บทที่ 22 ตอน Twenty-second Time
การตามใจใครสักคนแล้วยอมลำบากขนาดนี้ หวังว่าจะมีอะไรตอบแทนไม่มากก็น้อยกับความอดทนของข้าในครั้งนี้
ณ พระราชวังสวิต (ที่พักอาศัยของคุณชายคนโตของตระกูล)
"ขอต้อนรับท่านจักรพรรดินี ไม่ทราบว่าเดินทางมาถึงที่นี่มีเรื่องอันใดกัน" ชาร์ทีออกมาต้อนรับทันทีที่เห็นขบวนเสด็จขององค์จักรพรรดินีเดินทางมาแบบไม่เป็นทางการเช่นนี้ จะต้องเกี่ยวข้องกับเด็กคนนั้นที่ถูกจับตัวมาเมื่อก่อนหน้านี้แน่นอน
"ข้าว่าเชิญท่านจักรพรรดินีเข้าไปด้านใน แล้วค่อยหารือกันดีหรือไม่ ชาร์ที" นีน่าบอกเสียงเรียบแต่ท่าทางไม่ได้เรียบตามไปด้วย ลางสังหรณ์ของเขามันร้องเตือนว่าไม่ใช่เรื่องที่ดีที่มีการเดินทางนอกกำหนดการแบบนี้
ตระกูลสวิตถือเป็นหนึ่งในเชื้อพระวงศ์ทั้งสี่ สัญลักษณ์ของตระกูลคือลักษณะแห่งไฟที่เผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อปกป้องตระกูลของกษัตริย์ให้มั่นคงสืบต่อไป การจะล้มล้างกษัตริยได้จำเป็นต้องเข้าถึงตัวเชื้อพระวงศ์ให้ได้เสียก่อน หากเจ้าแห่งการปกครองสูงสุดของวังหลังออกเดินทางนอกกำหนดการ หมายความมีการทำงานที่ไม่ปกติเกิดขึน อำนาจสูงสุดตกเป็นของจักรพรรดินีและจักรพรรดิไม่มีสิทธิในการตัดสินใจเรื่องนี้แม้แต่นิดเดียว
"อรุณสวัสดิ์ยามดึกพะยะค่ะ ท่านจักรพรรดินี" การแสดงความเคารพอย่างถูกต้องคือสิ่งที่เทรเลอร์ควรทำ
"ไม่ทราบว่าจะรับชาอะไรดีพะยะค่ะ"
"ไม่ต้องมากพิธี นีนาเจ้าจัดการให้ทุกคนออกไปได้แล้ว"
"เพคะ ทุกคนออกจากห้องมาเดี๋ยวนี้"
"ท่านจักรพรรดินีต้องการพูดคุยกับคุณชายตระกูลสวิตเป็นการส่วนตัว" เหล่าคนรับใช้ของทั้งสองพากันทยอยออกจากห้องรับแขกไป คงไม่มีใครอยากจะมีปัญหากับแวมไพร์เลือดบริสุทธิที่มีอายุจนไม่สามารถนับได้ว่าตอนนี้อายุเท่าไหร่
ท่าทางสง่างาม องอาจ ดวงตาสวยดุของเผ่าพันธ์ยังแผ่รังสีออกมาให้เห็น รูปร่างสูงเพรียว ทรวดทรงองค์เอวนั้นงดงามจนไม่อาจละสายตาได้ ช่างเป็นหุ่นที่เชิญชวนให้มนุษย์ลุ่มหลงเข้าหายิ่งนัก หลายคนในจักรวรรดิอยากพลีกายให้ดื่มเลือดกันทั้งนั้นแต่จักรพรรดิหึงหวงมากจนไม่มีใครกล้าที่จะทำเช่นนั้นอีก แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าเลือดบริสุทธิ์ไม่สามารถดื่มเลือดมนุษย์ได้ สามารถดื่มได้แต่แวมไพร์ด้วยกันเองเท่านั้นและจะต้องเป็นเลือดของเชื้อพระวงศ์อีกด้วย
หรือถ้าจะให้ทำความเข้าใจตามลำดับขั้นในการดื่มเลือดและบริจาคเลือด มนุษย์บริจาคเลือดให้แวมไพร์ทั่วไป(สามัญชน) ดื่มกิน แวมไพร์ทั่วไปบริจาคเลือดให้เหล่าขุนนาง เหล่าขุนนางบริจาคเลือดให้เหล่าเชื้อพระวงศ์ และเหล่าเชื้อพระวงศ์บริจาคเลือดให้กับกษัตริย์ หากใครแต่งงานข้ามชนชั้นกันนั้นทั้งสองสามารถให้เลือกกันเองได้โดยตรงเนื่องจากเป็นเนื้อคู่กันตามสัญชาติญาณของเผ่าพันธ์ ทำให้ไม่เกิดอาการเลือดติดพิษเหมือนบุคคลทั่วไป
