพ่อน่าจะมีวิธีการที่จะจัดการกับท่านลุงให้ยอมจำนนเรื่องของจีนแล้วเปลี่ยนมาเป็นไวท์ที่อยู่ในเชื้อพระวงศ์แทน เรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อร้อยปีก่อนสมัยที่ตาของไวท์เดินทางมาที่นี่ด้วยวิธีอะไรก็ไม่อาจรับรู้ได้ แต่ไม่คิดว่าหลานชายของเขาจะเผชิญชะตากรรมเดียวกันแบบนี้
"กระรอกน้อย ข้าว่าเดี๋ยวจะหาคนรับใช้มาอยู่ข้างกายของเจ้านะ ข้าเลือกเอาไว้ให้แล้ว" สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือต้องการคนที่ไว้ใจได้มาคอยดูแลกระรอกน้อยยามที่เขาไม่อยู่ด้วย จักรวรรดิเต็มไปด้วยอันตราย ไหนจะเลือดที่หอมหวานนั่นอีก มันช่างเป็นตัวล่อโดยแท้
"ให้ใครมาเป็นคนรับใช้หม่อมฉันหรือพะยะค่ะ ท่านพี่" ไม่เคยคิดเลยว่าจะมาอยู่ในจุดที่ต้องมีคนรับใช้กับเขาด้วย ลำพังดูแลพนักงานในร้านแทนแม่บางครั้งก็แทบแย่แล้ว ไม่สิ! จะมามัวคิดถึงเรื่องของโลกที่เคยอยู่ไม่ได้ ตอนนี้ต้องสนใจโลกที่ตนเองอาศัยอยู่ก่อน
"ตอนแรกข้าว่าจะให้ตระกูลโฟลช์มาดูแลกระรอกน้อยแต่ว่ากฎเยอะมาก ส่วนตระกูลรุคที่คอยดูแลเชื้อพระวงศ์อย่างตระกูลริคก็ยุ่งยากเกินไป ไม่มีใครยอมรับเจ้าที่เป็นมนุษย์สักคน" ความจริงแล้วทันทีที่คีย์เสนอความคิดหาคนมาดูแลไวท์ ไม่มีใครตอบรับเลยสักคนเพราะทุกคนรู้สึกเสียเกียรติในการดูแลมนุษย์ พวกเขายินดีรับใช้แวมไพร์ที่มีพลังมากกว่าตนเองด้วยความเต็มใจมากกว่า
"ข้าจึงได้เดินทางไปเลือกกลุ่มที่เป็นประเภทเดียวกับกระรอกน้อยมาแทน"
"หมายความว่ายังไงเหรอครับ" เสียงหวานเอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย คนประเภทเดียวกับเขามันหมายความว่ายังไงกันแน่ นิสัย หน้าตา หรือการกระทำ
"ข้าเดินทางไปหมู่บ้านเลือดผสมระหว่างมนุษย์กับแวมไพร์เพราะว่าเจ้าเองก็เป็นลูกครึ่งเทพ การเลือกคนประเภทเดียวกันมาดูแลย่อมง่ายกว่า และเมื่อข้าถามว่ามีใครต้องการมาดูแลเจ้าที่เป็นลูกครึ่งเทพไหม กระรอกน้อยรู้ไหมว่าพวกเขาตอบว่าอะไร"
"ตอบว่าอะไรเหรอครับ"
"ทุกคนตอบตกลงทั้งหมดไม่มีใครปฏิเสธแม้แต่คนเดียว หมายความว่าจากนี้ไปคนของหมู่บ้านนั้นทั้งหมดก็คือคนรับใช้ของกระรอกน้อย คนกลุ่มนี้ไม่มีหัวหน้าแถมยังถูกรังเกียจจากมนุษย์และแวมไพร์ด้วยกัน หากได้เจ้ามาเป็นเสาหลักของพวกเขา ข้ารับรองว่าพวกเขาจะต้องรู้สึกดีอย่างแน่นอน" คีย์คาดหวังว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยและสงบมากขึ้น ส่วนทางท่านพ่อท่านแม่นั้นน่าจะเป็นการจัดการท่านลุงมากกว่าพูดคุยธรรมดาอย่างแน่นอน
ที่นี่เหมือนจะทำทุกอย่างเป็นความลับไปเสียหมด จะบอกแต่สิ่งที่อยากให้รับรู้เท่านั้น ไวท์ไม่มีทางรู้สิ่งอื่นได้เลยถ้าไม่มีการบอกกล่าว ในเมื่อไม่ยอมบอก...ก็ต้องค้นหาคำตอบกันเอาเองสินะ หวังพึ่งตัวเองได้อย่างเดียวแน่นอน
