บทที่ 28 ตอน Twenty-eight Time
"ท่านพี่ก็พูดเกินไป ข้าไม่ได้ทำถึงขนาดนั้นหรอก" เพราะข้าทำมากกว่านั้นต่างหาก
"แต่เจ้าเอานามสกุลของตระกูลข้าไปให้มนุษย์ที่ไหนก็ไม่รู้ แบบนี้ข้าควรทำเช่นไรดี น้องสาวของข้า" ดยุคถึงกับหน้าถอดสีเมื่อมองไปยังใบหน้าของผู้เป็นน้องสาวของตนเอง ในเวลานี้ช่างน่ากลัวเหนือสิ่งอื่นใดยิ่งนัก นานมากแล้วที่ไม่เห็นแววตาและรังสีอำมหิตแบบนี้ต่อหน้าเขา แผ่นดินไหวไปทั่ววังหลวง กระจกแตกเป็นเสี่ยง ข้าวของเครื่องใช้ต่างหล่นลงมาโดยไม่ได้นัดหมาย
"ท่านจักรพรรดินี ข้าผิดไปแล้ว...อย่าเพิ่งโกรธกันเลยนะ" เสียงของชาร์คไม่สามารถเข้าไปในโสตประสาทของนีน่าได้เลย เพราะร่างกายของนีน่าเริ่มขยับเข้ามาหมายจะต่อสู้ด้วย แต่ทว่า
แอ๊ด!
"เกิดอะไรขึ้นครับ! ทำไมข้าวของหล่นแบบนี้ ท่านจักรพรรดินีบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่าพะยะค่ะ" ร่างสูงโปร่งรีบถลาเข้ามาประคององค์จักรพรรดินีด้วยสีหน้าตกใจ ใบหน้าหวานปานผู้หญิง น้ำเสียงอ่อนโยนราวกับเด็ก ท่าทางทะมัดทะแมงแบบนี้ดูยังไงก็ไม่รู้จะบอกว่าเป็นเพศชายหรือเพศหญิงกันแน่
"แม่ไม่เป็นไรนะหนูไวท์ เจ้าเป็นอะไรไหม" ทำไมท่าทีของน้องสาวเขาถึงได้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ขนาดนี้ เด็กคนนี้เป็นใครกัน
"ไม่ครับ...แต่ผมเห็นทุกคนล้มลงหมดเลยแม้แต่พี่คีย์ก็ด้วย ผมเลยรีบวิ่งมาดูว่าท่านจักรพรรดินีจะเป็นอะไรหรือเปล่า" หมายความว่ายังไง เขางงไปหมดแล้ว เป็นดยุคมาหลายร้อยปีไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนในชีวิตเลย
"แล้วหนูไวท์ไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลยเหรอลูก เจ็บตรงไหนไหม"
"ไม่ครับ ยังสงสัยอยู่เลยว่าทำไมทุกคนถึงล้มไปกันหมด"
"อาจจะเป็นเพราะสายเลือดของหนูไวท์ก็ได้นะลูก"
"ที่ว่าผมเป็นลูกครี่งระหว่างเทพกับมนุษย์เหรอครับ"
ดยุคริคได้แต่มองหน้าน้องสาวตนเองสลับกับเด็กหนุ่มหน้าหวานแปลกหน้าไปมาด้วยความสงสัย ทำไมมนุษย์ถึงไม่ได้รับผลกระทบจากเลือดบริสุทธ ยังไม่รวมเรื่องท่าทีที่เปลี่ยนไปนั่นอีก ไหนจะเรื่องลูกครึ่งเทพ เขาควรจะเริ่มถามจากตรงไหนก่อนดีนะ
ปึง!
