บทที่ 23 ตอน Twenty-thrid Time
"มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นด้วยรึ ทำไมข้ายังไม่ได้รับรายงาน"
"ท่านลองสืบหาข้อมูลดีๆ แล้วจะรู้ว่าว่าที่ลูกสะใภ้อย่างคุณชายริคมีผู้หมายปองหลายคนมาก คนแรกคือรัชทายาท คนต่อมาคือคุณชายมาร์แชล และคนสุดท้ายก็คือข้าพะยะค่ะ"
"หึๆๆ" กำลังจะเริ่มแล้วสินะ! ตามที่คำนายได้กล่าวเอาไว้เลย งานนี้ต้องตบรางวัลให้กับโหราจารย์เสียแล้ว
ท่าทีไม่สะทกสะท้านของอีกฝ่ายทำให้เขารู้ว่านี่คือสิ่งที่ได้คาดการณ์เอาไว้ล่วงหน้าแล้ว ถึงได้บอกว่าไม่อยากจะเล่นกับจักรพรรดินี นอกจากจะไม่ได้อะไรกับไปแล้วยังเสียผลประโยชน์อีกต่างหาก ยิ่งสีหน้าชอบอกชอบใจแบบนั้นต้องหาอะไรมาปั่นหัวแวมไพร์วัยหนุ่มอย่างพวกเราแน่ รู้สึกสยองยังไงก็ไม่รู้สิ
"ท่านจะพักที่นี่ก่อนหรือไม่พะยะค่ะ" ถึงใจจริงจะไม่อยากให้พักก็เถอะ
"ไม่หรอก ข้าจะเดินทางกลับเลย"
"มีเรื่องให้น่ายินดีขนาดนี้ คงต้องกลับไปเตรียมการต้อนรับให้ยิ่งใหญ่เสียหน่อย" เฮือก! พูดไม่ทันขาดคำ ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะมีอะไรรออยู่
"ขอให้ท่านจักรพรรดินีอายุยืนนาน มั่นคง และอยู่คู่ประชาชนชาวจักรวรรดิตลอดไป" รอดตายแล้ว นึกว่าจะถูกฆ่าทิ้งในวังของตนเองเสียแล้ว ไม่น่าเข้าไปยุ่งเรื่องอันตรายเลย แบบนี้คือการขู่กันชัดๆ เลย
ปึง!
"คุณชายขอรับ เป็นยังไงบ้าง บาดเจ็บตรงไหนไหมขอรับ" ชาร์ทีรีบเข้ามาถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง กลัวเจ้านายของตนเองจะเป็นอะไรไป ยังไงเลือดบริสุทธิ์ก็น่ากลัวกันทุกคน
"ข้าไม่เป็นไร แค่นึกว่าจะตายแล้วเมื่อกี้" รังสีอำมหิตออกมาขนาดนั้นใครบ้างที่จะไม่กลัว
"เจ้ารีบไปเตรียมมือเย็นให้ข้าเถอะ"
"ขอรับ คุณชายเทรเลอร์"
พระราชวังชั้นใน (วังจักรพรรดินี)
"นำเอกสารรายงานเรื่องน้ำท่วมของเขตที่เกิดเรื่องเมื่อไม่นานมานี้มาสิ ขอแบบทั้งหมดด้วย"
"เพคะ ท่านจักรพรรดินี"
เธอใช้เวลาตรวจสอบนานหลายชั่วโมงก็ได้ข้อสรุปออกมาแล้วว่าเรื่องที่คุณชายตระกูลสวิตพูดถึงเป็นเรื่องจริง ข่าวเมื่อหลายสิบปีก่อนจะถูกขุดคุ้ยอีกครั้งเพราะอดีตสหายรักของรัชทายาทเองก็เคยเป็นมนุษย์มาก่อน แถมยังมาจากอีกโลกนึงเหมือนกันเสียด้วย จะปกปิดเรื่องเหล่านี้ได้อีกนานแค่ไหนก็ยังไม่รู้เลย ท้ายที่สุดแล้วก็คงต้องพึ่งโหราจารย์มาแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ เขาเป็นเพียงคนเดียวที่จะยืนยันเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นได้
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
"เข้ามาได้"
"ขอให้ท่านจักรพรรดินีอายุยืนนาน มั่นคง และอยู่คู่ประชาชนชาวจักรวรรดิตลอดไป"
"ไม่ต้องมากความหรอก เจ้าจะต้องช่วยข้าหากเกิดเหตุคับขันเกี่ยวกับเด็กคนนั้น" เป็นดังที่เขาคิดไว้ไม่มีผิดเพี้ยน เหตุผลเดียวที่เรียกออกมากลางดึกแบบนี้จะต้องเป็นเรื่องนี้อย่างแน่นอน
"ยืนยันว่าทั้งหมดเป็นเหตุจากดวงใช่ไหมพะยะค่ะ หลายสิบปีก่อนก็เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง"
"แต่ว่าเจ้าชายแฝดยังไม่เกิดเลยไม่รู้เรื่องพวกนี้ หากรู้เรื่องพวกนี้เข้าล่ะก็...."