"ระหว่างที่ยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการเรื่องบุตรบุญธรรม กระรอกน้อยต้องอยู่ที่วังหลวงกับท่านพ่อและท่านแม่ไปก่อนนะ ส่วนเรื่องคนรับใช้ของเจ้าน่าจะอีกสามวันกว่าจะเดินทางมาถึง มีอะไรอยากถามไหม" เสียงทุ้มต่ำอธิบายข้อมูลละเอียดครบถ้วน สายตาคมมองด้วยความห่วงใยอย่างไม่มีปิดบัง ทุกการกระทำล้วนสื่อความหมายทั้งหมด ไม่มีทางที่อีกฝ่ายจะไม่รู้อย่างแน่นอน
"ไม่มีแล้วครับ ผมว่าจะอาบน้ำนอนเลย" เสียงหวานตอบพลางส่ายหัวไปมา ช่างน่ารักเสียจริง ว่าที่คู่หมั้นใครเนี่ย
"ราตรีสวัสดิ์ กระรอกน้อย" มือหนาลูบกลุ่มผมนิ่มด้วยความเอ็นดู
"ราตรีสวัสดิ์ครับ พี่คีย์"
ร่างสูงเดินกลับไปทางห้องทำงานของท่านพ่อแทนห้องนอนเพราะเขาคิดว่าป่านนี้เรื่องดังกล่าวไม่น่าจะจบลงโดยง่าย คนที่ดื้อร้นอย่างท่านลุงต้องไม่พอใจอย่างแน่นอน และคีย์ก็อยากจะรู้ว่าท่านพ่อที่ได้รับฉายาว่าท่านจักรพรรดิช่างเจรจาจะเป็นอย่างไร เหมือนกับที่เขาลือกันหรือไม่ ถึงจะเป็นรัชทายาทมานานแต่ก็ออกไปทำงานนอกเมืองหลวงตั้งแต่เข้าสู่วัยผู้ใหญ่ด้วยวัยเพียงสิบหกปี
การจะเดินทางเข้าวังหลวงมีเพียงการเรียกเข้าพบตามกำหนดการหรืองานเลี้ยงประจำเดือนเท่านั้น หากไม่มีเรื่องอะไรสำคัญก็ไม่สามารถเดินทางมาเมืองหลวงได้ เพราะเขาได้รับมอบหมายให้ดูแลเมืองทางตะวันออกมานานหลายร้อยปี สาเหตุในการกระจายลูกชายขององค์จักรพรรดิไปยังดินแดนต่างๆ ในจักรวรรดิ ก็เพื่อสกัดกั้นการโกงของเหล่าขุนนางที่จะแอบทำลับหลังหากราชวงศ์อยู่ในเมืองหลวงกันหมด
จึงได้มีคำสั่งให้เหล่าเจ้าชายหลังอายุครบเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ไปประจำการตามดินแดนหัวเมืองใหญ่ทั้งหมด เพื่อควบคุมขุนนางตามเมืองเหล่านั้น ส่วนในเมืองหลวงมีขุนนางราชวงศ์นั้นจักรพรรดิจะเป็นคนคอยควบคุมเอง ถือเป็นเรื่องที่เปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ของจักรวรรดิเป็นอย่างมากเกี่ยวกับแผนการเมืองการปกครองของจักรพรรดิองค์ที่ 16 ถึงแม้ว่าแวมไพร์จะมีช่วงอายุที่ยาวนาน
แต่อายุในการปกครองในฐานะจักรพรรดินั้นก็มีช่วงเวลาจำกัดเช่นกัน หลังจากปกครองครบช่วงเวลาดังกล่าวจะต้องก้าวเข้ารับตำแหน่งสมาพันธ์ผู้อาวุธโสผู้อยู่เบื้องหลังในการช่วยเหลือจักรพรรดิในการจัดการกับเหล่าขุนนางที่หวังจะแย่งชิงราชบัลลังค์ไม่ให้สั่นคลอนลงอย่างง่ายดายนั่นเอง นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเหล่าจักรพรรดิที่ปกครองดินแดนจักรวรรดิไม่มีใครเสียชีวิตก่อนวัยอันควรสักคน เพราะเหล่าคนที่หวังจะมาทำร้ายได้ถูกทำลายก่อนแล้วนั่นเอง
"มาแล้วรึ รัชทายาท" จักรพรรดิเอ่ยถามหลังใช้สายตาสื่อสารกันก่อนว่าจะให้ว่าที่ลูกสะใภ้เข้านอน แล้วพวกเขาจะมาคุยกันต่อเรื่องหลังจากนั้น
"ท่านลุงยอมรับเงื่อนไขของท่านพ่อกับท่านแม่หรือยังขอรับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามนั้นไม่ใช่ประโยคคำถามแต่เป็นประโยคคำสั่งให้ยอมรับแต่โดยดีมากกว่าการต่อต้าน