"ท่านจักรพรรดินีเดินทางมาถึงที่นี่ ไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรหรือพะยะค่ะ" เทรเลอร์ถามหยั่งเชิงทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเป็นเรื่องอะไร
"เจ้าส่งคนไปลอบสังหารลูกของข้ากับว่าที่ลูกสะใภ้ข้า อีกทั้งยังตามสืบประวัติของว่าที่ลูกสะใภ้ของข้าอีก"
"เจ้าต้องการอะไรไม่ทราบ ไม่เห็นว่าจะได้ประโยชน์อะไรในครั้งนี้"
"ศึกการจัดอันดับราชวงศ์หมดไปนานร้อยปีแล้ว ไม่เกี่ยวข้องกับผู้เป็นสามีหรือภรรยาของกษัตริย์แล้ว"
สมกับเป็นจักรพรรดินีเส้นสายในจักรวรรดิช่างมากมายเสียจริง ว่าแล้วทำไมถึงสืบหาต้อตอไม่เจอ...ที่แท้ก็เจอตอนี่เอง เท่านี้ก็ไขข้อสงสัยทั้งหมดกระจ่างแล้วว่าที่มาของมนุษย์ผู้นั้นต้องไม่ธรรมดา ถึงได้มีการปกปิดที่มาแล้วสวมรอยให้เป็นคุณชายของเชื้อพระวงศ์แบบนี้ เหมือนเมื่อหลายสิบปีก่อนก็มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น รู้สึกจะเป็นเพื่อนสหายของรัชทายาท มันจะต้องเกี่ยวข้องกันอย่างแน่นอน
"เจ้าคิดว่าข้าไม่สามารถอ่านความคิดได้งั้นรึ ถึงกล้าคิดต่อหน้าข้าเช่นนี้" จักรพรรดินีถามด้วยน้ำเสียงทรงพลัง ช่างถือดียิ่งนักที่มีความคิดแบบนี้ต่อหน้าเลือดบริสุทธิ์ รู้ทั้งรู้ว่าไม่มีทางโกหกได้แต่ยังกล้าทำอีก ท่าทางแวมไพร์รุ่นใหม่อยากจะลองรับโทษตามกฎของจักรวรรดิเสียแล้ว
"การที่ท่านมาปรากฎตัวต่อหน้าข้าเช่นนี้ ก็สามารถทำให้คิดได้แล้วว่าคุณชายริคมีที่มาไม่ธรรมดาถึงขั้นต้องปกปิดด้วยสกุลของเชื้อพระวงศ์"
"ข้าพูดถูกหรือไม่พะยะค่ะ" สีหน้าขององค์จักรพรรดินีเปลี่ยนไปเล็กน้อยหลังจากฟังถ้อยคำของคุณชายตระกูลสวิต มันก็ถูกแต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพียงเพราะว่าเด็กคนนั้นไม่ใช่คนของโลกใบนี้มันอันตรายเกินไปที่จะให้ไปอยู่ในมือของคนอื่น วิธีเดียวที่จะรักษาชีวิตเอาไว้ได้คือต้องอยู่ข้างกายพวกเราเท่านั้น
"ท่านเงียบแบบนี้ แปลว่าสิ่งที่ข้าสงสัยนั้นถูกต้อง" ยิ่งผู้อำนาจมากกว่าหลีกเลี่ยงไม่ตอบคำถาม ผู้มีอำนาจน้อยกว่ายิ่งได้ใจ
"ไม่ใช่ทั้งหมด เด็กคนนั้นจำเป็นต้องอยู่ในความดูแลของพวกข้า"
"แต่ข้าจะถูกใจเด็กคนนั้นเสียแล้วสิ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงมีข่าวลือแปลกๆ" ออกจะน่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้เป็นธรรมดาที่จะต้องเนื้อหอม
"ข่าวลืออะไรรึ" มีเรื่องอะไรที่ลูกชายของข้ายังไม่ได้เขียนมาในรายงานหรอกรึ ในบอกว่าจะช่วยกันปกป้องไม่ให้มาทำร้ายได้ แล้วนี่มันเรื่องอะไรกัน
"ก่อนหน้านี้เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่แล้วเป็นปัญหามานานหลายศตวรรษ แต่คุณชายริคสามารถช่วยแก้ไขปัญหาได้หลังจากเดินทางไปถึง มีคำชื่นชมมากมายต่อคุณชาย เขาสามารถเข้าถึงใจของประชาชนได้อย่างง่ายดายกว่าพวกเราที่ต้องสร้างความเชื่อใจกันหลายต่อหลายปี" สิ่งที่เทรเลอร์พูดไม่ได้ชื่นชมออกนอกหน้านักเพราะเขาส่งคนไปสืบมาหมดแล้ว ทุกอย่างเป็นความจริงจากปากของชาวบ้านในละแวกนั้น