"กระรอกน้อย! เจ้าบาดเจ็บตรงไหนไหม" คีย์วิ่งเข้ามาถามด้วยอาการเหนื่อยหอบ ไม่ผิดแน่! แรงกดดันมหาศาลเมื่อกี้จะต้องมาจากท่านแม่อย่างแน่นอน ไม่งั้นเขาคงจะไม่ล้มลงกับพื้นแบบนั้นแต่ไม่รู้ทำไมถึงไม่ได้ผลกับคนตรงหน้า มือหนาจับร่างสูงโปร่งหมุนไปมา สำรวจอย่างละเอียดจนแน่ใจแล้วว่าอีกฝ่ายไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรถึงได้วางใจ
"ผมไม่เป็นอะไรครับพี่คีย์ ใจเย็นๆ นะ" มือขาวหยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดหยดเหงื่อที่ไหลอยู่ใบหน้าหล่อเหลาออกพลางตบไหล่เบาๆ เป็นการปลอบให้อีกฝ่ายสงบใจลงให้มากกว่านี้
"มีใครสามารถอธิบายให้ข้าฟังได้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น ข้างงไปหมดแล้ว" ดยุคตระกูลริคทนกับสถานการณ์ที่เหมือนครอบครัวสุขสันต์ไม่ไหวจนต้องรีบเบรคเสียก่อน เขาไม่ได้เข้าวังหลวงแค่ไม่กี่เดือนทำไมถึงมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายขนาดนี้ เมื่อทั้งสามคนมาสนใจบุคคลที่เรียกหาก็เริ่มรู้แล้วว่ามีคนมองอยู่ ทั้งที่ความจริงมีคนมองทั้งท้องพระโรงเลยนั่นแหละ
"เดี๋ยวข้าจะแนะนำให้ท่านพี่รู้จักเอง เด็กคนนี้ชื่อริค ไวท์ หรือก็คือบุตรชายบุญธรรมที่ข้าตั้งแต่งให้อย่างไม่เป็นทางการเมื่อไม่กี่วันก่อน และเป็นลูกครึ่งมนุษย์กับเทพ"
"ก็เลยเอานามสกุลตระกูลพวกเราไปตั้งให้เด็กคนนี้เนี่ยนะ! " รัชทายาทเห็นท่าไม่ดีเลยโบกมือไล่คนรับใช้และทหารในท้องพระโรงออกไปจนหมดตั้งแต่ที่ดยุค ริคเริ่มสงสัยในตัวกระรอกน้อยแล้ว
“ถ้าใช่แล้วจะทำไม เจ้ามีปัญหาอะไรงั้นรึชาร์ค” สีหน้าของจักรพรรดินีไม่ได้สะทกสะท้านกับสิ่งที่ตนเองพูดออกไปเลยแม้แต่น้อย เด็กคนนี้เป็นใครกัน! ทำไมถึงสามารถเปลี่ยนดำเป็นขาวและขาวเป็นดำได้ขนาดนี้ จะต้องมีสาเหตุอย่างแน่นอน ถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากลล่ะก็...เขาไม่มีทางยอมอย่างแน่นอน
"จะไม่ให้ข้ามีปัญหาได้อย่างไร ในเมื่อเจ้าเอาเด็กที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้ามาเป็นว่าที่จักรพรรดินีองค์ต่อไปได้อย่างไรกัน" หัวหน้าตระกูลริคไม่มีทีท่าว่าจะถอยให้กับผู้เป็นน้องสาวของเขาเลยแม้แต่ก้าวเดียว เรื่องราชวงศ์เป็นสิ่งสำคัญ ไหนจะเรื่องการมีทายาทอีก
"หม่อมฉันรู้จักแม้กระทั่งตาของเด็กคนนี้ ท่านลุงยังมีปัญญาอะไรอีกหรือไม่ขอรับ" รัชทายาทเองก็ทนฟังไม่ไหวแล้วเหมือนกัน จะว่าใครก็ได้แต่ไม่ใช่กับกระรอกน้อยของเขา
"หมายความว่ายังไงกันแน่"
แกร๊ก!
"หม่อมฉันขอเชิญดยุคริค ท่านจักรพรรดินี รัชทายาท คุณชายไวท์ ไปที่ห้องทำงานของท่านจักรพรรดิด้วย" มีเทนมาได้จังหวะสงบศึกสงครามน้ำลายของทั้งสามได้ทันเวลาพอดี
จำเป็นที่จะต้องถกเถียงกันขนาดนี้ไหม บางทีถ้ายอมฟังกันก่อนเรื่องราวมันไม่น่าจะอลหม่านขนาดนี้นะ จักรพรรดินีหัวแข็งไม่ฟังใคร ดยุคริคก็ไม่ยอมอ่อนข้อ รัชทายาทก็ให้ท้ายจนไม่ลืมหูลืมตา จะบอกว่าเหมาะสมสำหรับการทะเลาะกันก็คงไม่แปลกเลยจริงๆ ถ้ามีเทนไม่มาห้ามไว้มีหวังได้มีสงครามมากกว่าน้ำลายแน่นอน แค่คิดก็ปวดหัวขึ้นมาแล้ว ถึงมีคำกล่าวไว้ว่าถ้าเลี่ยงได้จงอย่าเข้าวังหลวง อยู่เป็นคนธรรมดาดีแล้ว
"หม่อมฉันเรียกทั้งสามท่านมาพบแล้วพะยะค่ะ ท่านจักรพรรดิ"
"อืม นั่งลงสิ" ทั้งสามนั่งลงอย่างว่าง่ายตามลำดับชั้นที่ถูกต้องแม้กระทั่งไวท์ที่มาอยู่ที่นี่ไม่กี่วันก็สามารถเข้าใจได้อย่างง่ายดาย ความจริงต้องขอบคุณที่บ้านของเขาเคยเป็นตระกูลผู้ดีเก่ามาก่อนเลยรู้ขนบทำเนียมประเพณีบ้างเท่านั้นเอง ไม่ได้เก่งกาจอะไร
"ทั้งคู่ไปพักผ่อนได้ เรื่องทางนี้ให้ผู้ใหญ่จัดการเอง" จักรพรรดิสั่งเสียงเรียบแต่ทรงพลังอีกทั้งยังมีรังสีอำมหิตแผ่ออกมาด้วยความไม่พอใจเป็นอย่างมาก งานนี้ไม่รู้ว่าจะจบลงอย่างไร ไม่อยากจะคิดถึงมันเลย