"ได้เกิดเรื่องแน่ / เป็นเรื่องแน่"
"ฉะนั้นพวกเรามาหารือกันเรื่องนี้จนกว่าจะได้ข้อสรุปกัน ไม่ว่ายังไงข้าจะไม่ยอมให้ลูกชายของข้าต้องไม่มีเนื้อคู่เพราะเจ้าพวกนั้นเด็ดขาด"
"พะยะค่ะ"
พระอาทิตย์สาดส่องเป็นสัญญาณของเช้าวันใหม่ของใครหลายคน แต่มันคือเวลานอนของเหล่าแวมไพร์ที่อาศัยอยู่ที่นี่ ถึงผมจะอยู่ที่นี่มาได้หลายวันแล้วแต่ก็ยังไม่ชินกับการที่ต้องนอนกลางวันตื่นกลางคืนอยู่ดี ถึงตอนนี้จะเริ่มนอนเกือบเช้าแต่ก็ยังหลับๆตื่นๆ เช่นวันนี้มาตื่นตอนเที่ยงแบบนี้แล้วจะทำยังไงดี ทุกคนพากันหลับหมดแบบนี้ ถึงจะมีเวรยามอยู่ตลอดยี่สิบชั่วโมงแต่มันก็ค่อนข้างว่างเสียเหลือเกิน
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
"ใครครับ" เสียงหวานตะโกนถามออกไป
"ข้าเอง กระรอกน้อย" เสียงทุ้มต่ำตะโกนกลับมา ช่วงขาที่เรียวยาวถึงได้เดินไปเปิดประตู หากเป็นคนรับใช้เกรงว่าเขายังไม่อยากจะพบใครตอนนี้ อยากใช้ความคิดของตนเองมากกว่า
"เพิ่งทำงานเสร็จหรือพะยะค่ะ" ใบหน้าหวานเงยหน้าขึ้นมองถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง มือขาวเกลี่ยปอยผมที่ลงมาปรกใบหน้าอีกฝ่ายออกให้เห็นชัดเจนมากขึ้น เผลอให้เห็นรอยใต้ตาคล้ำจากการทำงานอย่างหนัก ท่าทีอ่อนล้าที่เผยให้เห็นนั้นช่างน่าเป็นห่วงยิ่งนัก
"ใช่แล้ว ข้าง่วงมากเลย กระรอกน้อย" คงจะจริงอย่างที่พูด สภาพเหมือนจะหลับแลมิหลับแลแบบนี้ ไม่คิดว่าการหอบงานมาทำต่างแดนจะเหนื่อยเหมือนตอนอยู่บ้านของตนเองไม่มีผิดเพี้ยน กว่าจะทำเสร็จหมดก็เที่ยงเสียแล้ว แบบนี้เวลานอนไม่พอแน่นอน
"ข้าขอนอนกอดได้หรือไม่"
"ทำไมไม่กลับที่ห้องล่ะพะยะค่ะ"
"ข้าคิดถึงเจ้าเลยอยากมาหา คงไม่มีแรงกลับห้องแล้วล่ะ"
"ห้องเจ้ากับห้องของข้าไกลกันมากนะ กระรอกน้อย"
รัชทายาทพยายามใช้ท่าทีอ่อนล้าน่าสงสารให้คนตัวเล็กกว่าเห็นใจ เพื่อที่จะได้นอนกอดอีกฝ่ายอย่างที่อยากทำ แค่อยู่ใกล้เนื้อตัวยังส่งกลิ่นหอมขนาดนี้ หากเข้าใกล้มากกว่านี้ต้องหอมเป็นเท่าตัวอย่างแน่นอน ดวงตาเจ้าเล่ห์นั้นแอบซ่อนเอาไว้จนมิด มีเพียงท่าทีน่าสงสาร ออดอ้อนขอนอนด้วยกันเท่านั้น ริคมีท่าทีอึกอักแต่ไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร นับว่าเป็นปฏิกิริยาที่น่ารักไม่น้อยเลยทีเดียว ถ้าต่อรองไม่สำเร็จมีหวังได้หลับตรงนี้แน่นอนเลย ร่างกายของข้าก็ถึงขีดจำกัดแล้ว
"ก็ได้พะยะค่ะ งั้นไปนอนที่เตียงกัน" ในที่สุดแผนหลอกล่อก็สำเร็จก่อนที่สติของเขาจะหมดลงเสียก่อน ร่างสูงโปร่งประคองร่างสูงไปนอนพัก มือขาวหยิบผ้าห่มขึ้นมาให้เท่าอกเพื่อไม่ให้หนาวจนเกินไป จัดแจงท่านอนให้อีกฝ่ายเรียบร้อย
